
ตลาดหุ้นตอนนี้ เดือดมากแค่ไหน ข้อมูลใหม่ที่เพิ่งอัปเดต
- MY Kismet
- 48 views

ตลาดหุ้นตอนนี้ เดือดมากแค่ไหน ข้อมูลใหม่ที่เพิ่งอัปเดต ตอบได้เลยว่า ตลาดหุ้นตอนนี้ ค่าความผันผวนสูง อีกทั้งยังเรียกได้ว่า เป็นตลาดหมีไปแล้ว เพราะค่าดัชนี มีความร้อนแรง เหมือนกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ที่ยังอยู่ในภาวะตึงเครียด ทั้งเรื่องของ เศรษฐกิจ และความกังวล ในส่วนอื่นๆ
ในช่วงปี 2025 ในพื้นที่สหรัฐ จะเห็นได้ชัดว่า ความเสี่ยงเรื่องของ อัตราเงินเฟ้อ เริ่มมีการคลายตัว และเงื่อนไขทางการเงิน สำหรับการขับเคลื่อนประเทศ เริ่มเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น และจุดที่เด่นชัดมากที่สุด จะเป็นในส่วนของ พันธบัตรรัฐบาล ที่เริ่มมีแนวทาง การเติบโตที่ชัดเจน เพิ่มมากยิ่งขึ้น
โดยอัตราดอกเบี้ย สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ได้มีการปรับตัวเลข ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้น โดยการถือครอง 2 ปี จะได้รับดอกเบี้ย 3.46% และหากเป็น 10 ปี จะได้รับ 4.14% อีกทั้งช่วงปี 2025 ราคาทองของประเทศ ถือได้ว่ามีราคาสูงสุดคือ 4,549.92 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งสูงที่สุดในปีนั้น (29 ธันวาคม 2025) [1]
แม้ว่าในตอนนี้ ราคาทองจะอยู่ที่ 4,252.50 USD (สืบค้นเมื่อ 23 มีนาคม 2026) แต่ในช่วงปีก่อนหน้า มูลค่าราคาทอง ก็ยังถือเป็น มูลค่าที่สูงที่สุดอยู่ และเมื่อเข้าสู่ปี 2026 สิ่งที่นักลงทุน ต้องจับตามอง คือเรื่องของเงินเฟ้อ ที่กำลังจะเข้ามา มีบทบาทมากยิ่งขึ้น สำหรับการลงทุน
1. ความขัดแย้ง ระหว่างทวีป ซึ่งความขัดแย้งนี้ เชื่อมโยงไปถึง การทำสงคราม ระหว่างประเทศ ที่ส่งผลกระทบโดยตรง ต่อราคาน้ำมัน และกลุ่มพลังงานอื่นๆ ที่เน้นการขนส่ง ระหว่างประเทศเป็นหลัก
2. การเมืองทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ สิ่งนี้ส่งผลกระทบ ต่อค่าดัชนีหุ้นทั้งสิ้น เพราะเกี่ยวข้องกับ ความน่าเชื่อถือ ของกลุ่มนักลงทุน ในการถือสินทรัพย์นั้นๆ
3. อัตราดอกเบี้ย ที่ถูกกำหนด จากกลุ่มรัฐบาลกลาง โดยความไม่แน่นอน ของอัตราเงินเฟ้อ ที่จะเป็นตัวกำหนด และบอกแนวทางของดอกเบี้ย สิ่งนี้ส่งผลกระทบ ต่อราคาหุ้นในอนาคต
4. การลงทุนตามกระแส หรือเป็นการลงทุนที่ เน้นการลงทุนระยะสั้น โดยมีการเคลื่อนไหวเป็นกลุ่ม หรือเคลื่อนไหวพร้อมกัน หลายล้านคนพร้อมกัน สิ่งนี้ส่งผลกระทบ ต่อความผันผวน ในตลาดหลักทรัพย์
สงครามระหว่าง สหรัฐและอิหร่าน ที่เปิดฉากยิง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2569 โดยเป็นการเปิดฉากจาก สหรัฐที่ร่วมมือกับ อิสราเอล ทำให้สถานการณ์ เข้าสู่การทำสงคราม และสิ่งนี้ทำให้ รูปแบบการดำเนินการ ของเศรษฐกิจโลก มีการเปลี่ยนแปลงไป และเริ่มเข้าสู่ ภาวะตึงเครียดเพิ่มมากขึ้น
แต่เมื่อช่วงเวลาผ่านไป ความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศนี้ ชี้ให้เห็นชัดถึงการ ยืดเยื้อการทำสงคราม เพื่อต้องการกดดัน กลุ่มอุปทานให้อยู่ใน ภาวะตึงเครียด อีกทั้งยังต้องการ ประคองราคาน้ำมันโลก ให้อยู่ในเกณฑ์ที่สูงขึ้น สิ่งนี้จะทำให้ราคา สินค้าอุปโภคบริโภค ได้รับประโยชน์ร่วม (20 มีนาคม 2026) [2]
จุดที่นักลงทุนหลายคน เริ่มเป็นกังวลเกี่ยวกับ การซื้อขายหุ้น ในตลาดหลักทรัพย์ ในตอนนี้กลับเป็น เรื่องที่ไม่เหมาะสม สำหรับการขายหุ้นทิ้ง หรือการปรับเปลี่ยน แผนการลงทุน เพราะหลายประเทศตอนนี้ เริ่มมีการวางแผน การจัดการในส่วนของ พลังงานเรียบร้อยแล้ว

ตลาดหุ้นตอนนี้ เรียกได้ว่า มีความร้อนแรง แต่เป็นความร้อนแรง จากค่าความผันผวน ที่เกิดขึ้นจากสงคราม และระบบเศรษฐกิจโลก ที่หลายประเทศ กำลังได้รับผลกระทบ ในส่วนของพลังงาน ในตอนนี้ที่เห็นได้ชัด คือราคาน้ำมันโลก ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และดัชนีหุ้นฝั่งยุโรป เริ่มปรับลดลงแล้ว 1%
ในทางฝั่งเอเชีย สถานการณ์การลงทุน เรียกได้ว่าอยู่ในช่วงทรงตัว เพราะไม่ได้รับผลกระทบ รุนแรงเท่าไหร่นัก โดยในไทยวันนี้ มีราคาน้ำมันอยู่ที่ 31.14 บาท/ลิตร สำหรับน้ำมันดีเซล (สืบค้นเมื่อ 23 มีนาคม 2026) และแน่นอนว่า ราคาน้ำมันอาจมีการ ปรับสูงขึ้นอีก แต่สิ่งนี้รัฐบาล ได้มีการวางแผน แก้ไขปัญหาไว้แล้ว
จุดที่ทำให้ ภาพรวมตลาด ไม่ได้เดือดไปพร้อมๆ กับค่าความผันผวน คือเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น และผลกระทบ ที่สามารถคาดการณ์ได้ หากอิงจากเหตุการณ์ ในช่วงปี 1900 มาจนถึงปัจจุบัน เมื่อมีความเดือดในตลาดหลักทรัพย์ ดัชนี S&P 500 มักมีการเติบโต หลังจากเหตุการณ์นั้นๆ 15% ในช่วง 1 ปีเสมอ
สถานการณ์ล่าสุด เกี่ยวกับหุ้น VN-Index ที่ในช่วงวันที่ 22 มีนาคม 2026 หุ้นร่วงลงไปแล้วกว่า 48.43 จุด และยังคงร่วงลง อย่างต่อเนื่อง ในมุมมองของ นักลงทุนส่วนใหญ่ กลับมองว่าหากหุ้นตัวนี้ สามารถร่วงลงไปถึง 1,600 จุด ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ 1,647.81 จุด สถานการณ์นั้นเป็นโอกาส ที่จะเข้าทำกำไร
ในอีกส่วนหนึ่ง สำหรับนักลงทุน ที่ยังคงถือหุ้น ที่มีดัชนีร่วงอยู่ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญมองว่า ยังไม่ใช้โอกาสดี ที่จะเทขายหุ้นทิ้ง เพราะมีโอกาสสูง ที่ราคาหุ้นจะฟื้น โดยควรที่จะถือหุ้นรอ ราคาที่เหมาะสมกว่านี้ก่อน จะทำการซื้อขาย อีกทั้งช่วงจังหวะนี้ เป็นจังหวะที่ดี สำหรับการปรับพอร์ต เพื่อเพิ่มความมั่นคง
ที่มา: ในขณะที่ตลาดหุ้นร่วงลงอย่างต่อเนื่อง (22 มีนาคม 2026) [3]
จากสถานการณ์ ในตลาดหลักทรัพย์ ที่ค่าความผันผวน ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง เป็นผลกระทบที่ได้รับมาจาก เหตุการณ์สงคราม ระหว่างประเทศ ที่ทวีความรุนแรง จนอาจกลายเป็น สงครามโลกครั้งที่ 3 ระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน สิ่งนี้ส่งผลกระทบโดยตรง ต่อหุ้นพลังงาน ที่ต้องมีการขนส่ง ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ซึ่งเส้นทางนี้ เป็นเส้นทางลำเลียง ที่สำคัญที่สุด โดยกลุ่มประเทศ ที่ต้องใช้น้ำมันเหล่านี้ แบ่งเป็นจีน 38% ,อินเดีย 15% และประเทศย่อยอื่นๆ อีกหลายประเทศ ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อค่าเงินเฟ้อ อย่างเห็นได้ชัด และกลุ่มผู้บริโภค คือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
หากสนใจอ่านรายละเอียดทั้งหมดคลิก thaipbs
บทส่งท้าย ตลาดหุ้นตอนนี้ เดือดมากแค่ไหน คำตอบคือ เดือดแต่รับไหว และสถานการณ์โลก แบบภาพรวม ยังคงนิ่งเฉย เป็นเพราะการทำสงคราม ในครั้งนี้นั้น ทำให้ค่าความผันผวน ของสินทรัพย์บางประเทศ พุ่งสูงขึ้นเท่านั้น แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบ ต่อมูลค่าหุ้นกลุ่มอื่นๆ จึงไม่น่ากลัวเท่าไหร่นัก
คำตอบคือ เพราะมีโอกาสฟื้นตัวสูง หากสถานการณ์กลับเข้าสู่ ภาวะปกติ โดยในตอนนี้ ราคาที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างต่อเนื่องเป็นเพราะ สถานการณ์สงคราม และความตึงเครียดในส่วนของ การส่งออกน้ำมันโลกเท่านั้น แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบ ที่ร้ายแรงในส่วนอื่น จึงมีโอกาสฟื้นมากกว่าขาดทุน
คำตอบคือ การเมืองมีความเกี่ยวข้อง กับโครงสร้างเศรษฐกิจ ของประเทศนั้นๆ และยังเป็นภาพรวมของประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลกระทบ ต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และส่งผลกระทบ ต่อกลุ่มธุรกิจภายในประเทศได้

