ตาชั่ง วัดมูลค่า คืออะไร สำคัญยังไงสำหรับการลงทุน?

ตาชั่ง วัดมูลค่า คืออะไร

ตาชั่ง วัดมูลค่า คืออะไร สำคัญยังไงสำหรับการลงทุน? คำตอบคือ เป็นเรื่องของการ รักษาสมดุล การลงทุนให้มี ประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างกำไร ที่เป็นรูปธรรมที่สุด สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ นักลงทุนต้องให้ ความสำคัญ เป็นลำดับต้นๆ และควรมีการศึกษา เนื้อหาเหล่านี้เป็นพิเศษ

  • ความหมายและความสำคัญของตาชั่งในยุคก่อน
  • ระดับความเสี่ยงและความหมายของตาชั่งในการลงทุน
  • ข้อดีและบุคคลตัวอย่างที่เชื่อเรื่องตาชั่งการลงทุน

ประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับตาชั่งที่สำคัญ

สำหรับความยุติธรรม ในช่วงแรกๆ มีความเกี่ยวข้องกับ เรื่องของความเชื่อ ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่อง กับเรื่องของพระเจ้า ซึ่งช่วงยุคแรกนั้น มีความเชื่อที่ว่า ทุกสิ่งที่มีความผิด พระเจ้าจะเป็นผู้ตัดสิน และการตัดสินจากพระเจ้า ถือเป็นเรื่องที่ ยุติธรรมมากที่สุด โดยมีตัวแทนคือ “ เทพีเธมิส” เกิดขึ้นในยุคกรีก

ซึ่งเชื่อกันว่า มีอายุมาแล้วกว่า 700 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งเทพีองค์นี้ ได้รับการยกย่อง และเป็นที่ศรัทธา ของกลุ่มคน ในช่วงศตวรรษที่ 6 ลากยาวมาจนถึงช่วง ศตวรรษที่ 7 เทพีองค์นี้ กลายเป็นสัญลักษณ์ ของความยุติธรรม และความซื่อตรง (18 กันยายน 2022) [1] อีกทั้งยังแสดงถึง ผู้มีปัญญาอีกด้วย

ซึ่งตามความเชื่อแล้ว เธมิสนั้น เป็นบุตรธิดาของ ยูเรนัส ซึ่งเป็นเหมือนเทพเจ้า แห่งท้องฟ้า เธมิสนั้น มีความโดดเด่น ในเรื่องการสร้าง กฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งยังเป็นผู้ที่ คอยสอนเรื่องของ ความยุติธรรม ให้แก่มนุษย์บนโลก รูปปั้นของเธมิส จึงมีการสร้างขึ้น โดยที่มีอุปกรณ์ข้างกาย คือไม้เท้า และตาชั่ง

ความสำคัญ ของตาชั่งในยุคแรก

ตาชั่งเครื่องแรก เกิดขึ้นเมื่อ 5,000 ปีก่อนคริสตกาล โดยตาชั่งในยุคนั้น มีความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยกลุ่มคนที่ใช้คือ ชาวสุเมเรียน และชาวจีนโบราณ โดยมีการมอบความหมาย ที่ยิ่งใหญ่ให้กับ ตาชั่งในยุคนั้นคือ เครื่องมือวัดค่า ความยุติธรรม สำหรับการแลกเปลี่ยน สินค้าหรือการบริการ

ซึ่งในยุคนั้น เริ่มมีการโกงตาชั่ง จึงได้มีการ วางรากฐาน ระบบเงินตรา และโครงสร้าง ระบบพาณิชย์ขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือน การสร้างมาตรฐานกลาง ให้กับกลุ่มพ่อค้า และกลุ่มผู้ซื้อ เพื่อป้องกัน การโกงตาชั่ง อีกทั้งยังเป็นเหมือน การสร้างมาตรฐาน สำหรับการค้าขาย ไม่ให้มีมูลค่า ที่สูงจนเกินไป

ระดับความเสี่ยง ที่ไม่ควรมองข้ามไป

สำหรับนักลงทุน ที่สนใจเรื่อง การลงทุนอย่างลึกซึ้ง แน่นอนว่า ต้องมีการเรียนรู้ ในเรื่องของพีระมิด ประเมินความเสี่ยง หรือการสร้าง แบบจำลองความเสี่ยง โดยใช้พีระมิด เป็นรูปแบบจำลอง สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ กลุ่มนักลงทุน จัดการเรื่องการลงทุนได้ และสร้างสมดุล สำหรับการลงทุนได้อีก โดยมีระดับดังนี้

  • ระดับฐาน: เป็นการจัดการ การลงทุนที่เป็น สินทรัพย์ที่มั่นคง และปลอดภัยมากที่สุด อีกทั้งการลงทุน ที่อยู่ในระดับนี้ ต้องมีความมั่นคงสูง มีความเสี่ยงที่ต่ำ หรือมีเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยง น้อยกว่า 10%
  • ระดับกลาง: เป็นการลงทุน ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้เป็นความเสี่ยง ที่สูงจนมากเกินไป การลงทุนช่วงระดับนี้ จะมีผลกำไรตอบแทนดี และมีโอกาสสร้างกำไร จากการลงทุนอื่นๆ ได้อีกมากมาย
  • Summit: หรือส่วนปลายยอด เรียกได้ว่า เป็นส่วนที่มีความเสี่ยง สูงที่สุดก็ว่าได้ และต้องมีอัตราส่วน น้อยที่สุด สำหรับการลงทุนทั้งหมด เพราะการลงทุนรูปแบบนี้ มีโอกาสล้มเหลวสูงที่สุด

ที่มา: Understanding the Investment Risk Pyramid (23 พฤศจิกายน 2025) [2]

ตาชั่งการลงทุน สิ่งนี้สื่อถึงเรื่องอะไร?

ตาชั่ง วัดมูลค่า คืออะไร

เป็นสิ่งที่เรียกว่า “การรักษาสมดุลพอร์ต” เป็นส่วนสำคัญ สำหรับการลงทุนทุกประเภท โดยที่การรักษาสมดุลนี้ เคยเกิดปรากฏการณ์ ครั้งใหญ่มาแล้ว ในช่วงปี 2473 ,2474 , 2543 และปี 2551 ซึ่งความสำคัญ คือเรื่องของ การกระจายการลงทุน ที่มีความเสี่ยง ในรูปแบบต่างๆ โดยมีข้อกำหนด ดังนี้

  • กำหนดความเสี่ยง: เป็นการกำหนด ระดับความเสี่ยง ที่นักลงทุนสามารถ ยอมรับความเสี่ยงนั้นๆ ได้ เช่น หุ้นทองคำวันนี้อยู่ที่ 5,017.56 ดอลลาร์ (สืบค้นเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2026) ซึ่งการลงทุนนี้ มีความเสี่ยง นักลงทุนต้องมีการ กำหนดค่าความเสี่ยง ที่สามารถยอมรับได้ ก่อนการลงทุน
  • ทำความเข้าใจ: เป็นการทำความเข้าใจ เกี่ยวกับสินทรัพย์ ที่ต้องการลงทุน ต้องมีการหาข้อมูล ศึกษาเรื่องโอกาส และความเสี่ยง อาจจะมีการพึ่งพา สัญชาตญาณ การลงทุนเข้ามาเกี่ยวข้องได้
  • การจัดการสินทรัพย์: เป็นการจัดสรรการลงทุน ตามระดับความเสี่ยง ที่ผ่านการวิเคราะห์มาแล้ว โดยที่การลงทุน ที่แนะนำคือ ลงทุนความเสี่ยงต่ำ 60% พันธบัตร 30% และสุดท้ายคือ ลงทุนกับหุ้น 10%
  • กระจายพอร์ต: เป็นการกระจายความเสี่ยง ออกไปยังสินทรัพย์ต่างๆ ทั้งนี้เพื่อ ป้องกันเงินทุน และยังทำให้โอกาส ในการทำกำไรนั้น มีมูลค่าที่สูงขึ้น และมีโอกาสที่จะ ล้มเหลวน้อยลง

ที่มา: How to Balance Your Investment Portfolio (3 พฤษภาคม 2024) [3]

ข้อดีของการมี ปรัชญาตาชั่งการลงทุน

1. ช่วยให้การลงทุน มีวินัยมากยิ่งขึ้น และไม่หวั่นไหว กับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการลงทุน เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่เกิดในปี 2022 สิ่งเหล่านี้ก็จะไม่สามารถ ทำให้การลงทุน สั่นคลอนลงไปได้
2. เป็นการสร้างจุดยืน ในการลงทุน ให้กับตัวเองได้ โดยที่นักลงทุน จะมีความเชื่อมั่น เรื่องการลงทุน ที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น และสิ่งนี้จะทำให้การลงทุน ที่ความเสี่ยง ที่ลดน้อยลงได้
3. ข้อที่ดีที่สุด คือกลุ่มนักลงทุน ที่ยึดมั่นในเรื่องนี้ จะมีผลกำไรที่ยั่งยืน อีกทั้งยังสามารถ แยกแยะความสำคัญ ในส่วนของราคา และมูลค่าที่แท้จริงได้ สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนที่ สำคัญที่สุด สำหรับการลงทุน
4. ความเครียดลดน้อยลง เมื่อเทียบกับการลงทุนแบบเดิม ที่ต้องมีความเครียดทุกวัน การลงทุนรูปแบบนี้ จะทำให้นักลงทุน ปล่อยวางได้ดีขึ้น และทำให้ความเครียด ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

นักลงทุน ที่ยึดถือปรัชญาเหล่านี้อยู่

บุคคลที่มีชื่อว่า “วอร์เรน บัฟเฟตต์” เกิดในปี 1930 ที่เมืองโอมาฮา ชายหนุ่มที่มุ่งมั่น และมีความสนใจ เรื่องการลงทุน มาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ชีวิตช่วงแรก เริ่มต้นจากการเป็น พนักงานขายใน ทศวรรษ 1950 และต่อมาในปี 1956 ได้มีการก่อตั้ง บริษัทเป็นของตัวเอง และมีชื่อบริษัทว่า “Buffett Associates”

หลังจากการก่อตั้งบริษัท เขาใช้เวลาเพียง 10 ปี และสามารถเข้าดูแลบริษัท “Berkshire Hathaway” ได้ในที่สุด โดยเข้าไปดูแลในปี 1965 ชายผู้นี้เรียกได้ว่า เป็นนักลงทุน ที่ประสบความสำเร็จสูงสุด และได้ขึ้นมาสู่ การเป็นมหาเศรษฐี ที่มีเงินมากที่สุดในโลก เมื่อปี 2025 และเข้ายังชื่นชอบ การบริจาคเงินอีกด้วย

หากสนใจอ่านเนื้อหาสำคัญทั้งหมดคลิก investopedia

หน้าสรุปเรื่อง ตาชั่ง วัดมูลค่า คืออะไร

บทสรุป ตาชั่งวัดมูลค่า คืออะไร เป็นเรื่องของ การรักษาสมดุลพอร์ต สำหรับนักลงทุน หรือเป็นการชั่งตวง ปริมาณความเสี่ยง ที่จะลงทุน โดยเมื่อผ่านการวิเคราะห์แล้ว จะต้องมีการ จัดการการลงทุนก่อน การทำเช่นนี้นั้น เป็นเหมือนการสร้าง รูปแบบการลงทุน ที่มีความมั่นคง และมีโอกาส ในการทำกำไรสูง

เรื่องนี้อยากบอกอะไร กับกลุ่มผู้อ่าน?

คำตอบคือ อยากบอกให้รู้ เกี่ยวกับความสำคัญ ในการวิเคราะห์ ความเสี่ยง และวิธีการจัดการ การลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการทำเช่นนี้ จะทำให้การลงทุน มีกำไรเพิ่มขึ้นได้ อีกทั้งยังช่วยให้ นักลงทุนทั้งหลาย มีพฤติกรรมการลงทุนที่ดี และมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง

ทำไมต้องหยิบ เรื่องตาชั่งมาเปรียบเทียบ?

เป็นเพราะตรงชั่ง เป็นสัญลักษณ์ ของความยุติธรรม และความซื่อตรง ซึ่งการลงทุนที่ดี ก็มีข้อปฏิบัติ เช่นนี้เหมือนกัน อีกทั้งการลงทุน ที่มีการชั่งตวง ความสมดุลนั้น จะเป็นการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ และสร้างโอกาส สำหรับการทำกำไร ได้เป็นอย่างดี

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง