พฤติกรรม การลงทุน แบบผิด รวมหัวข้อน่าสนใจ

พฤติกรรม การลงทุน แบบผิด

พฤติกรรม การลงทุน แบบผิด รวมหัวข้อน่าสนใจ นักลงทุนมากกว่าครึ่ง มักมีพฤติกรรมการลงทุน ที่เพิ่มความเสี่ยง ที่จะทำให้ขาดทุน โดยพฤติกรรมเหล่านี้ มักเกิดขึ้นมาจาก ภาวะทางอารมณ์ และความตื่นตระหนก จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีแบ่งแยกย่อยไป ดังนี้

  • ความหมายของพฤติกรรมการลงทุน
  • แนะนำหัวข้อเด็ดเรื่องของพฤติกรรมการลงทุน
  • ผลกระทบและแนวทางที่ถูกต้องของการปรับพฤติกรรม

พฤติกรรมการลงทุน คืออะไร?

Investment Behavior หรือพฤติกรรมการลงทุน คือ รูปการจัดการ กับกระบวนการซื้อขาย แบบได้รับอิทธิพล ในการตัดสินใจมาจาก การใช้จิตวิทยา อารมณ์ และการมีอคติ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้รวมอยู่กับ กลยุทธ์หรือเทคนิค ในการลงทุน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มานั้น จะมีรูปแบบที่แตกต่างกัน

โดยพฤติกรรมการลงทุนนี้ เริ่มมีนักวิจัย ให้ความสนใจเมื่อ ทศวรรษ 1980 โดยสิ่งที่ทำให้นักวิจัย ให้ความสนใจในเรื่องนี้คือ ผลกระทบจากการใช้อารมณ์ สิ่งนี้ทำให้รูปแบบการลงทุน มีการเปลี่ยนแปลงไป และเมื่อช่วงปี 2025 เรียกได้ว่าเป็นปี ที่มีวิกฤตทางการเงิน หลายอย่างเกิดขึ้น สิ่งนี้ทำให้นักลงทุนหลายคน

เริ่มมีการใช้อารมณ์ เข้าร่วมมากที่สุด โดยสาเหตุหลักๆ เกิดจากเหตุการณ์ “Liberation Day ของ Trump” จากทางสหรัฐ ที่ได้มีการประกาศขึ้นภาษี สิ่งนี้ทำให้ดัชนี S&P 500 ร่วงลง 12% ทันทีในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งสามารถฟื้นตัวได้ในเวลาไม่นาน จนตอนนี้มีราคาอยู่ที่ 6,368.85 USD (สืบค้นเมื่อ 28 มีนาคม 2026)

ยิ่งรีบลงทุน จะยิ่งขาดทุนจริงหรือ?

ยิ่งรีบยิ่งเจ็บ สิ่งนี้เป็นเรื่องจริง สำหรับนักลงทุนรายย่อย ที่กำลังเริ่มเข้าสู่ การลงทุนแบบจริงจัง โดยสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด คือการตัดสินใจพลาด จากการขาดการศึกษา เรื่องของจังหวะตลาด สิ่งนี้ส่งผลกระทบ ต่อสภาพจิตใจ และทำให้ความมั่นใจ ในการลงทุนค่อยๆ ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด (2025) [1]

งานวิจัยชื่อดัง ได้มีการประเมิน ผ่านแบบสำรวจ โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 773 คน และพบว่ามีมากกว่า 96.66% ที่เคยประสบปัญหา FOMO สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึง ความอันตรายของการใช้ อารมณ์ และการอคติ โดยสิ่งนี้ไม่ได้เป็นเฉพาะบุคคล แต่อาจจะเป็น ความเสี่ยงหลักอีกอย่างหนึ่ง ที่นักลงทุนทั้งหมดต้องเคยเจอ

ผลกระทบ ที่เจอได้บ่อยที่สุด ด้านพฤติกรรมคืออะไร?

  • ตัดสินใจเร็วเกินไป: เหตุผลหลักๆ ที่ทำให้พฤติกรรมการลงทุน สามารถเข้าแทรกแซง แผนการลงทุนได้ คืออิทธิพลของตลาด เมื่อมีกระแสการลงทุน ที่กำไรดีมาก นักลงทุนส่วนใหญ่ เลือกเข้าซื้อแบบ ไม่มีการหาข้อมูล แต่เมื่อตลาดลงต่ำ นักลงทุนส่วนใหญ่ มักเลือกเทขายทันที
  • เชื่อมั่นในสินทรัพย์เดียว: เรียกได้ว่า เป็นการกระจุกตัวของพอร์ต สาเหตุเกิดจาก ความมั่นใจในสินทรัพย์นั้นๆ จนมองข้าม การกระจายความเสี่ยง สิ่งนี้ส่งผลกระทบร้ายแรงได้ (16 กรกฎาคม 2025) [2]
  • ยึดติดจนเกินไป: เป็นความเชื่อมั่น ในพื้นฐานข้อมูลแรก ที่ได้รับมา และไม่มีความยืดหยุ่น สิ่งนี้ทำให้นักลงทุนเชื่อว่า การลงทุนครั้งนั้น ไม่มีข้อผิดพลาด และเลือกที่จะไม่เชื่อพอร์ต

รวมข้อเท็จจริง เรื่องพฤติกรรมการลงทุน

พฤติกรรม การลงทุน แบบผิด
  • เน้นลงทุน ตามกระแส ผิดยังไง: จุดผิดพลาดที่นักลงทุน ยังคงหาคำตอบไม่ได้ เกี่ยวกับจุดผิดพลาด สำหรับการลงทุนตามกระแส ซึ่งสิ่งนี้ถูกต้อง หรือผิดยังไง เรารวมคำตอบไว้ให้แล้ว
  • ใช้อารมณ์ ในการลงทุน ไม่ดียังไง: เป็นความอันตรายสูงสุด สำหรับการลงทุน หากขาดความรู้ และวิธีการจัดการ กับการใช้อารมณ์ ในการลงทุน สิ่งนี้อาจจะทำให้ นักลงทุนขาดทุนได้ ในท้ายที่สุด
  • ไม่ถือหุ้นระยะยาว ไม่ดีตรงไหน: เป็นข้อมูลที่จะบอกถึง ความเสี่ยงสำหรับ การลงทุนระยะสั้น อีกทั้งยังมีการบอกถึง ข้อดีของการถือหุ้น แบบระยะยาว ประกอบการตัดสินใจด้วย
  • เลือกหุ้น ตามความชอบ ผิดหรือเปล่า: เป็นข้อสงสัย ที่นักลงทุนหลายคน สงสัยมากที่สุด สำหรับการเลือกหุ้นตามใจชอบ สิ่งนี้ส่งผลกระทบ หรือมีข้อดีอะไรบ้าง ในเนื้อหามีแจ้งไว้แล้ว
  • รายรับเท่ารายจ่าย ลงทุนไม่ได้จริงหรือ: ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ขบวนการเริ่มต้น สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุน โดยในเนื้อหาบทความ จะเกี่ยวกับปัญหา สำหรับการบริหาร และยังมีการบอก วิธีการจัดการไว้ด้วย

พฤติกรรมที่ถูกต้อง สำหรับการลงทุนมีอะไรบ้าง?

7 พฤติกรรมหลัก ที่ควรมีการเรียนรู้ สำหรับปี 2026 ที่การลงทุนกำลังฟื้นตัว มีรายละเอียดดังนี้

1. เริ่มจากการหาความรู้ โดยความรู้เหล่านี้ ต้องเป็นความรู้ที่ครอบคลุม ทั้งเรื่องภายใน และเรื่องภายนอก เพื่อที่จะได้ เลือกการลงทุน ที่เหมาะสมกับตัวเอง ในช่วงเวลานั้นๆ
2. แบ่งกระจายการลงทุน โดยเน้นการกระจาย การลงทุน เช่น ลงทุนหุ้น ลงทุนกองทุนรวม และสินทรัพย์อื่นๆ ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อป้องกันความเสี่ยง ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้
3. วางแผนการลงทุนล่วงหน้า โดยการลงทุนที่ดี ต้องมีการวางแผน การลงทุนระยะยาว อย่างน้อย 1-3 ปี ในช่วงเริ่มต้น สิ่งนี้ช่วยกำหนดทิศทาง การลงทุนได้เป็นอย่างดี
4. ต้องมีวินัย หากต้องการทำกำไร จากการลงทุน วินัยเป็นสิ่งสำคัญ สิ่งนี้ช่วยให้ ผลสำเร็จมองเห็นได้ชัด อีกทั้งยังช่วยลด ความเสี่ยงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้
5. ต้องมีการแบ่งซื้อ ไม่ควรเข้าซื้อสินทรัพย์ แบบรวดเดียวเพราะจะทำให้ มีความเสี่ยงที่จะขาดทุน ควรมีการแบ่งซื้อ ในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ
6. จดบันทึกการทำธุรกรรม การซื้อขายทุกครั้ง สิ่งนี้จำเป็น เพราะข้อมูลเหล่านั้น สามารถวิเคราะห์ พฤติกรรมการลงทุน เบื้องต้นได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถ กำหนดสไตล์การลงทุนได้
7. ติดตามผลการลงทุน หรือเป็นการติดตาม ข่าวสารในสินทรัพย์ ที่เราลงทุนไว้ สิ่งนี้ช่วยให้นักลงทุน สามารถรับมือ และจัดการกับปัญหา ที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที

ที่มา: 10 พฤติกรรม (1 มกราคม 2021) [3]

มือใหม่ควรศึกษา เรื่องอะไรก่อนเป็นลำดับแรก?

สิ่งแรกที่นักลงทุนมือใหม่ ต้องเรียนรู้คือ เรียนรู้ตัวเอง เป็นการสำรวจความต้องการ ของตัวเองก่อน ว่าเราต้องการอะไร มีเป้าหมายอะไร ถึงอยากที่จะลงทุน แล้วระยะเวลา การลงทุนที่เราหวัง ให้เห็นผลสำเร็จ คือช่วงเวลากี่ปี สิ่งนี้ช่วยให้ นักลงทุนกำหนดทิศทาง การลงทุนได้ชัดเจนมากขึ้น

หากสนใจอ่านหัวข้ออื่นเพิ่มเติมคลิก setinvestnow

พฤติกรรม การลงทุน แบบผิด ในหน้าสุดท้าย

บทส่งท้าย พฤติกรรมการลงทุน แบบผิด เป็นพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบ ต่อการลงทุนโดยตรง โดยพฤติกรรมเหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบุคคล แต่เกิดขึ้นกับนักลงทุนทุกคน สาเหตุหลักๆ มาจากสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งเรื่องตลาดขาลง และกระแสการลงทุน ที่มาแรงเป็นช่วงๆ

พฤติกรรมอะไร ที่ถือได้ว่าเสี่ยงมากที่สุด?

คำตอบคือ ตัดสินใจไวเกินไป สิ่งนี้เป็นพฤติกรรม ลำดับต้นๆ ที่เจอกับนักลงทุน เมื่อค่าความผันผวน ในตลาดหลักทรัพย์สูง นักลงทุนส่วนมาก มักเทขายสินทรัพย์ ที่มีความเสี่ยงสูงทันที โดยที่ไม่มีการศึกษา แนวโน้มตลาดล่วงหน้า สิ่งนี้ทำให้นักลงทุน พลาดโอกาสทำกำไร เมื่อสถานการณ์ฟื้นตัวขึ้น

สิ่งที่นักลงทุนมือใหม่ ไม่ควรทำมากที่สุดคืออะไร?

คำตอบคือ อย่ารีบในการลงทุน สิ่งนี้เป็นสิ่งแรก ที่นักลงทุนต้องคำนึงถึง การลงทุนที่ดี ควรมีเป้าหมาย และแผนการลงทุนที่ชัดเจน สิ่งนี้จะช่วยให้ นักลงทุนสามารถ คาดเดาผลลัพธ์ล่วงหน้าได้ โดยขั้นตอนการทำงานอื่นๆ ก็มีส่วนสำคัญ แต่เรื่องการศึกษาความรู้ ศึกษาโอกาส สำคัญมากที่สุด

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง