
จอห์น เทมเพิลตัน มีความสำคัญยังไง สำหรับการลงทุนตอนนี้
- MY Kismet
- 5 views

จอห์น เทมเพิลตัน มีความสำคัญยังไง สำหรับการลงทุนตอนนี้ คำตอบคือ วิธีคิดเกี่ยวกับการลงทุน และหลักการใช้ชีวิต ที่เรียกได้ว่า เป็นที่น่ายกย่องมากที่สุด โดยเขานั้นเก่งเรื่องการลงทุน แบบสวนกระแส และยังเป็นผู้ที่สามารถ เอาชนะวิกฤตในสงครามโลก ครั้งที่ 2 ได้อีกด้วย
จอห์น เทมเพิลตัน (John Templeton) มีชื่อเต็มว่า เซอร์จอห์น มาร์คส์ เทมเพิลตัน เกิดเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 1912 เป็นนักลงทุน และบุคคลที่หลายคนยกย่อง ในเรื่องการกุศล อีกทั้งยังเป็นผู้สร้าง กองทุนที่มีชื่อว่า “Templeton Growth Fund” ซึ่งทำกำไร 15% ติดต่อกันยาวนาน 38 ปี (7 เมษายน 2026) [1]
สิ่งที่ทำให้จอห์น มีชื่อเสียงนั้น คือการบุกเบิก ตลาดการลงทุนแห่งใหม่ ที่เกิดขึ้นเมื่อ ทศวรรษ 1960 อีกทั้งเขายังได้รับการยกย่อง จากนิตยสาร Money ในปี 1999 ยกย่องให้จอห์น เป็นนักเลือกหุ้น ที่ดีที่สุด และยิ่งใหญ่ที่สุด แห่งศตวรรษอีกด้วย ซึ่งในชีวิตวัยเรียน จอห์นเรียนจบได้ โดยใช้เงินจากการทำงาน
และเงินที่ได้จาก การเล่นโป๊กเกอร์ เป็นค่าเทอมทั้งหมด ซึ่งในมหาลัย จอห์นมีบทบาทเป็นถึง ผู้ช่วยผู้จัดการ ของนิตยสารมหาลัย และจอห์นเรียนจบเมื่อปี 1934 ด้วยคะแนนเกือบสูงที่สุด ของชั้นเรียน อีกทั้งจอห์น ยังเป็นลูกศิษย์ ของนักลงทุนระดับตำนาน ที่มีชื่อว่า “เบนจามิน เกรแฮม” อีกด้วย
1. ชื่นชอบการลงทุน แบบการสวนกระแส เพราะจอห์นเชื่อว่า การลงทุนที่มีโอกาสมากที่สุด มาในช่วงจังหวะ ที่นักลงทุนหลายคน หวาดกลัวมากที่สุดเช่นกัน
2. ประเมิน และวิเคราะห์คุณค่าที่แท้จริง ของสินทรัพย์นั้นๆ ซึ่งเขาได้มีการ คิดค้นสูตรคำนวณเอง และเลือกลงทุนในตอนที่ สินทรัพย์นั้นๆ มีมูลค่าต่ำกว่า มูลค่าที่แท้จริงเท่านั้น
3. มองหาโอกาสใหม่ๆ จอห์นเป็นบุคคลบุกเบิก การลงทุนต่างประเทศ สิ่งนี้เกิดขึ้น หลังจากที่จอห์น เดินทางทั่วโลก และพบว่าการลงทุนต่างประเทศ มีโอกาสทำกำไรได้ (5 พฤศจิกายน 2021) [2]
4. เลือกกระจายความเสี่ยง ให้ได้มากที่สุด สิ่งนี้ช่วยให้ ลดความผันผวน ที่เกิดขึ้นในตลาดได้ โดยจอห์นได้มีการ กระจายการลงทุน ออกไปในหลายประเภทสินทรัพย์ เพราะเชื่อว่าลดความเสี่ยงได้จริง
5. ไม่เชื่อกระแส จอห์นมีแนวคิดการลงทุน คล้ายกันกับ ชาร์ลี มังเกอร์ ที่มักมองหาโอกาส จากการลงทุนที่มีข้อมูล แน่ชัดและน่าเชื่อถือเท่านั้น สิ่งนี้ทำให้จอห์น ไม่อยากรับรู้ ข่าวสารที่มาเร็วเกินไป
จอห์นเคยมีการลงทุน ที่ผิดพลาดไป อีกทั้งยังเคย ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ในเชิงลบอีกด้วย โดยความผิดพลาด ที่เกิดขึ้นจากการลงทุน คือเรื่องการขายหุ้น ที่เร็วเกิดขึ้น สิ่งนี้ทำให้เขาพลาดการทำกำไร และยังมีอีกหลายครั้ง ที่เขานั้นวิเคราะห์ แนวโน้มการลงทุนผิดพลาด สิ่งนี้ทำให้เขาขาดทุนบ่อยครั้ง
ยังมีในส่วนของ พลาดการลงทุน ที่มีโอกาสเติบโต สิ่งนั้นคืออุตสาหกรรมเทคโนโลยี ที่ตอนนี้กลับทำกำไร แบบมหาศาล เช่น หุ้นไมโครซอฟท์ ที่ตอนนี้มีกำไร ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 อยู่ที่ 81.3 พันล้านดอลลาร์ (สืบค้นเมื่อ 8 เมษายน 2026) ซึ่งสิ่งนี้ก็เป็น บทเรียนราคาแพงของจอห์น ก็ว่าได้
ในส่วนของการวิพากษ์วิจารณ์ นักวิเคราะห์หลายคน ไม่ชอบแนวทางการลงทุน ของจอห์นเท่าไหร่นั้น โดยเฉพาะการลงทุนแบบ contrarian อีกทั้งในช่วงที่ จอห์นบุกเบิกตลาดใหม่ ก็มีเสียงสะท้อน จากนักวิเคราะห์ ออกมาไม่น้อย เกี่ยวกับความไม่น่าเชื่อถือ กับสิ่งที่จอห์นกำลังทำ

สิ่งที่ทำให้จอห์น กลายเป็นบุคคลสำคัญ สำหรับการลงทุนคือ แนวคิดการลงทุน และแนวคิดเรื่องการใช้ชีวิต จอห์นสามารถ สร้างกำไร 400% จากเงินลงทุนไม่ถึง 1 ดอลลาร์ได้ ในช่วงที่มีสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกทั้งเขายังได้รับ การแต่งตั้งให้เป็น Knight Bachelor จากพระราชินี เอลิซาเบธที่ 2 ในปี 1987
และยังได้รับ การจัดอันดับ และการโหวตให้เป็น นักลงทุนที่ดีที่สุด จากนิตยสารอีกหลายฉบับ โดยประเด็นสำคัญ ที่ทำให้เขาได้รับสิ่งเหล่านี้คือ การมีวิธีคิดที่ดี ของมักจะมองเห็นโอกาส ในวิกฤตอยู่เสมอ และยังเชื่อว่า การมองต่างบางครั้ง จะสร้างโอกาสใหม่ ให้กับการทำกำไรได้ เช่น การบุกเบิกตลาดใหม่
อีกทั้งนิสัยส่วนตัวของจอห์น ยังเป็นบุคคลที่ถ่อมตน และพร้อมเรียนรู้ สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา โดยแนวคิดที่เป็นต้นแบบ ให้กับใครหลายคนได้คือ “หากต้องการมีผลงาน ที่ดีที่สุด บางครั้งต้องเลือกทำ ในสิ่งที่แตกต่างออกไป” ซึ่งเป็นคติที่จอห์น ใช้อยู่เสมอ และจอห์นยังชื่นชอบ การทำการกุศลเป็นอย่างมากอีกด้วย
ที่มา: JohnTempleton นักลงทุนระดับโลก (2026) [3]
ปรัชญาแบบผสมผสาน ระหว่างความเชื่อ และวิทยาศาสตร์ สำหรับการลงทุนจอห์นเชื่อเรื่อง การคิดบวก และเชื่อในพลังของมัน อีกทั้งยังเชื่อ เรื่องการพัฒนาตนเอง และการแสวงหาความรู้ ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ ทำให้เขาประสบความสำเร็จ และได้รับการยกย่อง โดยหลักความเชื่อของเขา มีดังนี้
1. เชื่อมั่นในการเรียนรู้ การพัฒนาตัวเอง และการเปิดใจรับสิ่งใหม่ ทั้งจากศาสนา และเรื่องของวัฒนธรรม
2. เชื่อว่าการทำงาน ของศาสนา และวิทยาศาสตร์ เป็นเรื่องที่สามารถ ทำงานควบคู่กันได้
3. ให้เชื่อเรื่องการ มองโลกในแง่ดี และการคิดบวก สิ่งนี้จะทำให้ ค้นพบสิ่งใหม่ได้
4. จงเชื่อมั่น เรื่องคุณธรรม และการถ่อมตน สิ่งนี้ช่วยทำให้ การแสวงหาความจริง กลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น
1. ความยืดหยุ่น และการเปิดใจ เป็นสิ่งสำคัญ สำหรับการลงทุน
2. ให้ซื้อหุ้นในราคาต่ำ และต้องมีราคาต่ำกว่า มูลค่าที่แท้จริงของมัน
3. เน้นการศึกษาข้อมูล ด้วยตัวเองเป็นหลัก หรือจ้างผู้เชี่ยวชาญ ในเรื่องนั้นๆ มาให้ความรู้
4. ต้องติดตามพอร์ต และข่าวสารอยู่เสมอ ในการลงทุนที่สนใจ และสินทรัพย์ที่ลงทุนไปแล้ว
5. การเป็นนักลงทุนที่รู้ทุกอย่าง ก็ยังมีคงมีบางสิ่ง ที่ไม่สามารถเข้าใจมันได้
6. ไม่มีสิ่งไหนได้มาฟรี ทุกสิ่งแลกกับข้อมูล เวลา และความพยายาม
หากสนใจอ่านทั้งหมดนี้คลิกอ่านได้ที่ ritholtz
หน้าสุดท้าย จอห์นเทมเพิลตัน มีความสำคัญยังไง คำตอบคือ การวางแนวคิด และหลักการใช้ชีวิต จอห์นเป็นแบบอย่างที่ดี ให้กับนักลงทุนทุกประเภท ทั้งเรื่องการวิเคราะห์ การลงทุน และการวางหลัก เหตุและผล อีกทั้งยังมีในส่วนของ การใช้ชีวิต และการมีคุณธรรม ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ นักลงทุนหลายคน ยังคงขาดอยู่
คำตอบคือ มุมมองการหาโอกาสใหม่ สำหรับการลงทุน จอห์นเป็นบุคคลแรกๆ ที่เริ่มตีตลาดการลงทุนใหม่ เพราะเชื่อว่าการลงทุน แค่ในประเทศเป็นเหมือน การปิดกั้นความสามารถ และการทำกำไรของตัวเอง สิ่งนี้ทำให้เขา ประสบความสำเร็จ ในการลงทุน
คำตอบคือ แนวคิดเรื่องการคิดบวก ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ นักลงทุนมือใหม่ รับมือกับการลงทุนได้ อีกทั้งยังมีในเรื่องของ คุณธรรมและความยืดหยุ่น สิ่งนี้ก็สามารถปรับใช้ได้ เพราะเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้การลงทุน ประสบความสำเร็จได้เช่นกัน

