ทำไมต้องมี หนังสือการลงทุน สิ่งนี้ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

ทำไมต้องมี หนังสือการลงทุน

ทำไมต้องมี หนังสือการลงทุน สิ่งนี้ช่วยเรื่องอะไรบ้าง? คำตอบก็คือ หนังสือการลงทุน เป็นเหมือนแหล่งรวม ความรู้พื้นฐาน สำหรับนักลงทุน อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือ ที่จะช่วยให้ การลงทุนนั้น มีประสิทธิภาพ เพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยหนังสือการลงทุน จะมีอยู่หลายรูปแบบ แตกต่างกันออกไป

  • ค่านิยมการอ่านและการพัฒนาของหนังสือ
  • รายชื่อหนังสือเก่าและความสำคัญของหนังสือการลงทุน
  • สิ่งที่ต้องรู้และหนังสือการลงทุนที่น่าสนใจ

ค่านิยมการอ่าน ของคนในปัจจุบัน

พฤติกรรมการอ่าน ได้มีการปรับเปลี่ยน รูปแบบไปแล้ว จากหนังสือแบบเล่น สู่หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งแพลตฟอร์มอย่าง E-book กำลังได้รับความนิยม และพบว่าตอนนี้ ผู้คนใช้เวลามากกว่า 10.42 ชม./สัปดาห์ ในการอ่านหนังสือ (สืบค้นเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2026) และในพื้นที่สหรัฐ เริ่มมีความกังวล ในเรื่องนี้อยู่

โดยสหรัฐ ที่เรียกได้ว่า เป็นประเทศมหาอำนาจ ที่มีผู้คนอาศัยกว่า 340-341 ล้านคน ข้อมูลเหล่านี้ เป็นการสำรวจ เมื่อช่วงปี 2024-2025 และพบว่าในกลุ่มประชากรนี้ มีผู้ที่ยังอ่านหนังสืออยู่ เหลือเพียงแค่ 32% ของประชากรทั้งหมด โดยจุดประสงค์ ของการอ่านนั้น คือความเพลิดเพลิน (28 กุมภาพันธ์ 2025) [1]

ผู้คนอีกจำนวนหนึ่ง ที่ยังคงมีการอ่านหนังสืออยู่ คือกลุ่มคน ที่ต้องการเรียนรู้ ในเรื่องของศิลปะ ผลสำรวจเมื่อปี 2022 โดย NEA พบว่าวัยผู้ใหญ่ ในสหรัฐมีอัตรา การอ่านหนังสือลดลงจาก 54.6% เหลืออยู่เพียง 48.5% โดยตัวเลขเหล่านี้ ลดลงอย่างต่อเนื่อง และกลุ่มเด็ก ช่วงแรกเริ่มถึง 13 ปี อ่านหนังสือเพียง 14%

ภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไป ของการอ่านหนังสือ

สำหรับยุคแรกๆ หนังสือเป็นเหมือน แหล่งรวมข้อมูล ที่เรียกได้ว่า เป็นคุณค่าอย่างหนึ่ง ของการเพิ่มทักษะ การใช้ชีวิต ในด้านต่างๆ อีกทั้งยังเป็นข้อมูล ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ในส่วนของการ พัฒนาทักษะทางสมอง โดยช่วงยุคแรกๆ นั้น มีกลุ่มคนจำนวนมาก ชื่นชอบการอ่าน และยกให้การอ่าน เป็นที่สุดของความรู้

แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป หนังสือได้มีการ พัฒนารูปแบบขึ้น และมีการแตกแขนง เนื้อหาการเขียน ไปในรูปแบบต่างๆ เช่น หนังสือนิยายรัก หนังสือสืบสวน หนังสือประวัติศาสตร์ และหนังสือการเงิน ซึ่งหนังสือเหล่านี้ ได้มีการแปรสภาพ ให้เข้าสู่ในโลกออนไลน์ ในช่วงเวลาถัดมา คุณค่าของหนังสือแบบเล่ม จึงเริ่มลดลง

หนังสือการลงทุน ที่ถือเป็นประวัติศาสตร์

1. This Time Is Different: เป็นหนังสือที่ตีพิมพ์ ครั้งแรกเมื่อปี 2009 เป็นหนังสือที่เกี่ยวกับ ความผิดพลาด ในเรื่องของการเงิน ตลอดช่วงเวลา 8 ศตวรรษ ซึ่งผู้เขียนมีชื่อว่า “คาร์เมน ไรน์ฮาร์ท”
2. he Big Short: หนังสือที่เกี่ยวกับ วิกฤตการเงินครั้งใหญ่ เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อปี 2010 เป็นหนังสือ เกี่ยวกับการเงิน ที่เขียนขึ้นแบบเรียลไทม์ โดยผู้เขียนที่ชื่อว่า “ไมเคิล ลูอิส”
3. The Greatest Trade Ever: เป็นหนังสือ เบื้องหลัง ก่อนความสำเร็จ จากการทำกำไร ในตลาดการลงทุน ซึ่งตอนนั้นเป็นวิกฤต ทางการเงิน ในปี 2008 และหนังสือเล่มนี้ เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อปี 2009
4. Devil Take the Hindmost: หนังสือที่สร้างขึ้น โดยอิงจากประวัติศาสตร์ เรื่องการเก็งกำไร โดยผู้เขียนที่ชื่อว่า เอ็ดเวิร์ด แชนเซลเลอร์ เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อปี 1999

ที่มา: The 7 Best Books on the History of Money & Investing (11 กุมภาพันธ์ 2022) [2]

ตอบคำถามเรื่อง ทำไมต้องมี หนังสือการลงทุน

ทำไมต้องมี หนังสือการลงทุน

สิ่งที่นักลงทุน รู้กันอยู่แล้วคือ การอ่านถือเป็น การเพิ่มความรู้ สำหรับการพัฒนา ศักยภาพของบุคคล และยังเป็นสิ่งสำคัญ ที่ช่วยให้นักลงทุน ได้เรียนรู้ และได้ศึกษาข้อมูล ข้อเท็จจริง ของการลงทุน เพื่อประกอบการตัดสินใจ ในการลงทุนแต่ละครั้ง แต่การอ่านหนังสือ การลงทุนนั้น มีความสำคัญแท้จริง ดังนี้

  • สร้างอิสรภาพ: เป็นอิสรภาพทางการเงิน หรือเป็นเหมือน การสร้างแนวคิด และชี้นำความสุข จากผลลัพธ์ ของการลงทุน ที่จะเกิดขึ้นได้ เมื่อนักลงทุนทั้งหลาย เริ่มประสบความสำเร็จ
  • เสริมความรู้การลงทุน: เป็นแนวทางความรู้ ที่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก สำหรับนักลงทุน เป็นหนังสือประเภท ที่สอนเรื่อง คุณค่าที่แท้จริง ของการลงทุน ในเรื่องการได้รับผลตอบแทน ที่สมเหตุสมผล และเป็นรูปแบบ การลงทุนที่ไม่ต้อง มีความกังวล ถึงสถานการณ์ต่างๆ (2019) [3]
  • เรียนรู้เรื่องความสุข: เป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่นักลงทุนทุกคน ควรมีการเรียนรู้ เพราะความมั่งคั่ง ไม่ได้นำมา ซึ่งความสุขที่แท้จริง การเรียนรู้เหล่านี้ ทำให้นักลงทุน ได้เรียนรู้ในเรื่องของ ความสุขในการใช้ชีวิต และทำให้เห็นถึง คุณค่าของการมีชีวิต

สิ่งที่นักลงทุนต้องรู้ เกี่ยวกับการอ่าน

1. เรื่องงบประมาณ: เป็นการอ่าน เพื่อการวางแนวทาง การจัดการงบประมาณ สำหรับการลงทุน
2. กองทุนรวม: เป็นเงื่อนไข หรือข้อตกลง ที่กองทุนรวมในแต่ละที่ จะมีการเขียนขึ้น ซึ่งเงื่อนไขนั้น จะมีความแตกต่างกันไป นักลงทุนควรมีการศึกษา และการอ่าน ก่อนการลงทุนทุกครั้ง
3. เรียนรู้เรื่องความเสี่ยง: การลงทุนนั้น ไม่ได้เป็นการ เน้นคาดเดา แต่เป็นการเรียนรู้ และศึกษาความเสี่ยง ก่อนการลงทุน เพื่อผลลัพธ์ที่ดี และไม่ทำให้เงินทุน สูญหายไปในที่สุด
4. บทความผู้เชี่ยวชาญ: เป็นการอ่าน เพื่อรับฟังแนวคิด หรือมุมมองของกลุ่ม ผู้เชี่ยวชาญ ในด้านการลงทุน เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ เป็นกลุ่มคนที่ มีความเชี่ยวชาญ เรื่องการลงทุนสูง

รวมหนังสือการลงทุน ที่น่าสนใจในปีนี้

  • The Big Pivot: เป็นหนังสือที่เกี่ยวกับ การปรับตัว ของกลุ่มผู้ประกอบการ และกลุ่มนายทุน ที่ตอนนี้เริ่มมีการ ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ เพื่อความยั่งยืนแล้ว
  • The Psychology of Money: เป็นหนังสือที่ รวบรวมข้อมูล พฤติกรรมที่เกี่ยวกับ การเงินและการลงทุน โดยหนังสือเล่มนี้ โดดเด่นเรื่องของ การบอกให้รู้ถึง อิทธิพลทางอารมณ์ ในการลงทุน
  • Quit, Annie Duke: หนังสือที่เกี่ยวกับ การเลือกเส้นทาง การเดินทางของตัวเอง ในหน้าที่การงาน โดยเป็นหนังสือ ที่จะทำให้เรารู้ว่า ช่วงเวลาไหนที่เราจะ เรียนรู้การปล่อยวาง

หากสนใจอ่านเพิ่มเติมคลิกอ่านได้ที่ invesdor

ทำไมต้องมี หนังสือการลงทุน ในหน้าส่งท้าย

หน้าส่งท้าย ทำไมต้องมี หนังสือการลงทุน เรียกได้ว่า การอ่านหนังสือ สำหรับการลงทุน เป็นเหมือนการเพิ่ม ศักยภาพด้านต่างๆ สำหรับการลงทุนได้ และกลุ่มนักลงทุนทั้งหลาย ยังมีอยู่อีกจำนวนมาก ที่ยังคงมีการ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องการลงทุน จากเนื้อหาหนังสือเหล่านี้

ภาพรวมของเนื้อหา ในบทความนี้คืออะไร?

เป็นการมอบความรู้ และทำให้ผู้อ่าน ได้เห็นคุณค่า ของการอ่านหนังสือ ซึ่งเนื้อหาของ หนังสือการลงทุนนั้น มีมุมมองต่างๆ ที่แตกต่างออกไป เพราะการเขียนหนังสือ สำหรับการลงทุนนั้น มีการแบ่งเนื้อหา ที่ต้องการสื่อ อย่างชัดเจน สิ่งเหล่านี้ทำให้ ผู้อ่านได้เข้าใจว่า หนังสือการลงทุน ไม่ได้มีอยู่รูปแบบเดียว

ทำไมผู้คน อ่านหนังสือแบบเล่มน้อยลง?

เป็นเพราะการพัฒนา ของแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่สามารถทำให้ หนังสือเข้าไปอยู่ใน โลกออนไลน์ได้ สิ่งนี้ทำให้ผู้อ่าน มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น และสามารถอ่านหนังสือ ได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งนี้หนังสือแบบเล่ม อาจจะไม่สะดวก ต่อการพกพาเท่าไหร่นัก ผู้คนในยุคนี้ จึงชื่นชอบ อ่านหนังสือออนไลน์มากกว่า

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง