นักลงทุน ที่ไม่มีกราฟ คืออะไร ข้อสงสัยที่ต้องได้รับคำตอบ

นักลงทุน ที่ไม่มีกราฟ คืออะไร

นักลงทุน ที่ไม่มีกราฟ คืออะไร ข้อสงสัยที่ต้องได้รับคำตอบ สำหรับนักลงทุน ที่ไม่มีกราฟ จะเป็นกลุ่มนักลงทุน ที่อยู่ในยุคอดีต หรือกลุ่มนักลงทุน ก่อนการเปลี่ยนแปลง วิธีการลงทุน และรูปแบบการลงทุน จะเป็นแบบไหน และแนวคิดไหน ที่นักลงทุนกลุ่มนี้ใช้ เรารวบรวม มาไว้ให้หมดแล้ว

  • จุดเริ่มต้นการลงทุนและข้อเท็จจริงของเทคโนโลยี
  • การลงทุนเฉพาะกลุ่มและการเปลี่ยนความคิดเรื่องกราฟ
  • ความสำคัญของกราฟการลงทุนและข้อดีของการใช้กราฟ

การลงทุนยุคแรก เริ่มขึ้นเมื่อช่วงใด?

จากข้อมูล ที่ได้มีการศึกษามานั้น การลงทุน ที่เป็นรูปธรรมมากที่สุด เริ่มขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 17 เป็นหลักฐานที่พบจาก กฎหมายของฮัมมูราบี ที่เกิดขึ้นเมื่อ 1700 ปีก่อนคริสตกาล โดยจุดเริ่มต้น ของการลงทุนในครั้งนั้น เริ่มมาจาก อุตสาหกรรม การขนส่งสินค้าทางเรือ ที่มีความเสี่ยง (2025) [1] ซึ่งความเสี่ยงนี้

ทำให้กลุ่มเจ้าของเรือ เริ่มให้ความสนใจ กับกลุ่มนักลงทุน ในพื้นที่ เพื่อให้เข้ามา สนับสนุนการเดินเรือ ที่มีความเสี่ยงเหล่านี้ โดยเป็นการ ยื่นข้อเสนอเรื่องของ ส่วนแบ่งการค้าขาย ให้กับนักลงทุน และจุดนี้เอง ทำให้การลงทุน ในยุคสมัยนั้น ได้เริ่มมีการยอมรับ และแพร่หลายมากยิ่งขึ้น

สำหรับการลงทุน แบบตลาดหลักทรัพย์นั้น ได้มีเปิดตัว อย่างเป็นทางการครั้งแรก เมื่อปี 1602 ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “ยูโรเน็กซ์ อัมสเตอร์ดัม” ตลาดหลักทรัพย์แห่งนี้ กลายเป็นโมเดลต้นแบบ ของตลาดหลักทรัพย์ ในยุคปัจจุบันอีกด้วย และยังยึดมั่น โครงสร้างเดิมคือ การทำให้นักลงทุน เข้าถึงโอกาส การลงทุนให้ได้มากที่สุด

เทคโนโลยี ไม่ได้สำคัญ ในยุคนั้นจริงหรือ?

หากย้อนกลับไป ในช่วงยุคแรกเริ่ม มุมมองเรื่องของ เทคโนโลยี ยังเป็นเรื่องที่ไกลตัวมาก เพราะระดับการพัฒนา ในช่วงยุคนั้น ยังเป็นเรื่องที่ล่าช้า และนักพัฒนาในยุคนั้น ยังไม่ได้มีความสามารถ มากพอที่จะ พัฒนาสิ่งประดิษฐ์ ให้มีความ เสถียรภาพได้มากเท่า กับยุคสมัยปัจจุบัน

แต่เมื่อเริ่มเข้าสู่ ศตวรรษที่ 18 ซึ่งเป็นปีแห่ง การปฏิวัติ วงการอุตสาหกรรม และเริ่มมีการมาถึง ของเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น ผู้คนในยุคนั้น ไม่ได้มองว่า เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ ไม่สำคัญ แต่กลับมองว่า เทคโนโลยีเป็นเหมือน สิ่งที่มีคุณค่า เหมือนกันกับ วารสาร การลงทุน ที่มอบความรู้ และประสบการณ์ต่างๆ ให้กับผู้คน

การลงทุนยุคแรก เหมาะกับกลุ่มไหนมากที่สุด

เมื่อย้อนกลับไป ในช่วงยุคแรกเริ่ม ของวงการการลงทุน เราจะเห็นได้ว่า การลงทุนทุกประเภท ผู้คนชนชั้นสูงเท่านั้น ที่จะมีสิทธิ์ เข้าถึงการลงทุนทั้งหมด ต้องเป็นกลุ่มที่ มีทรัพย์สิน เช่น เจ้าของที่ดิน ที่มีการทำธุรกิจ เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ หรือกลุ่มนายทุน พ่อค้ารายใหญ่ทั้งหลาย แต่เมื่อช่วงเวลาผ่านไป

การพัฒนาของ ระบบเศรษฐกิจ ทำให้การลงทุน มีระดับความซับซ้อน ที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น และเมื่อมองในช่วง 300 ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ว่า การลงทุนนั้น ได้มีการเปลี่ยนแปลง อย่างชัดเจนในเรื่อง การเข้าถึงการลงทุน เพราะมีการเปิดให้ กลุ่มบริษัทเอกชน เข้ามามีส่วนร่วม เพิ่มมากยิ่งขึ้น (15 มกราคม 2026) [2]

อีกทั้งยังมีการ ปฏิวัติการลงทุน เพื่อเปิดให้กลุ่ม ผู้คนทั่วไป สามารถเข้าถึง การลงทุนได้อย่างเปิดเผย ซึ่งแนวคิดนี้ ตรงกันข้ามกับ การลงทุนในยุคแรก และระบบการลงทุนแรก ที่เปิดให้ประชาชน ได้เข้าร่วมแบบเต็มที่ คือการลงทุน แบบระบบบำนาญ สิ่งนี้ทำให้ ประชาชนสามารถ วางแผนการเงิน ในช่วงอนาคตได้

การเปลี่ยนผ่านแนวคิด การลงทุนที่ไม่มีกราฟ

นักลงทุน ที่ไม่มีกราฟ คืออะไร

ยุคแรกของการลงทุน เรียกได้ว่า เป็นการลงทุน ผ่านเงื่อนไข ของการรับผลประโยชน์ หรือการได้รับส่วนแบ่ง จากการลงทุน ซึ่งทั้งหมดนี้ ไม่ต้องพึ่งพา เครื่องมือใดๆ ในการลงทุน และเน้นเป็นการ แลกเปลี่ยนสินค้า เพื่อสร้างมูลค่า และเมื่อความต้องการ เพิ่มมากยิ่งขึ้น จึงเกิดเป็นการลงทุน ขนาดใหญ่ขึ้น

โดยเน้นการแลกเปลี่ยน ระหว่างประเทศ โดยมีเงินตรา เป็นสัญลักษณ์ ของสินค้าแลกเปลี่ยนแทน และช่วงยุคนั้น เรื่องการทำบัญชี เป็นเพียงสิ่งเดียว ที่นักลงทุนทั้งหลาย นิยมใช้กัน อีกทั้งยังเป็นเหมือน หลักฐานการค้า ที่เป็นมาตรฐานกลาง มากที่สุดอีกด้วย (2022) [3] แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ ยุคที่มีเครื่องมือ หรือกราฟ

นักลงทุนหลายคน เริ่มให้ความสำคัญ กับการอ่านค่ากราฟเป็นอย่างมาก แต่สิ่งเหล่านี้ มีผลเสียอยู่ สำหรับนักลงทุนหลายกลุ่ม เพราะการยึดติด กับกราฟราคาจนเกินไป อาจจะทำให้ การลงทุนนั้นๆ มีในเรื่องของ อารมณ์ และความโลภเข้ามาเกี่ยวข้อง นักลงทุนหลายคน จึงเริ่มเรียนรู้ จากเครื่องมืออื่น ควบคู่กันไป

กราฟไม่ได้สำคัญ กับการลงทุนประเภทใด?

  • การลงทุนที่เน้นคุณค่า: การลงทุนรูปแบบนี้ เน้นในเรื่องของ งบประมาณการเงิน รวมไปถึง ความแข็งแกร่งของราคา ซึ่งเป็นตัวชี้วัด ผลประกอบการ ของการลงทุน ไม่ได้ดูที่ แนวโน้มขึ้นลง ของราคามากนัก
  • กองทุนรวม: ปริมาณราคา NAV ไม่ได้แสดง ราคาซื้อขายจริง อีกทั้งยังมีการ ปรับสมดุลพอร์ต อยู่บ่อยครั้ง สิ่งนี้ทำให้ นักลงทุนหลายคน อ่านค่ากราฟได้ยากขึ้น
  • การลงทุนระยะยาว: ผลการแสดงกราฟ ที่เน้นการแสดงผลแบบ ระยะสั้น และระยะกลาง เช่น ตัวเลขกราฟของ ตลาดหุ้นไทย ที่มีตัวเลขปิดบวกอยู่ที่ +1.64% (สืบค้นเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2026) ค่ากราฟนี้ ไม่สามารถบ่งบอก ปริมาณการเติบโต ในอนาคตช่วง 10-20 ปีข้างหน้าได้
  • จัดการความเสี่ยง: เครื่องมือกราฟ สามารถช่วยได้แค่ บอกปริมาณความเสี่ยง ที่อาจจะเกิดขึ้น แต่ไม่ได้มีการ ชี้นำแนวทาง การจัดการความเสี่ยง ที่นักลงทุน ต้องรับรู้ได้

รวมหลักแนวคิด กราฟช่วยเรื่องใดบ้าง?

กราฟแสดงผลนั้น ช่วยได้มาก สำหรับการวิเคราะห์ ความผันผวน แบบระยะสั้น เช่น ในปี 1980 ถึง 2021 ตัวหุ้น S&P 500 มีการปิดยอดขาย เป็นผลบวกอยู่ที่ 54% สำหรับช่วงเวลาทั้งหมด สิ่งเหล่านี้ ทำให้นักลงทุน สามารถวิเคราะห์ได้ว่า โอกาสในการทำกำไร ในอนาคตข้างหน้า มีโอกาสเท่ากับ 50:50

หากสนใจเนื้อหาแบบนี้คลิกอ่านต่อได้ที่ forbes

บทสรุป นักลงทุน ที่ไม่มีกราฟ คืออะไร

หน้าสุดท้ายของ นักลงทุนที่ไม่มีกราฟ คืออะไร เป็นกลุ่มนักลงทุน ที่อยู่ในช่วงยุคแรกๆ ยุคสมัยที่การลงทุน เน้นการแลกเปลี่ยน สินค้าหรือเงินตรา อีกทั้งยังเป็นยุคแรก ที่กลุ่มนักลงทุน เน้นการจดบันทึก รายรับรายจ่าย มากกว่าการ คาดการณ์การลงทุน ซึ่งเมื่อช่วงเวลาผ่านไป เครื่องมือเหล่านี้ ก็เริ่มมีบทบาทขึ้น

นักลงทุนระยะสั้น ต้องพึ่งพากราฟจริงหรือไม่?

คำตอบคือ เป็นเรื่องจริง เพราะการลงทุน แบบระยะสั้นนั้น จะมีการดูค่า ความผันผวนอยู่ตลอด เครื่องมือกราฟ แสดงค่าต่างๆ ทั้งเรื่องการขึ้นลง ของมูลค่าหุ้นตลาด หรือค่าความผันผวน สิ่งเหล่านี้ทำให้ นักลงทุนระยะสั้น ตัดสินใจเรื่องการลงทุน ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

บทความนี้ ต้องการสะท้อนสิ่งใด?

คำตอบคือ ต้องการสะท้อน รูปแบบการลงทุน ในช่วงยุคแรก และยุคปัจจุบัน เพราะการลงทุน ในแต่ละยุคนั้น มีความแตกต่างกัน เช่น ช่วงอดีตนั้น เน้นการได้รับผลประโยชน์ ที่เป็นมูลค่าตายตัว แต่การลงทุน ในยุคสมัยนี้นั้น เน้นการลงทุน แบบการเพิ่มมูลค่า จากผลตอบแทน มากกว่ามูลค่าตายตัว

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง