รีวิว การเดิมพันแบบทบเงินเพิ่ม (Martingale) ดีไหม

การเดิมพันแบบทบเงินเพิ่ม (Martingale) ดีไหม

โดย การเดิมพันแบบทบเงินเพิ่ม (Martingale) ดีไหม คำตอบคือ ต้องดูจากต้นทุนของผู้ที่จะเดิมพันด้วย ซึ่งจะบอกว่าดีหรือไม่คงไม่ได้ แต่จะต้องดูจากความเหมาะสมของตัวผู้เล่นเอง ไม่ว่าจะเป็นด้านความรู้ และด้านจำนวนเงินที่สามารถนำมาลงทุนได้ ว่าจะเหมาะสมกับการลงทุนในรูปแบบนี้หรือเปล่า

  • เดิมพันแบบทบเงินเพิ่ม คืออะไร
  • การเดิมพัน แบบทบเงินเพิ่มมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง
  • หลักการทำงาน ของทฤษฎีมาร์ติงเกล

ทำความรู้จัก เดิมพันแบบทบเงินเพิ่ม คืออะไร?

เนื่องจาก เดิมพันแบบทบเงินเพิ่ม (Martingale) คืออะไร คำตอบคือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่มี แนวคิด เศรษฐี การลงทุน ในการเพิ่มขนาดการเดิมพันเป็น 2 เท่าทุกครั้งที่ได้รับการขาดทุน ซึ่งจากสถานการณ์ในการซื้อขายหรือการพนัน จะใช้กลยุทธ์ดังกล่าวนี้เพื่อที่จะพยายามหาผลลัพธ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้น 50%

โดยกลยุทธ์ดังกล่าวนี้ มีโอกาสที่เกิดขึ้นเท่ากัน เปรียบเสมือนกับการโยนเหรียญที่จะมีอยู่ 2 ด้านเสมอ โดยกลยุทธ์นี้นั้นจะเพิ่มขนาดการลงทุนทุกครั้งเมื่อขาดทุน โดยเบื้องหลังของกลยุทธ์ดังกล่าวนี้นั้น จะรับสิ่งที่สูญเสียไปคืนมาให้ได้ในทำนองเดียวกัน (21 สิงหาคม 2020) [1]

ความเป็นมาของ เดิมพันแบบทบเงินเพิ่ม คืออะไร?

เนื่องจาก ความเป็นมาของ เดิมพันแบบทบเงินเพิ่มคืออะไร คำตอบคือกลยุทธ์ชนิดนี้ได้นำไปใช้ในหลากหลายการลงทุน จึงได้ถูกส่งต่อกันมาอย่างยาวนาน จากนั้นกลยุทธ์ดังกล่าวนี้ก็ได้แพร่กระจายไปทั่วโลก จึงได้เริ่มมีการบันทึกความเป็นมาของวิธีการลงทุนชนิดนี้ โดยจะมีรายละเอียดตามดังนี้

  • ช่วงที่ 1 เริ่มต้นในปี 1700-1799 ต่อมาเทคนิคดังกล่าวนี้ก็เริ่มนิยมใน ประเทศฝรั่งเศส โดยใช้นักพนันที่มีโอกาสชนะเป็น 50 ต่อ 50 โดยนักพนันเชื่อว่าเป็นสูตรที่ไม่มีวันแพ้ หากมีเงินทุนไม่อั้นวิธีดังกล่าวนี้ ก็จะสามารถเห็นผลได้ เพราะด้วยการลงทุนจะเพิ่มเงิน 2 เท่าทุกครั้งเมื่อแพ้ในรอบนั้นๆ
  • ช่วงที่ 2 เข้าสู่ในปี 1800-1899 ได้มีเหตุการณ์สำคัญ โดยมีผู้ชายคนหนึ่งที่ทำลายธนาคารเพื่อมอนเตคาร์โล โดยชนะเงินมากกว่า 1 ล้านฟรังก์จากการเล่นรูเล็ต ซึ่งเชื่อว่าเข้าใช้การลงทุนแบบ มาร์ติงเกล ร่วมกันกับโชคของตัวเขาเอง
  • ช่วงที่ 3 ต่อมาในปี 1900-1950 จากนั้นก็ได้มีนักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ที่ได้นำแนวคิดนี้มาวิเคราะห์เชิง ทฤษฎีความน่าจะเป็นขึ้นเป็นครั้งแรก จากนั้นก็ได้มีผู้ที่กำหนดคำว่า มาร์ติงเกล (Martingale) ให้เป็นชื่อเรียกทางคณิตศาสตร์อย่างเป็นทางการในเชิงวิทยานิพนธ์ของเขา

การเดิมพัน แบบทบเงินเพิ่มมีข้อดีข้อเสีย อย่างไรบ้าง?

โดยการเดิมพัน แบบทบเงินเพิ่มมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง คำตอบคือสำหรับการเดิมพันด้วยเทคนิคดังกล่าวนี้นั้น จะมีโอกาสในการได้รับเงินรางวัล หรือโอกาสที่จะเสียเงินอยู่ที่ประมาณ 50 ต่อ 50 ซึ่งไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมการพนันชนิดไหนก็ตาม ระบบการเดิมพันวิธีนี้ ก็จะประกอบไปด้วยรายละเอียดตามดังนี้

  1. ข้อดี ของการเดิมพันแบบทบเงินเพิ่ม จะถือว่าเป็นวิธีการเดิมพันที่มีประสิทธิภาพในระยะสั้นเท่านั้น แต่หากผู้เล่นชนะได้ในที่สุดก็จะได้กำไรมากกว่าเดิม ซึ่งจะใช้งานง่ายสำหรับมือใหม่ และผู้เชี่ยวชาญ
  2. ข้อเสีย ของการเดิมพันแบบทบเงินเพิ่ม จำเป็นต้องมีเงินลงทุนที่มาก และมีอัตราต่อรองในการเอาชนะไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นจึงไม่รับประกันได้ว่าจะชนะตลอด แถมผู้เล่นอาจจะต้องเสียเงินทุนที่มากกว่าที่คาดไว้ก็เป็นได้ รวมไปถึงการพนันต่างๆก็มีการกำหนดวงเงินเดิมพันไว้ด้วย

ที่มา: Guide to the Martingale Betting Strategy (14 กรกฎาคม 2025) [2]

อธิบายถึง หลักการทำงาน ของทฤษฎีมาร์ติงเกล

โดยสำหรับ หลักการทำงาน ของทฤษฎีมาร์ติงเกล ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในเทคนิค การเดิมพันที่จะต้องทบเงินเพิ่มขึ้นไปเป็น 2 เท่าหลังจากที่แพ้ในรอบนั้นๆ ซึ่งจะทำให้หลักการทำงานของทฤษฎีมาร์ติงเกลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จะมีรายละเอียดตามดังนี้

  • ขั้นตอนที่ 1 ให้เริ่มเดิมพันด้วยจำนวนเงินขั้นต่ำอย่างเช่นจำนวน 100 บาท โดยให้สังเกตในรอบแรกว่าจะชนะ หรือแพ้ในรอบนั้น เพื่อที่จะกำหนดวงเงินเดิมพันในรอบต่อไป
  • ขั้นตอนที่ 2 โดยเมื่อเดิมพันในรอบแรกแพ้ ก็ให้ผู้เล่นทำการเดิมพันเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในรอบถัดไปของการเดิมพันอย่างเช่น เมื่อครั้งแรกเดิมพันในจำนวน 100 บาทต่อมาก็ให้เพิ่มเป็น 200-400 บาทตามต้นทุนของผู้เล่นเอง
  • ขั้นตอนที่ 3 แต่ถ้าหากในรอบแรก เดิมพันชนะ ก็ให้กลับไปเริ่มต้นที่จำนวนเงินเดิมพันขั้นต่ำใหม่ โดยให้หันกลับไปเดิมพันในจำนวนเงิน 100 บาทซึ่งเป็นจำนวนเงินที่เดิมพันครั้งแรก

ที่มา: What Is the Martingale Strategy (10 มีนาคม 2023) [3]

จำนวนนักพนัน ที่ใช้ทฤษฎีมาร์ติงเกล มีจำนวนเท่าไร?

การเดิมพันแบบทบเงินเพิ่ม (Martingale) ดีไหม

โดยสำหรับ จำนวนนักพนัน ที่ใช้ทฤษฎีมาร์ติงเกลมีจำนวนเท่าไร คำตอบคือมีเกือบ 40% ของนักพนันทั่วโลกที่ใช้เทคนิคมาร์ติงเกล โดยจากการศึกษาเห็นได้ว่านักพนันทั่วโลก ที่ใช้ทฤษฎีดังกล่าวนี้นั้นจะเป็นกลุ่มที่มีเงินทุนสูง และสามารถเดิมพันแบบเพิ่มเงินขึ้นไปเรื่อยๆได้

โดยสำหรับ ทฤษฎีมาร์ติงเกล ผู้เล่นส่วนใหญ่จะนำมาใช้กับการเล่น เกมไพ่ และรูเล็ต รวมไปถึงเกมสล็อต เพราะด้วยความน่าจะเป็นที่ใกล้เคียง 50% จึงทำให้ประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วโลกราว 2.3 พันล้านคนที่ใช้ทฤษฎีดังกล่าวนี้เป็นการเดิมพันหลัก เพื่อส่งเสริมให้การเดิมพันได้รับความนิยมมากขึ้น

จุดเด่นของ ทฤษฎีมาร์ติงเกล มีอะไรบ้าง?

เนื่องจากจุดเด่นของ ทฤษฎีมาร์ติงเกลมีอะไรบ้าง คำตอบคือจะเป็นทฤษฎีที่สืบถึง ความน่าจะเป็น และกระบวนการสุ่ม โดยจะช่วยให้การเดิมพันมีความยุติธรรมมากขึ้น ซึ่งสำหรับการเดิมพันแบบมาร์ติงเกล จะประกอบไปด้วยจุดเด่นในการเดิมพัน ตามดังนี้

  • จุดเด่นที่ 1 มีโอกาสชนะ ในระยะสั้นสูงมาก จะถือว่าเป็นการเดิมพันที่มีความน่าจะเป็นสูงถึง 80% และมีโอกาสที่เอาชนะได้ 46% หากวางเดิมพันด้วยยอดเงินคงที่เท่ากันทุก
  • จุดเด่นที่ 2 การคืนทุนที่รวดเร็ว ไม่ว่าคุณจะแพ้ติดต่อกันกี่ครั้ง หากคุณชนะในตาสุดท้าย ก็จะได้รับทุนที่เสียไปก่อนหน้านี้ทั้งหมดคืนมา ถือว่าเป็นกำไรส่วนเกินเท่ากับเงินเดิมพันในตาแรกสุดเสมอ
  • จุดเด่นที่ 3 ความเรียบง่ายที่ไม่ซับซ้อน เพราะด้วยวิธีดังกล่าวนี้นั้น จะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าหลังจากที่รอบนั้นแพ้ โดยผู้เล่นไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะคณิตศาสตร์ขั้นสูง

สรุป การเดิมพันแบบทบเงินเพิ่มดีไหม วิธีลงทุน 

สรุป การเดิมพันแบบทบเงินเพิ่ม ดีไหม คำตอบคือจะเป็นการลงทุนที่ต้องทบเงินเพิ่มขึ้นไปหากในรอบนั้นแพ้ แต่ถ้าหากในรอบนั้นชนะก็จะให้เดิมพันในจำนวนเดิมต่อไป ซึ่งถือว่าเป็นทฤษฎีที่สามารถนำมาใช้ได้ง่าย และมีจำนวนผู้ที่ใช้ทฤษฎีดังกล่าวนี้เพิ่มมากขึ้น

การเดิมพันแบบทบเงินเพิ่ม เหมาะกับผู้เล่นประเภท ไหนบ้าง?

การเดิมพันแบบทบเงินเพิ่ม เหมาะกับผู้เล่นประเภทไหนบ้าง คำตอบคือจะถือว่าเหมาะสมกับ ผู้ที่มีเงินทุนสูง และผู้ที่สามารถใช้เงินทุนในจำนวนมากได้ จะเป็นการเดิมพันแบบทบเงินเพิ่มเป็น 2 เท่า จึงกล่าวได้ว่าเป็นการลงทุนที่จะเหมาะแก่ผู้ที่มีเงินทุนที่สูง

ผู้เล่นควรเดิมพัน แบบมาร์ติงเกล เพราะอะไร?

ผู้เล่นควรเดิมพัน แบบมาร์ติงเกล เพราะอะไร คำตอบคือการเดิมพันแบบมาร์ติงเกล นั้นจะทำให้ผู้เล่นมีโอกาสที่สามารถได้รับเงินที่เสียไปคืนถึง 80% แต่สำหรับโอกาสในการเอาชนะในแต่ละรอบจะอยู่ที่ประมาณ 50% เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามการลงทุนในรูปแบบนี้ ควรที่จะมีเงินทุนที่สูงอย่างมาก

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง