ระบบจิตวิทยา และการลงทุน เพื่อผลประโยชน์สูงสุด

ระบบจิตวิทยา และการลงทุน

ระบบจิตวิทยา และการลงทุน เพื่อผลประโยชน์สูงสุด เป็นหลักการลงทุน ขั้นพื้นฐาน ที่เกี่ยวกับ การทำความเข้าใจ ในส่วนของอารมณ์ และความคิด สิ่งเหล่านี้จำเป็นอย่างมาก เพราะการลงทุน ล้วนมีอารมณ์ และพฤติกรรมเสี่ยง ที่อาจจะทำให้การลงทุนนั้น เกิดความผิดพลาดได้

  • การศึกษาจิตวิทยาและแนวโน้มกลุ่มเด็กสมัยใหม่
  • ความสำคัญและหลักการใช้จิตวิทยาการลงทุน
  • ข้อเท็จจริงและแนวคิดตั้งต้นสำหรับการใช้จิตวิทยา

การศึกษา จิตวิทยาในช่วงแรก

สำหรับการเรียนรู้ เรื่องของจิตวิทยานั้น เริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1854 ในประเทศเยอรมนี ซึ่งผู้ที่ทดลองแนวคิดนี้คือ “กุสตาฟ เฟคเนอร์” เป็นการทดลอง เพื่อสร้างระบบ สายสัมพันธ์ ที่เกี่ยวกับประสาทสัมผัส และการเรียนรู้ ถึงประสบการณ์ต่างๆ (22 ธันวาคม 2025) [1] และยังมีผู้ที่สนใจ เรียนรู้เรื่องราวนี้อยู่

บุคคลนี้มีชื่อว่า “เฟอร์ดินานด์ อูเบอร์วาสเซอร์” ผู้ที่แต่งตั้งตัวเอง ให้ขึ้นมาเป็น ศาสตราจารย์ ที่ศึกษาเกี่ยวกับ จิตวิทยาในปี 1783 โดยการเรียนรู้ช่วงนั้น จะเน้นการเรียนรู้ เพื่อเพิ่มศักยภาพ ของความเชื่อ และการค้นหา องค์ความรู้ใหม่ ที่เกี่ยวกับจิตใจ และการทำงานของระบบประสาท

ต่อมาในช่วง ศตวรรษที่ 20 เริ่มมีการพัฒนา ทางด้านหลักสูตร การเรียนรู้เรื่องจิตวิทยา และยังเป็นการเรียนรู้ ที่เน้นเรื่องการศึกษา จิตใจมนุษย์ โดยเป็นการทำงานร่วมกัน ของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ใช้วิเคราะห์ พฤติกรรม และการตอบสนอง เพื่อเพิ่มความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักจิตวิทยา

แนวโน้มคนรุ่นใหม่ ที่พึ่งพาจิตวิทยา

เป็นการรวบรวมข้อมูล ในช่วงปี 2024 โดยมีผู้เข้าร่วม การสำรวจในครั้งนี้ 1,000 คน ซึ่งเป็นกลุ่มเด็ก Gen Z จากการศึกษา และการวิจัยพบว่า เด็กเหล่านี้มีจำนวน 93% ที่อยากพัฒนา ศักยภาพทางด้านจิตใจ ในช่วงปี 2024 อีกทั้งข้อมูลเหล่านี้ พบว่า 1 ใน 4 ของเด็กทั้งหมด มีสุขภาพจิตที่แย่ลง ในช่วงปี 2023

ซึ่งการสำรวจนี้ ทำให้เห็นได้ว่า Gen Z จากการสำรวจ มีแนวโน้มที่จะ เข้ารับการบำบัดทางจิตถึง 39% โดยสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เด็กเหล่านี้ อยากเข้ารับการบำบัด คือมีการพบว่า ตนเองนั้นมีภาวะเครียด มีความวิตกกังวลสูง อีกทั้งหลายคน ยังเริ่มเข้าข่าย ภาวะซึมเศร้าแล้วด้วย

ความสำคัญ แต่ละประการ ของหลักจิตวิทยา

  • ด้านความสัมพันธ์: ผู้ที่เรียนรู้ หลักจิตวิทยา จะสามารถปรับตัว และเรียนรู้ที่จะ เข้าอกเข้าใจผู้อื่น ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังทำให้ วิธีการสื่อสาร ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้การเข้าสังคม กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น
  • ด้านการแก้ไขปัญหา: สำหรับเงื่อนไข การอยู่ร่วมกัน ในสังคมในตอนนี้นั้น หากมีการใช้หลัก จิตวิทยาเข้ามาเกี่ยวข้อง จะทำให้สามารถ เข้าใจถึงปัญหา และสามารถแก้ปัญหาเหล่านั้นได้
  • ด้านความยืดหยุ่น: การเรียนรู้จิตวิทยา จะเน้นการสอน เรื่องการจัดการตัวเอง และการจัดการกับ ความเครียด ที่เข้ามาแต่ละรูปแบบ สิ่งเหล่านี้ทำให้ การใช้ชีวิต หรือการรับมือ กลายเป็นเรื่องที่ดีขึ้น
  • ด้านสุขภาพจิต: เพิ่มทักษะการทำความเข้าใจ และการประเมินตนเอง สิ่งเหล่านี้ทำให้ สามารถเรียนรู้ ที่จะจัดการตนเองได้ ในภาวะต่างๆ อีกทั้งยังสามารถ รับมือกับสถานการณ์เหล่านั้น ได้เป็นอย่างดี
  • ด้านเทคโนโลยี: เป็นการเพิ่มองค์ประกอบ และองค์ความรู้ใหม่ ให้กับเทคโนโลยี เพื่อที่สิ่งเหล่านี้ จะสามารถรับมือ และปรับตัวให้เข้ากับ มนุษย์ได้มากยิ่งขึ้น

ที่มา: Psychology Matters (27 มีนาคม 2025) [2]

กลยุทธ์การใช้ ระบบจิตวิทยา และการลงทุน

ระบบจิตวิทยา และการลงทุน

1. เป็นการเรียนรู้ และการยอมรับ สำหรับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน โดยการพึ่งพา แนวทางและแบบแผน ที่ได้มีการตั้งไว้ เช่น ตารางวินัย สำหรับการลงทุน เป็นเรื่องที่ทำให้ การลงทุนมีผลกำไรได้
2. เรียนรู้ที่จะ เข้าใจตัวเอง ทั้งเรื่องของอารมณ์ และพฤติกรรมเสี่ยง ที่อาจจะเกิดขึ้น ระหว่างการตัดสินใจ โดยใช้การจดบันทึก เพื่อเป็นการเตือนสติ และง่ายต่อการทบทวน ข้อมูลเหล่านั้น
3. เป็นการย้อนกลับไป มองอดีตของตัวเอง สำหรับการลงทุน แต่เป็นการใช้ความคิด ที่เป็นกลาง ในการหาสาเหตุ และข้อผิดพลาด สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ นักลงทุนพัฒนาตัวเอง ได้มีมากยิ่งขึ้น (24 กุมภาพันธ์ 2025) [3]
4. ตั้งเงื่อนไขการลงทุน ไว้ตั้งแต่ก่อนการลงทุน สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ ลดภาวะทางอารมณ์ได้ อีกทั้งยังเป็นเหมือน การจัดแผนการลงทุน และเป็นเหมือน การสร้างวินัยสำหรับ การลงทุนอีกช่องทางหนึ่ง
5. มองภาพความเป็นจริง และไม่ยึดติดกับข้อมูลเดิม เพราะข้อมูลในแต่ละวัน สำหรับการลงทุนนั้น มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เช่น ดัชนีหุ้น S&P 500 เมื่อวานอยู่ที่ 6,978.03 แต่ในวันนี้ลดลง 0.0082% (สืบค้นเมื่อ 29 มกราคม 2026)

รวมข้อมูล เกี่ยวกับจิตวิทยา ที่นักลงทุนสนใจ

1. ความเชื่อมั่นสำหรับ การลงทุนที่ดี เมื่อราคาในตลาด มีมูลค่าที่เพิ่มขึ้น สิ่งนี้ทำให้ นักลงทุนหลายคน เริ่มมีกำลังใจ ที่จะลงทุนในช่วงเวลานั้นๆ และจะเชื่อว่า ราคาหุ้นตัวนั้น จะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
2. เมื่อราคาหุ้น พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้ นักลงทุนลดความระวังลง และอาจจะทำให้ เกิดความโลภได้ ในช่วงขณะหนึ่ง
3. เมื่อราคาหุ้น ปรับตัวลง ด้วยสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง นักลงทุนหลายประเภท จะชอบขายหุ้นทิ้ง เพื่อป้องกันความผิดพลาด แต่แท้จริงแล้ว สิ่งเหล่านี้เรียกได้ว่า มีความรุนแรงยิ่งกว่า
4. เมื่อราคาหุ้นตกลง และเริ่มกลับมาฟื้นตัว นักลงทุนที่เคยขายเทไปนั้น จะเริ่มกลับมาลงทุนอีกครั้ง และสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ เกิดขึ้นตลอดในวงการ นักลงทุน

หากสนใจอ่านทั้งหมดนี้คลิก wqcorp

แนวคิดริเริ่ม ที่ทำให้การลงทุน ไม่โดนครอบงำ

1. รู้จักตัวเอง และเรียนรู้นิสัย อารมณ์ และพฤติกรรมของ ตนเองอย่างถี่ถ้วนก่อน เพราะสิ่งเหล่านี้สำคัญ สำหรับการลงทุน ทุกรูปแบบ เพราะโดยธรรมชาติแล้ว มนุษย์ไม่ได้เรียนรู้ ที่จะยอมแพ้
2. การวางแผนการลงทุน เป็นเรื่องที่สำคัญมาก อีกทั้งการตั้งเป้าหมาย ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่ต้องมี ก่อนการลงทุน
3. เรียนรู้ และทำความเข้าใจ ในส่วนของความผันผวน เรื่องราคา หรือมูลค่าสินทรัพย์ เพราะสิ่งเหล่านี้ อาจจะทำให้นักลงทุน เสียการควบคุม และเริ่มใช้อารมณ์ ในการลงทุนได้ในท้ายที่สุด

ระบบจิตวิทยา และการลงทุน ในบทส่งท้าย

บทส่งท้าย ระบบจิตวิทยา และการลงทุน เป็นเรื่องที่เรียกได้ว่า สำคัญเป็นอย่างมาก สำหรับการลงทุน นักลงทุนหลายคน มีการเรียนรู้ เรื่องของจิตวิทยา การลงทุนมาแล้ว จึงได้มีการจัดการ การลงทุนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งในตอนนี้ มีกลุ่มนักลงทุน ที่ลดช่วงอายุน้อยลง การเรียนรู้สิ่งนี้ ถือได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญ

ภาพสะท้อนของเนื้อหานี้ คืออะไร?

คำตอบคือ สิ่งแรกที่อยากให้เห็น คือกลุ่มเด็กในยุคปัจจุบัน มีความรู้ ความสามารถ ในเรื่องการจัดการตัวเอง และสามารถ รับรู้ความต้องการ ของตนเองได้ สิ่งเหล่านี้สอดคล้อง กับการลงทุน เพราะในช่วงแรก ของการเตรียมตัว เพื่อการลงทุนนั้น นักลงทุนควรจะมีการ เรียนรู้ตัวเองก่อน เพื่อที่จะสร้าง แผนการรับมือ

ข้อดีของจิตวิทยาการลงทุน ข้อไหนสำคัญสุด?

จะเป็นในเรื่องของ การเรียนรู้ตัวเอง และการควบคุมอารมณ์ ของตัวเองในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งช่วงราคาตลาดลง หรือช่วงที่ราคาหุ้น พุ่งสูงขึ้นจนน่าประหลาดใจ เพราะสิ่งเหล่านี้ถือเป็นสิ่งเร้า ที่เพิ่มความเสี่ยง ในนักลงทุน เริ่มมีการใช้อารมณ์ เข้าไปเกี่ยวข้อง มากกว่าที่จะเชื่อเรื่อง แบบแผนการลงทุน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง