ประวัติ การเล่นไม้หึ่ง กีฬาวัดใจ ใครเล่นได้เก่งกว่ากัน

ประวัติ การเล่นไม้หึ่ง

ประวัติ การเล่นไม้หึ่ง กีฬาวัดใจ ใครเล่นได้เก่งกว่ากัน เป็นกีฬาพื้นบ้าน ที่มีการประยุกต์ ใช้วัสดุจากธรรมชาติ มาเล่นเพื่อเพิ่มความสนุก เป็นกีฬายอดนิยม สำหรับกลุ่มเด็ก เล่นเพื่อเพิ่มทักษะ ทางด้านไหวพริบ และช่วยให้ร่างกาย ได้เคลื่อนไหว เพิ่มความแข็งแรง ให้กับร่างกาย

  • การใช้อุปกรณ์ในการเล่นไม้หึ่ง
  • ประโยชน์และประวัติของกีฬาไม้หึ่ง
  • เรื่องต้องระวังก่อนการเล่นไม้หึ่ง

อุปกรณ์ที่ใช้ และขนาดความเหมาะสม

สำหรับอุปกรณ์ ของการเล่นกีฬาชนิดนี้ จะใช้เป็นไม้ ไม้ชนิดใดก็ได้ไม่จำกัด จะมีการใช้ไม้ 2 ลักษณะคือ ไม้หลัก เรียกว่า ไม้แม่ และไม้รอง เรียกว่า ไม้ลูก โดยไม้ที่นิยมนำมาเล่น จะเป็นไม้ที่มีลักษณะตรง ยาว และแข็งแรง ส่วนใหญ่จะใช้เป็น ไม้ไผ่ที่หาได้ง่าย มีลักษณะตรง ตามความต้องการ ของการเล่นกีฬาชนิดนี้

โดยไม้แม่ ต้องมีความยาว 1 ศอก เท่ากับ 50 เซนติเมตร และไม้ลูก ต้องมีความยาวประมาณ 1 คืบ จะเท่ากับ 25 เซนติเมตร โดยไม้ 2 อันนี้ ต้องมีความแข็งแรง ไม่แตกหักง่าย และมีความทนทาน เพราะในการเล่น จะต้องใช้ไม้ 2 อันนี้ ทำให้มันกระทบกัน

นอกจากไม้แล้ว การแข่งกีฬาชนิดนี้ จะต้องมีการกั้นเส้นขอบ เพื่อกำหนดเขตการแข่งขัน โดนเส้นขอบจะถูกกำหนด ตามความต้องการ ของแต่ละฝ่ายว่าต้องการ ความกว้าง-ยาว ของสนามแข่งเท่าไหร่ โดยการกั้นเส้นขอบ ยังไม่มีการบันทึก ที่แน่ชัดว่าในสมัยก่อน ใช้เส้นขอบกว้างเท่าใด

ที่มา: ไม้หึ่ง [1]

เมื่อเริ่มการแข่งขัน จะต้องแข่งในรูปแบบไหน

การแข่งขันกีฬาชนิดนี้ จะมีการแบ่งฝั่งเป็น 2 ฝั่ง โดยมีผู้เล่นอย่างน้อยฝั่งละ 1 คน โดยการเริ่มการแข่งขัน จะมีการเดาะ ไม้ลูกก่อนเสมอ ฝั่งที่เดาะได้เยอะกว่า จะได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน โดยก่อนเริ่มการแข่ง ทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องขุดหลุมก่อน เพื่อที่จะใช้เป็นพื้นรองไม้ลูก

การแข่งขันจะมีทั้งหมด 3 ไม้ หรือเรียกว่าแข่ง 3 รอบ โดยไม้แรกผู้เล่นที่ได้เริ่มก่อน จะต้องทำการวางไม้สั้น ระหว่างหลุม เพื่อที่จะใช้ไม้ยาวงัดขึ้น และต้องงัดขึ้นให้สูง และลอยไปไกลๆ เพื่อที่อีกฝั่งจะได้รับไม่ได้ หากอีกฝั่งรับไม่ได้ จะได้เล่นต่อไปยังไม้ที่ 2 แต่หากรับได้ ผู้เล่นต้องว่าไม้แม่ ให้ขวางหลุม เพื่อให้อีกฝั่งโยนไม้ลูกมากระทบ

หากไม้ลูกกระทบไม้แม่ได้ จะถือว่าผู้เล่นคนนั้นแพ้ ต้องเปลี่ยนผู้เล่นใหม่ เพื่อมาเริ่มไม้ 1 ใหม่ทันที โดยไม้ 2 จะเปลี่ยนรูปแบบ การวางไม้เหมือนลักษณะตัว T และทำการขว้างไม้ลูกออกไป การตัดสินเหมือนไม้แรก และไม้สุดท้าย ไม้ 3 การตัดสินเหมือนกัน แต่ลักษณะการยืน จะต้องยืนในหลุม และหันหลังเพื่อขว้างไม้ลูก

ที่มา: คำอธิบาย [2]

ประโยชน์ ของการเล่นกีฬาชนิดนี้

1. ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง เพราะต้องมีการเคลื่อนไหวตลอด และช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อ
2. ช่วยฝึกสายตา เพราะต้องมีไหวพริบ และสายตา ต้องสัมพันธ์กับมือ
3. ช่วยทำให้รู้จัก การแพ้ชนะ และฝึกให้รู้จัก การเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ
4. ช่วยเรื่องการแก้ปัญหา เพราะต้องคอยหาวิธีการ เพื่อที่จะรับไม้ลูก
5. เรียนรู้ความสัมพันธ์ ของการใช้แรงและการควบคุมทิศทาง
6. เสริมสร้างการเคารพผู้อื่น และเพิ่มปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น

ประวัติ การเล่นไม้หึ่ง เริ่มมีกีฬานี้ ในยุคสมัยใด

ประวัติ การเล่นไม้หึ่ง

กีฬาชนิดนี้ ได้เข้ามาเป็นที่ยอมรับ ของคนในประเทศไทย และได้รับการขึ้นทะเบียน มรดกวัฒนธรรมไทยเมื่อปี พ.ศ. 2555 และยังเป็นกีฬา ที่มีการเล่นทั่วทั้งประเทศ ในยุคอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยแต่ละพื้นที่ จะมีชื่อเรียก กีฬาชนิดนี้แตกต่างกันไป ตามลักษณะภูมิภาคเช่น อีหึ่ง ไม้หึ่ง และไม้จ่า

โดยการค้นพบ ประวัติของกีฬาชนิดนี้คือ มาจากวรรณคดี ที่มีการตั้งแต่ในสมัยอยุธยา จนเข้าสู่กรุงรัตนโกสินทร์ มีการค้นพบวรรณคดีเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ที่มีการเขียนถึง กีฬาชนิดนี้อยู่ และเป็นการเขียน ในลักษณะเชิง พรรณนาเล่าเรื่อง ถึงการเล่นกีฬาชนิดนี้

ครั้นเมื่อเริ่มเข้าสู่ สมัยรัตนโกสินทร์ ได้มีการสนับสนุน การฝึกใช้อาวุธต่างๆ เพื่อให้ผู้คน มีความเตรียมพร้อม สำหรับการสู้รบ มีกีฬาที่เกี่ยวกับการต่อสู้มากมาย ทั้งการใช้ ดาบ กระบอง หอก แต่จะมีกีฬา ที่ได้รับการสนับสนุน เช่นเดียวกัน แต่จะเป็นในเรื่องของการ ฝึกทักษะทางสมอง ก็คือกีฬาไม้หึ่งนี่เอง

ที่มา: งัดให้ลอย ตีให้พุ่ง หึ่มให้ดั่ง [3]

ทำไมกีฬานี้ ถึงเป็นที่นิยม ในกลุ่มหนุ่มสาว

กีฬาชนิดนี้ สามารถเล่นได้ ทั้งในเด็กสาว และเด็กชาย ถือว่าเป็นกีฬา ที่ช่วยสานสัมพันธ์ เหมือนกับการแข่ง ม้าจกคอก ที่จะทำให้เหล่าหนุ่มสาว ได้ออกมาพบปะ และเสริมสร้างความสามัคคีกัน โดยกีฬาชนิดนี้ สามารถมีผู้เข้าแข่งขัน มากที่สุด ได้ถึงฝั่งละ 3 คน รวมสองฝั่งเป็น 6 คน หรือได้ทั้งหมด 3 คู่

ไม่มีการจำกัดเพศแต่อย่างใด ด้วยตัวกติกา การแข่งขัน ที่ไม่มีเนื้อหารุนแรง และยังมีประโยชน์ ทั้งด้านร่างกาย และฝึกสมอง สติปัญญา กีฬาชนิดนี้ จึงเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ ทั้งหลายที่จะได้ ออกมาสนุก และได้ใช้วิชาทักษะต่างๆ เพื่อได้แสดงฝีมือ ในการแข่งขัน

หากสนใจอ่านเรื่องความสัมพันธ์ของการเล่นกีฬาชนิดนี้เพิ่มเติมคลิกอ่านได้ที่ openbase.in.th

ข้อต้องระวัง ของการเล่นกีฬาชนิดนี้

1. การโยนไม้บางครั้ง อาจจะเสี่ยงที่จะโดนศีรษะ หรือเสี่ยงที่จะกระเด็น โดนบริเวณใบหน้าได้

2. ระหว่างที่สายตาจ้องไม้ลูก สายตาจะไม่ได้โฟกัสด้านล่าง เสี่ยงจะสะดุดสิ่งของ และหกล้มได้

3. การใช้แรงเหวี่ยงไม้ หากออกแรงเยอะเกินไป อาจจะทำให้เจ็บบริเวณ ข้อมือได้

4. กีฬาชนิดนี้ในอดีต ใช้สายตาในการตัดสิน อาจจะเกิดการทะเลาะวิวาทได้

กล่าวโดยสรุป ประวัติ การเล่นไม้หึ่ง

กล่าวโดยสรุป ประวัติ การเล่นไม้หึ่ง เป็นกีฬาพื้นบ้าน ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีหลักฐานการค้นพบ และยังเป็นกีฬา ที่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ชื่อเรียกของกีฬา มีความแตกต่างกันไป และนอกจากนี้ การเล่นกีฬาชนิดนี้ ไม่เพียงแต่ได้ความแข็งแรง แต่ยังได้ทักษะ รูปแบบต่างๆ อย่างมากมาย เป็นกีฬาที่สนุก

ทำไมต้องกำหนดขอบเขต ในการเล่นกีฬา

เพราะการแข่งไม้หึ่ง จะต้องมีการโยนไม้ลูก ไปยังอีกฝั่ง หากไม่มีการกำหนดเขต ผู้เล่นที่ต้องคอยรับ อาจจะต้องวิ่งไปรับไกล และอาจจะเกิดอันตรายได้ การกำหนดขอบเขต เป็นการกำหนดระยะ พื้นที่ปลอดภัย และช่วยเรื่องผลแพ้ชนะ เพราะหากขว้างไม้ลูก ออกนอกขอบเขต จะเป็นการฟาวล์ เพิ่มโอกาสให้อีกฝ่ายได้

ทำไมในอดีต ถึงสนับสนุนกีฬาไม้หึ่ง

เพราะการแข่งขันในอดีต จะมุ่งเน้นเรื่องของ การฝึกทักษะการใช้อาวุธ การใช้ดาบ การใช้หอก เพื่อให้ทันรับกับสงคราม และส่วนมาก จะมีแต่เหล่าผู้ชายเท่านั้น แต่กีฬาไม้หึ่ง ผู้หญิงสามารถเข้าร่วมได้ กีฬาชนิดนี้ ช่วยฝึกทางด้านร่างกาย และยังฝึกเรื่องของ สติปัญญา เป็นกีฬาที่ดี จึงได้รับการสนับสนุน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง