นักเทรด มีความเสี่ยง อะไรบ้าง ที่ต้องรับรู้ไว้

นักเทรด มีความเสี่ยง อะไรบ้าง

นักเทรด มีความเสี่ยง อะไรบ้าง ที่ต้องรับรู้ไว้ คำตอบคือ มีอยู่ความเสี่ยง สำหรับการเทรด ที่อาจจะทำให้การเทรด เกิดข้อผิดพลาดได้ และทำให้เงินทุน สูญหายไปได้ โดยความเสี่ยงเหล่านี้ อาจจะแตกต่าง จากความเสี่ยง ของการลงทุนทั่วไป ซึ่งความเสี่ยงเหล่านี้ เรารวบรวมไว้ให้แล้ว

  • ความหมายและประเภทของความเสี่ยงสำหรับนักเทรด
  • เครื่องมือจัดการความเสี่ยงและความเสี่ยงที่ต้องระวัง
  • นักเทรดที่ผ่านความเสี่ยงมาแล้วและความเสี่ยงทางจิตใจ

ความหมายของ ความเสี่ยงสำหรับการลงทุน

เป็นความไม่แน่นอน หรือเป็นความผิดพลาด สำหรับการลงทุน ส่งผลกระทบให้ โอกาสที่จะได้ มูลค่าจริงจากการลงทุน อาจจะมีการผิดพลาดได้ หรือไม่เป็นไป ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ สิ่งนี้อาจจะ ส่งผลกระทบรุนแรง คือทำให้เงินทุน สูญหายไปทั้งหมดได้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ต้องระวัง

สำหรับความเสี่ยงแล้ว มีการแบ่งระดับความเสี่ยง ตั้งแต่ต่ำ ไปจนถึงสูง สำหรับนักเทรดแล้ว การเทรดที่มีความเสี่ยงสูง อาจจะเป็นเรื่องที่ท้าทาย และทำให้ได้กำไร เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม แต่หากการเทรดนั้น ไม่ประสบความสำเร็จ อาจจะทำให้นักเทรด สูญเสียเงินตั้งต้น ทั้งหมดไปเลยก็ได้

ประเภทของความเสี่ยง สำหรับนักเทรด มีอะไรบ้าง?

  • ความเสี่ยงสภาพคล่อง: เป็นความเสี่ยงพื้นฐาน ที่นักเทรดมากกว่าครึ่ง เคยเจอกันมาแล้ว ซึ่งความเสี่ยงนี้ เป็นความเสี่ยงสำหรับ การซื้อขายหุ้น ที่ถือไว้ในปริมาณ ที่ไม่เป็นไปตาม ที่ตั้งเป้าไว้ในช่วงแรก
  • การแลกเปลี่ยนเงิน: สำหรับนักเทรด ที่เน้นการลงทุนต่างประเทศ ย่อมเจอกับปัญหานี้ คือมูลค่าการแลกเปลี่ยน ค่าเงินในช่วงเวลานั้นๆ มีปริมาณที่แตกต่างกัน เช่น ค่าเงิน 1 ดอลลาร์วันนี้เท่ากับ 32.28 บาท (สืบค้นเมื่อ 13 มีนาคม 2026) และอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง ในวันรุ่งขึ้นได้
  • อัตราเงินเฟ้อ: เมื่อค่าเงินเฟ้อสูง สิ่งนี้ส่งผลกระทบ ต่อราคาสินค้าทุกประเภท และทำให้สินค้านั้น มีมูลค่าที่สูงขึ้น เมื่อเงินเฟ้อลดลง มูลค่าสินค้า จึงมีการปรับตัวลง (28 ตุลาคม 2023) [1]
  • ค่าความผันผวน: เป็นการเปลี่ยนแปลง ภายในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีปัจจัย มาจากภาวะที่เกิดขึ้น กับโลกในช่วงเวลานั้นๆ สิ่งนี้ทำให้ การลงทุน และการเทรด มีความเสี่ยงเพิ่มมากยิ่งขึ้น

การวิเคราะห์ และการจัดการความเสี่ยง ที่จะเกิดขึ้น

สำหรับการเทรดนั้น สามารถใช้เครื่องมือ ที่มีชื่อว่า “RRR” เพื่อช่วยวิเคราะห์ ความเสี่ยงในการเทรดได้ ซึ่งลักษณะการใช้งาน คือการหาจุดความเสี่ยง ที่จะเกิดขึ้นจากการเทรด และมีการใช้ดังนี้

  • การตั้งค่า: เป็นขั้นตอนของการกำหนด แผนการเทรด หรือการวางกลยุทธ์ สำหรับการเทรด ทั้งเรื่องเป้าหมาย ราคากำไรที่ต้องการ ต้องทำสิ่งนี้ก่อน เป็นอันดับแรกเสมอ (10 ตุลาคม 2020) [2]
  • ระดับ stop loss: เป็นการมาร์กจุด ที่จะทำการเข้าเทรด หรือการวางพื้นที่ สำหรับการเทรด ในช่วงเวลานั้นๆ เพื่อการทำกำไร สิ่งนี้เรียกว่า กลยุทธ์ การเทรดหุ้น ที่ต้องวางเส้นแนวรับ และแนวต้าน เพื่อสร้างพื้นที่ก่อน
  • การมาร์กจุด: เป็นการกำหนดเส้นตาย สำหรับการทำกำไร และจุดเสี่ยงสำหรับ การขาดทุนที่จะเกิดขึ้น สิ่งนี้จะสามารถ ช่วยกำหนดเป้าหมาย การเทรดได้อย่างมี ประสิทธิภาพ

รวมความเสี่ยง สำหรับนักเทรด ที่ต้องระวังมีอะไรบ้าง?

นักเทรด มีความเสี่ยง อะไรบ้าง
  • Leverage: เป็นช่วงจังหวะยอดฮิต ที่นักเทรดส่วนใหญ่ จะเข้าทำการเทรด เพื่อสร้างกำไร แต่แท้จริงแล้ว เลเวอเรจคือ ความผันผวนที่น่ากลัว ที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้น เพราะสิ่งนี้อาจจะทำให้ สูญเสียเงินทุนได้ ถึงแม้จะมีการใช้ Margin แต่เมื่อค่าเลเวอเรจสูงขึ้น ก็ต้องจ่ายเงินทุนเพิ่มขึ้นด้วย
  • ความไม่น่าเชื่อถือ: เป็นความเสี่ยง จากทางฝั่งผู้ซื้อ และผู้ขายที่ต้องมีความ เชื่อใจกันในระดับหนึ่ง อีกทั้งยังรวมไปถึง การเลือกใช้แพลตฟอร์ม สำหรับการเทรดด้วย ในช่วงปี 2025 ตรวจพบ แพลตฟอร์มเทรด ที่เข้าข่ายโกงแล้วมากกว่า 210 แพลตฟอร์ม ซึ่งในตอนนี้ มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • ปัญหาการเมือง: ปัญหาระดับชาติ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยหลัก ที่ทำให้เกิดความผันผวน ในตลาดหลักทรัพย์ เช่นการทำสงครามรัสเซีย-ยูเครน ในปี ค.ศ. 2022 และลากยาวมาจนถึงปี 2026 ก็ยังคงทำ สงครามกันอยู่ สิ่งนี้ส่งผลกระทบ ต่อราคาหุ้นหลายตัว และมีความเสี่ยงสูง สำหรับการเทรด
  • วิธีการชำระเงิน: ความเสี่ยงจากช่วงเวลา การแลกเปลี่ยนค่าเงิน หรือการชำระเงิน สำหรับการซื้อขาย สิ่งนี้อาจจะใช้เวลานานเกินไป และบางครั้งยังทำให้ มีค่าบริการเพิ่มขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ก็ถือเป็นความเสี่ยง ที่จะทำให้ มูลค่าสุทธิของกำไร มีการเปลี่ยนแปลงไป (2013 – 2026) [3]

รวมนักเทรดระดับโลก ที่เคยผ่านความเสี่ยงมาแล้ว

  • พอล ทิวดอร์ โจนส์: บุคคลที่เรียกได้ว่า ยิ่งใหญ่ที่สุด ในประวัติศาสตร์ วงการนักเทรด ผู้ที่ถือครอง ทรัพย์สินรวมมากกว่า 7.5 พันล้านดอลลาร์ โดยความเสี่ยง ที่เขาเคยผ่านมา คือการลงทุน ในช่วงจังหวะ Black Monday ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 1987 ซึ่งการลงทุนนี้ สร้างกำไรให้เขากว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  • จอร์จ โซรอส: ชายที่เกิดเมื่อปี 1930 และได้รับฉายา “บุรุษผู้ล้มล้าง ระบบธนาคารกลาง ของอังกฤษ” บุคคลที่เคยผ่านการ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และความเสี่ยงที่ผ่านมาคือ การวางเดิมพัน การเทรดค่าเงินปอนด์ ในประเทศอังกฤษ และสามารถทำกำไรได้ 1 พันดอลลาร์สหรัฐ ภายในระยะเวลา 24 ชม.

หากสนใจอ่านรายละเอียดทั้งหมดคลิก fbs

สภาพจิตใจ ถือเป็นความเสี่ยง จริงหรือไม่?

เป็นความเสี่ยง ที่อันตรายมากที่สุด เมื่อเทียบกับ ความเสี่ยงทั่วไป ที่นักเทรดต้องเรียนรู้ เพราะสภาพจิตใจ หรืออารมณ์ เป็นตัวตัดสินเป้าหมาย ว่าจะล้มเหลว หรือประสบความสำเร็จ ต้องมีการเรียนรู้ หลักจิตวิทยา ใช้กับการเทรด เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และความเสี่ยงทางจิตใจ มีอยู่ดังนี้

  • ความโลภ: เมื่อมีความโลภ ทำให้ไม่รู้จัก ทำตามแบบแผน ที่ตั้งเป้าไว้ เพราะจะเชื่อว่า สามารถสร้างกำไร เพิ่มได้มากกว่าเดิม สิ่งนี้ทำให้ การถือสถานะที่นานเกิด อาจจะทำให้ เข้าสู่ความเสี่ยงได้
  • ความกลัว: เป็นอาการวิตกกังวล ที่เกิดขึ้นขณะเทรด สิ่งนี้ทำให้ มีการซื้อขาย ที่รวดเร็วเกินไป และอาจจะทำให้ พลาดโอกาสการทำกำไร ที่อาจมีมูลค่าสูง มากกว่าที่ได้รับมา
  • มั่นใจมากเกินไป: เป็นการไม่ยอม เชื่อมั่นในการวิเคราะห์ ของเครื่องมือ หรือเรียกได้ว่า เป็นการเทรด แบบใช้อารมณ์นั้นเอง มักจะเชื่อในสัญชาตญาณ มากกว่าความเป็นจริง สิ่งนี้ถือเป็น ความเสี่ยงสูงที่สุด

ภาพรวม นักเทรด มีความเสี่ยง อะไรบ้าง

บทส่งท้าย นักเทรด มีความเสี่ยงอะไรบ้าง มีอยู่หลักๆ 3 เรื่องใหญ่ โดยจะมีในเรื่องของ ความเสี่ยงภาพรวม ความเสี่ยงแบบเจาะจง และความเสี่ยง ที่เกิดขึ้นจาก พฤติกรรมหรือการใช้ อารมณ์ในการเทรด ซึ่งความเสี่ยงเหล่านี้ ส่งผลกระทบ ต่อการเทรดทั้งสิ้น และอาจจะทำให้ ไม่ได้รับกำไร เท่าที่ควรจะเป็น

สภาพคล่อง เป็นความเสี่ยงได้ยังไง?

คำตอบคือ เป็นความเสี่ยงได้ เพราะหากช่วงจังหวะนั้นๆ ไม่สามารถทำการ ซื้อขายสถานะได้ สิ่งนี้อาจจะทำให้ เกิดสภาพคล่องได้ เพราะขาดเงินหมุนเวียน ที่จะใช้สำหรับ การเทรดในช่วงเวลาถัดไป อีกทั้งเมื่อ เข้าสู่สภาพคล่องแล้ว ยังอาจจะทำให้ แผนการเทรดทั้งหมด ไม่เป็นไปตาม ที่วางแผนไว้ได้

ปัญหาการเมือง ส่งผลกระทบอะไรต่อการเทรด?

คำตอบคือ ทำให้ความผันผวนสูง สิ่งนี้ทำให้ การจับจังหวะ การเข้าเทรด เป็นเรื่องที่ยากมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังทำให้ ปริมาณกำไร อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไป เพราะมูลค่าซื้อขายหุ้น มีการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้ ส่งผลกระทบ ต่อการทำกำไร จากการเทรดทั้งหมด

ทำไมนักเทรด ต้องเรียนรู้เรื่องเหล่านี้?

คำตอบคือ เป็นการเพิ่มโอกาส สำหรับการทำกำไร เมื่อมีการเรียนรู้ ความเสี่ยงทั้งหมดแล้ว นักเทรดจะสามารถ วางแผนการจัดการ กับความเสี่ยงเหล่านี้ได้ สิ่งนี้จะทำให้ การเทรดสามารถ มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้ อีกทั้งยังทำให้ เพิ่มโอกาสสำหรับ การทำกำไร ในอนาคตได้อีกด้วย

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง