รีวิว ผู้หญิงเล่นเวทหนัก ตัวจะล่ำขึ้นไหม สร้างกล้ามเนื้อ

ผู้หญิงเล่นเวทหนัก ตัวจะล่ำขึ้นไหม

เนื่องจาก ผู้หญิงเล่นเวทหนัก ตัวจะล่ำขึ้นไหม คำตอบคือไม่ล่ำ เพราะด้วยการที่ผู้หญิงเล่นเวทและกล้ามโตแบบผู้ชายได้นั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ทำได้เองตามธรรมชาติที่ยากอย่างมาก ซึ่งอาจจะสืบเนื่องมาจากฮอร์โมนภายในผู้หญิง ที่เป็นตัวแปรสำคัญสำหรับองค์ประกอบของการสร้างกล้ามเนื้อในกลุ่มผู้หญิง

  • การเล่นเวท คืออะไร
  • งานวิจัยการเล่นเวท ของผู้หญิงจะส่งผลอย่างไร
  • ผู้หญิงเล่นเวทหนักแล้ว แต่ไม่ล่ำเหมือนผู้ชายเพราะอะไร

ทำความรู้จัก การเล่นเวท คืออะไร?

การเล่นเวท คืออะไร คำตอบคือเป็นการออกกำลังกายในรูปแบบหนึ่งที่ใช้ แรงต้าน เพื่อให้กล้ามเนื้อออกแรงสู้กับแรงต้าน ซึ่งจะส่งผลให้สามารถสร้างกล้ามเนื้อ ให้เกิดการฉีกขาดในระดับเล็กน้อย แล้วจากนั้นร่างกายก็จะเริ่มซ่อมแซมกล้ามเนื้อในส่วนนั้นให้แข็งแกร่ง และมีขนาดเพิ่มขึ้น

โดยสำหรับตัวผู้เล่นสามารถสร้างแรงต้านได้เอง ด้วยน้ำหนักตัว และการใช้อุปกรณ์สำหรับสร้างแรงต้าน โดยได้แก่ ดัมเบล, บาร์เบล และเคตเทิลเบล ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ถูกใช้เพื่อสร้างแรงต้าน ในการเล่นเวทเทรนนิ่งเพื่อให้กล้ามเนื้อต้องใช้แรงตัวเองสู้กับแรงต้านที่เกิดขึ้น

ความเป็นมาของ การเล่นเวท เป็นอย่างไร?

ความเป็นมาของ การเล่นเวทเป็นอย่างไร คำตอบคือจะมีการค้นพบครั้งแรกในโลก และได้วิวัฒนาการต่อมาอย่างยาวนานหลายพันปี ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ในช่วงที่เอาชีวิตรอดจากยุคการทหาร และสงครามต่างๆ เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนผ่านจึงได้เปลี่ยนให้มาเป็นกีฬา และการออกกำลังกาย โดยจะมีรายละเอียดตามดังนี้

  • ช่วงที่ 1 ภายในปี 1891-1896 เป็นช่วงที่ได้เริ่มการแข่งขันกีฬายกน้ำหนักครั้งแรก โดยเป็นการจัดการแข่งขันชิงแชมป์ครั้งแรกที่ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จากนั้นการยกน้ำหนักก็ได้ถูกบรรจุให้เป็นกีฬาโอลิมปิกครั้งแรก ที่กรุงเอเธนส์
  • ช่วงที่ 2 ต่อมาในปี 1901-1970 โดยได้มี ยูจีน แซนโดว์ ที่ถือว่าเป็นบิดาแห่งนักเพาะกาย ได้จัดการแข่งขันการเพาะกายอย่างเป็นทางการครั้งแรก และได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งการเพาะกายสมัยใหม่ ต่อมาก็ได้เข้าสู่ในยุคการ ก่อตั้งสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ (IWF) ในปี 1920
  • ช่วงที่ 3 เข้าสู่ในปี 1970-2026 ต่อมาก็ได้เข้าสู่ยุคทองของ การเพาะกาย เพราะด้วยในภาพยนตร์ในหลากหลายได้มีการเล่นเวท และกลายเป็นกีฬาที่ยอดนิยมไปทั่วโลก จนเข้าสู่ยุคของการกำเนิดยิมสมัยใหม่

งานวิจัยการเล่นเวท ของผู้หญิงจะส่งผล อย่างไร?

โดยจากงานวิจัยการเล่นเวท ของผู้หญิงจะส่งผลอย่างไร คำตอบคือเป็นผลการทดลองกล้ามเนื้อในผู้หญิง โดยได้เริ่มการออกกำลังกายแบบการใช้แรงต้าน ในช่วงเวลาประมาณ 24 สัปดาห์ จึงทำให้พบกับความหนาแน่นของแร่ธาตุในกระดูก และเพิ่มสมรรถภาพทางกาย พร้อมกับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

ได้แบ่งเป็น 2 กลุ่มจะได้แก่ กลุ่มที่ออกกำลังกาย และกลุ่มที่ไม่ได้ออกกำลังกาย โดยการฝึกนั้นจะใช้น้ำหนักตัว และยางยืดทำซ้ำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 60 นาที เป็นเวลา 16 สัปดาห์ ทำให้เห็นมีสมรรถภาพทางกายที่ดีขึ้น, กล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้น และช่วยเพิ่มความเร็วในการเดิน (23 มิถุนายน 2021) [1]

ผู้หญิงเล่นเวทหนัก แต่ไม่ล่ำเหมือนผู้ชาย เพราะอะไร?

ผู้หญิงเล่นเวทหนักแล้ว แต่ไม่ล่ำเหมือนผู้ชายเพราะอะไร คำตอบคือเพราะด้วยในผู้หญิงนั้นจะมี เทสโทสเตอโรน (Testosterone) ที่เป็นฮอร์โมนที่จะมีความสำคัญในการกระตุ้นการพัฒนาของกล้ามเนื้อ ถึงแม้ว่าการออกกำลังกายนั้นจะได้รับผลเทสโทสเตอโรน

แต่ในผู้หญิงจะมีการผลิตเทสโทสเตอโรนน้อยกว่า ซึ่งจะนำไปสู่การที่นักกีฬาหญิงบางคนที่ใช้เทสโทสเตอโรนในทางที่ผิด อาจจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ และอาจจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสรีรวิทยาก็เป็นได้ จึงต้องมีเป้าหมายในการเล่นเวท และวิเคราะห์ที่เหมาะสม (28 สิงหาคม 2025) [2]

ผู้หญิงที่ตัวล่ำจาก การเล่นเวทหนัก มีจำนวนเท่าไร?

ผู้หญิงที่ตัวล่ำจาก การเล่นเวทหนักมีจำนวนเท่าไร คำตอบคือผู้หญิงที่ตัวล่ำจากการเล่นเวทหนักมีน้อยอย่างมาก โดยจากการสังเกตในสถานที่จริงอย่าง ยิมออกกำลังกาย ทำให้เห็นว่ามีเพียง 1-5% ในกลุ่มผู้หญิงที่ตัวล่ำจากการเล่นเวทหนักๆ ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เล่นเวท นั้นจะส่งผลไปในด้านหุ่นเฟิร์ม

การสำรวจทำให้เห็นว่าประมาณ 90-95% ของผู้หญิงที่เล่นเวทหนักๆ จะไม่ได้ทำให้ร่างกายล่ำเหมือนผู้ชาย แต่จะแสดงออกมาในด้านความฟิตของร่างกาย และอาจจะทำให้สัดส่วนของร่างกายกระชับขึ้น โดยผู้หญิงที่ล่ำจริงๆส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มของ นักกีฬาหญิง ที่ถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก

ผู้หญิงที่อยากลดไขมัน ให้เห็นผลดีที่สุด ควรยกหนักแค่ไหน?

ผู้หญิงเล่นเวทหนัก ตัวจะล่ำขึ้นไหม

ผู้หญิงที่อยากลดไขมัน ให้เห็นผลดีที่สุดควรยกหนักแค่ไหน คำตอบคือควรที่จะหาน้ำหนักที่เหมาะสมกับตนเอง โดยจะต้องเป็นน้ำหนักที่สามารถจะยกติดต่อกันได้ 10 ครั้งแบบที่ไม่น้ำหนักจนเกินไปโดยจะถือว่า การเล่นเวทเทรนนิ่ง ช่วยลดพุงจริงไหม จริงแต่ก็ควรที่จะคำนึงรายละเอียดอื่นๆด้วย ตามดังนี้

  1. ประเภทท่าการออกกำลังกาย โดยควรที่จะเน้นทำท่าออกกำลังกายแบบหลายข้อต่อ 1-2 ท่า ในกลุ่มกล้ามเนื้อหลักไม่ว่าจะเป็น ส่วนอก, ส่วนหลัง, ส่วนแขน และไหล่ รวมไปถึงส่วนอื่นๆ โดยควรที่จะต้องออกกำลังกายให้ครบประมาณ 6-12 ท่าต่อการออกกำลังกาย 1 ครั้ง
  2. น้ำหนักที่ใช้ออกกำลังกาย โดยสำหรับผู้หญิงนั้นควรที่จะยกในน้ำหนักที่มีแรงต้านเพียงพอ ที่จะทำให้เธอสามารถที่จะยกน้ำหนักได้ 10 ครั้งด้วยท่าที่ถูกต้อง หรือไม่ก็ให้ยกน้ำหนักที่ 70-85% ของน้ำหนักสูงสุด แต่ก็ต้องดูถึงความปลอดภัยด้วย
  3. จำนวนครั้งที่ออกกำลังกาย โดยค้นพบว่าควรที่จะทำซ้ำประมาณ 6-12 ครั้งต่อท่าออกกำลังกาย ควรที่จะเริ่มต้นด้วย 10 ครั้งเมื่อยกน้ำหนักในระดับเบา และระดับกลาง และเมื่อมีการพัฒนาควรที่จะตั้งเป้าในการเพิ่มน้ำหนัก และให้ทำซ้ำเพียง 6-8 ครั้ง
  4. ความถี่ในการออกกำลังกาย ควรที่จะออกกำลังกาย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อที่จะทำให้ขนาด และความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อคงที่ และควรที่จะเริ่มต้นด้วยการออกกำลังกาย 2 ครั้งต่อสัปดาห์

ที่มา: Resistance training by the numbers (1 มีนาคม 2021) [3]

สรุป ผู้หญิงเล่นเวทหนัก ตัวจะล่ำขึ้นไหม เพิ่มมวลกล้าม

สรุป ผู้หญิงเล่นเวทหนัก ตัวจะล่ำขึ้นไหม คำตอบคือไม่ เพราะด้วยในผู้หญิงนั้นมีเทสโทสเตอโรน หลังออกกำลังกายที่น้อยจึงทำให้ขนาดของกล้ามเนื้อไม่สามารถเพิ่มขึ้นเหมือนผู้ชายได้ เพราะฉะนั้นผู้หญิงที่เล่นเวทหนักจึงไม่มีความล่ำเหมือนกับผู้ชาย ซึ่งจะทำให้เกิดความกระชับของกล้ามเนื้อมากกว่า

ปัจจัยที่ทำให้ผู้หญิง ยกเวทที่หนักล่ำขึ้น เกิดจากอะไร?

ปัจจัยที่ทำให้ผู้หญิง ยกเวทที่หนักล่ำขึ้นเกิดจากอะไร คำตอบคือจะเกิดขึ้นได้จาก พันธุกรรม, ฮอร์โมน, การกิน และการเล่นเวทที่เน้นสร้างกล้าม ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มนักเพาะกายหญิง และกลุ่มนักกีฬาหญิง ถึงผู้หญิงจะล่ำได้แต่ก็ต้องทำมีปัจจัยเหล่านี้เพื่อเสริมให้ร่างกายของผู้หญิงใหญ่ขึ้นได้

ผู้หญิงที่อยากผอม ควรเล่นเวทหนักๆ จริงหรือไม่?

ผู้หญิงที่อยากผอม ควรเล่นเวทหนักๆจริงหรือไม่ คำตอบคือไม่ต้องเล่นเวทหนักสุด แต่ต้องเล่นให้พอเหมาะประมาณ 60-80% ของแรงที่สามารถยกได้ ซึ่งการเล่นเวทนั้นจะช่วยเพิ่มระบบ เผาผลาญไขมัน และสามารถรักษากล้าม พร้อมกับลดไขมันแบบที่พุงไม่เหี่ยวอีกด้วย

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง