รีวิว การเล่นพิลาทิส มีประโยชน์อย่างไร ออกกำลังกาย

การเล่นพิลาทิส มีประโยชน์อย่างไร

เนื่องจาก การเล่นพิลาทิส มีประโยชน์อย่างไร คำตอบคือมี จะได้ประโยชน์ทั้งด้านร่างกาย และสภาพจิตใจ รวมไปถึงสมาธิที่ได้รับจากการฝึก จึงกล่าวได้ว่าการฝึกพิลาทิสจะได้รับทั้งด้านร่างกาย และสภาพจิตใจที่ดีขึ้น รวมไปถึงการปรับปรุงบุคลิกภาพ

  • พิลาทิส คืออะไร
  • ประโยชน์การเล่น พิลาทิสต่อบุคลิกภาพ
  • ฝึกพิลาทิส ช่วยฟื้นฟูสุขภาพจิต

ทำความรู้จัก พิลาทิส คืออะไร?

โดยสำหรับ พิลาทิส นั้นถือว่าเป็นหนึ่งใน รูปแบบการออกกำลังกาย ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว พร้อมกับช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น โดยเป็นการฝึกฝนที่จะช่วยในเรื่องของการควบคุมลมหายใจ รวมไปถึงการเคลื่อนไหวที่แม่นยำขึ้น

ซึ่งการฝึกนั้นช่วยลดอาการปวดหลังได้ หรือที่เรียกว่าออฟฟิศซินโดรม ส่วนใหญ่การออกกำลังกายชนิดนี้นั้นจะเน้นกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวเป็นหลัก โดยผู้ฝึกส่วนใหญ่จะนิยมอย่างมาก ในการฝึกฝนเพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพ ทั้งรูปร่างสำหรับการเคลื่อนไหวประจำวัน

ความเป็นมาของ พิลาทิส เป็นอย่างไร?

โดยสำหรับความเป็นมาของ พิลาทิส นั้นจะสืบเนื่องมาตั้งแต่ในสมัยอดีต ตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 จนเข้าสู่ช่วงที่ได้พัฒนาการออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อ จนได้คิดค้นการออกกำลังกายแบบพิลาทิสขึ้นมา ซึ่งจะมีรายละเอียดของความเป็นมาของพิลาทิสตามดังนี้

  • ยุคที่ 1 เริ่มต้นในปี 1883-1912 เป็นช่วงที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยทาง Joseph ได้เริ่มพัฒนาการออกกำลังกายเพื่อฝึกแก่ทหาร พร้อมได้นำสิ่งของเหลือใช้มาดัดแปลง สำหรับการออกกำลังกายพิลาทิส โดยในตอนแรกได้เรียกการออกกำลังกายนี้ว่า Contrology
  • ยุคที่ 2 เข้าสู่ในปี 1912-1926 หลังจากที่สงครามโลกครั้งที่ 1 จบลงทาง Joseph ก็ได้กลับไปยังประเทศเยอรมนี พร้อมกับเริ่มเปลี่ยนจากชื่อที่เรียกว่า Contrology ให้เป็นชื่อที่ใช้เรียกว่า Pilates พร้อมกับเขาได้ก่อตั้งสตูดิโอสำหรับพิลาทิส กับภรรยาของเขาในนิวยอร์กเป็นครั้งแรก
  • ยุคที่ 3 ต่อมาในปี 1926-1967 จากนั้นก็ได้เปิดสตูดิโออย่างเป็นทางการ โดยสตูดิโอได้ก่อตั้งอยู่ใกล้เคียงกันกับ นิวยอร์กซิตี้บัลเลต์ จึงทำให้พิลาทิสได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มนักบัลเลต์ เพราะหลังฝึกเสร็จจำเป็นต้องฟื้นฟูกล้ามเนื้อ จึงทำให้ได้รับความนิยมมากขึ้น

ที่มา: Pilates History: Who Was Joseph Pilates? (2026) [1]

ประโยชน์การเล่น พิลาทิสต่อบุคลิกภาพ เป็นอย่างไร?

การเล่นพิลาทิสอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ช่วยปรับแนวกระดูกสันหลังให้สมดุล จากข้อมูลระบุว่าผู้เล่นส่วนใหญ่เห็นการเปลี่ยนแปลงของบุคลิกภาพที่ดีขึ้นภายใน 10-15 ครั้งในการเล่นพิลาทิส โดยโครงสร้างการฝึกพิลาทิสจะช่วยเสริมสร้างรูปร่างให้สมส่วนมากขึ้น โดยจะมีรายละเอียดตามดังนี้

  • สามารถปรับสมดุลร่างกาย และแก้ไขปัญหาออฟฟิศซินโดรม พบว่าการฝึกพิลาทิสนั้นจะช่วยให้ ลดอาการปวดหลังและคอได้ถึง 80% เมื่อฝึกพิลาทิสได้จนครบ 8 สัปดาห์ ช่วยให้รูปร่างการยืนสมส่วนมากขึ้น
  • เสริมสร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว การฝึกพิลาทิสจะกระตุ้นกล้ามเนื้อชั้นลึก ช่วยให้แกนกลางลำตัวแข็งแรงขึ้น โดยการเปรียบเทียบเห็นว่าการฝึกพิลาทิส เสริมสร้างความแข็งแรงแกนกลางลำตัวได้มากกว่าการซิทอัพถึง 30%

ฝึกพิลาทิส ช่วยฟื้นฟูสุขภาพจิต อย่างไร?

โดยสำหรับ การฝึกพิลาทิสนั้นจะมีรูปแบบการออกกำลังกาย ที่ช่วยฟื้นฟูสุขภาพจิต เพราะด้วยรูปแบบการฝึกที่ช่วยให้มีสมาธิมากขึ้น และเพิ่มฮอร์โมนแห่งความสุขให้แก่ผู้ฝึก โดยสำหรับการฝึกพิลาทิสที่ช่วยเรื่องสุขภาพจิต และเพิ่มสมาธิได้มากขึ้น จะมีรายละเอียดตามดังนี้

  1. การควบคุมลมหายใจ จะเน้นการฝึกลมหายใจ ด้วยการหายใจที่เป็นจังหวะ เพื่อช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด และเพิ่มการทำงานของระบบประสาทพาราซิมพาเทติก เพราะจะช่วยเรื่องของความรู้สึกที่ผ่อนคลาย
  2. การเคลื่อนไหวที่เน้นสมาธิ เป็นการฝึกพิลาทิสที่ต้องใช้สมาธิในการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย ซึ่งช่วยเบี่ยงเบนความคิดฟุ้งซ่าน และสร้างความสมดุลของจิตใจ เพราะฉะนั้นจึงทำให้ลดความเครียดได้
  3. การปลดปล่อยฮอร์โมนเอนเดอร์ฟินโดยการออกกำลังกายชนิดนี้นั้น จะเป็นการกระตุ้นการหลั่งเอนเดอร์ฟิน ซึ่งสำหรับฮอร์โมนชนิดนี้จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย และมีอารมณ์ดีขึ้น จึงเป็นตัวกำหนดเรื่องของสุขภาพจิต

ที่มา: พิลาทิสกับการดูแลสุขภาพจิต (28 มกราคม 2025) [2]

วิธีฝึกพิลาทิส เพื่อช่วยลดอาการเครียด ต้องทำอย่างไร?

การเล่นพิลาทิส มีประโยชน์อย่างไร

วิธีฝึกพิลาทิส เพื่อช่วยลดอาการเครียด จะเป็นท่าฝึกพิลาทิสที่จะเน้นเป้าหมายในเรื่องของ การลดความเครียด ซึ่งจะประกอบไปด้วย 4 ท่าสำหรับการลดความเครียด ด้วยการฝึกแบบพิลาทิสสำหรับผู้ที่ต้องการลดความเครียด จากการฝึกพิลาทิส จะมีรายละเอียดตามดังนี้

  • ท่าที่ 1 ยืดกระดูกสันหลัง เป็นท่าที่ช่วยลดความตึงเครียดของหลัง และคอได้เป็นอย่างดี โดยให้นั่งหลังตรง เหยียดขา บิดลำตัวไปด้านข้างช้าๆ ขณะหายใจออก ช่วยคลายความตึงเครียดช่วงอกและไหล่
  • ท่าที่ 2 งอเชิงกราน เป็นท่าออกกำลังกายที่ช่วยให้กระดูกสันหลังเคลื่อนไหวได้อย่างอ่อนโยน โดยให้นอนหงายชันเข่า ยกสะโพกขึ้นลงช้าๆ หายใจตามจังหวะ ช่วยผ่อนคลายหลังส่วนล่างที่ตึงจากออฟฟิศซินโดรม
  • ท่าที่ 3 ท่าเลื่อย เป็นท่าที่ดีต่อการยืดกระดูกสันหลัง และไหล่ พร้อมกับทำให้สามารถปรับปรุงท่าทางการบิดตัว ที่ช่วยคลายความตึงเครียดจากส่วนบนของร่างกาย
  • ท่าที่ 4 ท่าเด็ก เป็นท่าที่ถูกดัดแปลงมาจาก โยคะ ซึ่งเหมาะอย่างมากสำหรับการคลายเครียด โดยให้นั่งงอเข่า หลังจากนั้นทิ้งสะโพกทับส้นเท้า แล้วก็ให้ยืดแขนไปข้างหน้า ให้หน้าผากแตะพื้น จะช่วยผ่อนคลายหลังส่วนล่าง และไหล่

ที่มา: Pilates for Stress Relief (13 พฤศจิกายน 2024) [3]

วิธีฝึกพิลาทิส เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้ข้อต่อ ทำอย่างไร?

การฝึกพิลาทิส เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ร่างกาย จะจำเป็นต้องเน้นการเคลื่อนไหวแบบไดนามิก และควบคู่ไปกับการยืดเหยียด โดยควรฝึกในส่วนแกนกลางลำตัว และข้อต่อกระดูกสันหลัง รวมไปถึงข้อต่อสะโพก พร้อมกับข้อต่อหัวไหล่ โดยควรที่จะฝึกท่าที่บริหารส่วนนี้

เมื่ออยากทำให้เห็นผลได้อย่างชัดเจนที่สุด ควรที่จะทำติดต่อกันเป็นเวลา 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยแบ่งเป็นครั้งละ 45-60 นาที โดยสามารถฝึกเองได้ที่บ้าน โดยจะจำเป็นต้องใช้เสื่อแบบพิลาทิส พร้อมกับยางยืด โดยจะสามารถเห็นผลลัพธ์ได้เมื่อฝึกจนครบ 1-2 เดือน

สรุป การเล่นพิลาทิส มีประโยชน์อย่างไร

สรุป การเล่นพิลาทิส มีประโยชน์อย่างไร คำตอบคือมีโดยจะได้รับประโยชน์ทั้ง ภายในร่างกาย และภายนอกร่างกาย ช่วยลดอาการปวดหลัง แถมยังช่วยปรับบุคลิกอีกด้วย เพราะฉะนั้นทางเราจึงอธิบายวิธีฝึกเพื่อช่วยลดความเครียด และเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย

การเริ่มต้นเล่นพิลาทิส ครั้งแรกต้องเตรียม อะไรบ้าง?

การเรียนพิลาทิส ต้องเตรียมอะไรบ้าง มือใหม่ควรเตรียมถุงเท้าแบบกันลื่นอย่างแรก โดยจะมีราคาของถุงเท้าชนิดนี้อยู่ที่ราคา 200-500 บาท พร้อมกับเสื้อผ้าที่กระชับสัดส่วน แต่ก็ยืดหยุ่นเพื่อฝึกฝนท่าอื่นๆได้อย่างสะดวกสบาย และควรที่จะประเมินระดับความฟิตในร่างกายก่อนเข้าไปเรียนทุกครั้ง

เล่นพิลาทิส ให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ต้องเล่นบ่อยแค่ไหน?

หากมีการฝึกพิลาทิสอย่างสม่ำเสมอ 2-3 วันต่อสัปดาห์ จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง และพละกำลังอย่างชัดเจนภายใน 2-3 เดือน ซึ่งจะเห็นผลได้จะขึ้นอยู่กับความเข้มข้นในการออกกำลังกาย และความต่อเนื่องในการออกกำลังกาย

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง