
ระบบแนวคิด เรื่องการลงทุน เนื้อหารวมแบบครบ
- MY Kismet
- 49 views

ระบบแนวคิด เรื่องการลงทุน เนื้อหารวมแบบครบ เป็นแนวคิดใหม่ ที่กำลังมาแรง ในช่วงครึ่งปีแรก ของปี 2026 ถือได้ว่าเป็นการรวบรวม ข้อมูลใหม่ๆ สำหรับนักลงทุน ที่ต้องการอัปเดต คลังความรู้ และเรียนรู้วิธี การลงทุนที่เป็นระบบ สิ่งเหล่านี้สามารถ เพิ่มศักยภาพ การลงทุน ได้เป็นอย่างดี
ย้อนกลับไปเมื่อปี 1800 เป็นยุคสมัยแรกๆ ของการลงทุนสมัยใหม่ อีกทั้งยังเป็นยุคแรก ที่มีการคิดค้น การวัดผล โดยการใช้ค่าดัชนี ซึ่งผู้ที่คิดค้นคือ “ชาร์ลส์ ดาว” เป็นการคิดค้น เพื่อสร้างแนวทาง การวัดผลสัมฤทธิ์ ในส่วนของการลงทุน (2024) [1] ซึ่งในช่วงแรกนั้น ได้มีการเรียกกันว่า “ดัชนีเฉลี่ยทางรถไฟ”
ต่อมาไม่นาน ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น “ดัชนีขนส่งดาวโจนส์” โดยในช่วงนั้น การใช้ดัชนีนี้ ได้ผลการวิเคราะห์ สำหรับหุ้นชั้นนำขึ้นมาถึง 12 หุ้นด้วยกัน ซึ่งเมื่อเทียบกับปัจจุบัน ที่มีเทคโนโลยี เข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว การใช้ดัชนีดาวโจนส์ ยังคงได้รับ บทบาทสำคัญอยู่ โดยมีการใช้งาน สำหรับกลุ่มบริษัท 30 แห่ง
ช่วงยุคแรก ของการมาถึง เรื่องการสร้างคอมพิวเตอร์ สิ่งนี้ถือได้ว่า มีความสำคัญ เป็นอย่างมาก สำหรับการวัดผล สำหรับเครื่องมือดัชนี ที่ได้มีการคิดค้นขึ้น โดยการแสดงค่าการเติบโต ทำให้ดัชนีของ Standard & Poor มีการเติบโตจาก 90 หุ้นเป็น 500 หุ้นได้ ซึ่งสิ่งนี้ใช้ ดัชนีดาวโจนส์ เป็นตัวคิดคำนวณ
ชายที่ชื่อว่า “มาร์โควิทซ์” เป็นผู้ที่นักลงทุนหลายคน ต่างยกย่อง อีกทั้งยังเป็น ผู้ที่ปฏิวัติ วงการนักลงทุน ให้เข้าสู่การเป็น การลงทุนสมัยใหม่ โดยชายผู้นี้ จบการศึกษา ในระดับปริญญาเอก ทางด้านเศรษฐศาสตร์ ในช่วงระหว่างการศึกษา ยังมีโอกาส ได้เรียนรู้จาก นักเศรษฐศาสตร์ และนักคณิตศาสตร์ หลายท่าน
จนเมื่อเข้าสู่ปี 1952 มาร์โควิทซ์ได้รับโอกาส ครั้งสำคัญ ในการเข้าร่วมกับ “RAND Corporation” เป็นสถาบันระดับโลก บนพื้นที่นี้ เขาได้สร้างเครือข่าย โลจิสติกส์ สำหรับการเป็น แบบจำลองโรงงาน ซึ่งเป็นการวางโครงสร้าง ที่ซับซ้อนเป็นอย่างมาก และในปี 1962 มาร์โควิทซ์ก็ก้าวเข้าสู่
การเป็นผู้นำ ในกลุ่มบริษัท CACI นอกจากการทำธุรกิจแล้ว เขายังโดดเด่น ในเรื่องการเป็น ที่ปรึกษาทางการเงิน และได้มีการก่อตั้งบริษัท “GuidedChoice” ขึ้นมาอีกในภายหลัง และสามารถขึ้นสู่ ตำแหน่งประธานได้ จนถึงช่วงปี 2018 ก่อนที่จะเสียชีวิต ในปี 2023
ที่มา: How Harry Markowitz Revolutionized Investing with (5 ตุลาคม 2025) [2]

หากวัดผลจากปี 2025 ที่มีปัญหามากมาย สำหรับการลงทุน ทั้งเรื่องการเปลี่ยนแปลง การเมือง และการมาถึงของ นวัตกรรมที่ทันสมัย สิ่งนี้ถือได้ว่า เป็นปัญหาใหญ่ แต่หากมองอีกทางหนึ่ง กลุ่มปัญญาประดิษฐ์ ในช่วงปี 2025 เรียกได้ว่า เป็นปีแห่งการเติบโต ที่แท้จริงก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าจะมีความ ผันผวนอยู่ก็ตาม
แต่สิ่งนี้ไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อการเติบโต ในตลาดหลักทรัพย์มากนัก สิ่งที่เป็นรูปธรรม เมื่อมองในช่วงระยะเวลายาว คือกลุ่มบริษัท ที่มีความผันผวนสูง มักเลือกใช้โอกาสนี้ เป็นโอกาสแห่งการ ทำผลกำไร จากวิกฤตต่างๆ และเมื่อเข้าสู่ปี 2026 ปีนี้จะเป็นปีของ ปัญญาประดิษฐ์ อย่างแท้จริง (12 มกราคม 2026) [3]
ซึ่งภาพรวม ของตลาดหลักทรัพย์ ปัญญาประดิษฐ์ ในวันนี้นั้น มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 2,128.00 ล้านล้านบาท (สืบค้นเมื่อ 21 มกราคม 2026) ซึ่งเมื่อเริ่มการลงทุน จะมีผลกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 4% ของยอดรวม การลงทุนทั้งหมด อีกทั้งยังมีผลตอบแทน ดอกเบี้ยต่อปีอยู่ที่ 11.8% ต่อปี
สิ่งแรกที่ต้องเตรียมตัวเลย คือการกำหนดเป้าหมาย ของการลงทุน เพราะจะเป็นตัวบ่งบอก ความสำเร็จได้ และยังเป็นแรงผลักดัน สำหรับการลงทุนที่ดี เช่น ตั้งเป้าหมาย อยากที่จะซื้อบ้าน หรือมีการวางแผน อนาคตหลังเกษียณ สิ่งเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี หากสนใจอ่านต่อคลิก investopedia
ภาพรวม ระบบแนวคิด เรื่องการลงทุน เมื่อพูดถึงการลงทุน แน่นอนว่าไม่ได้เป็น การเรียนรู้ที่ใหม่มากนัก แต่ในปี 2026 นี้ บอกได้เลยว่า การเรียนรู้ เรื่องการลงทุน จะไม่ได้เป็นเรื่อง ที่ไกลตัวอีกต่อไป เพราะการลงทุน ถือเป็นการเพิ่มมูลค่า ของทรัพย์สินได้ และกำลังได้รับการยอมรับ จากกลุ่มนักลงทุนมือใหม่
หัวข้อสำคัญ ของบทความนี้คือ การเรียนรู้ ที่จะรู้จักการวางแผน และการศึกษา เรื่องการลงทุนอย่างถูกต้อง อีกทั้งยังเป็นการ ชี้นำแนวทาง ตัวเลือกการลงทุน ที่ได้ผลลัพธ์ดี และมีประสิทธิภาพ เช่นการเรียนรู้ เรื่องการลงทุนระยะยาว และการใช้เครื่องมือ วัดค่าดัชนีหุ้น
คำตอบคือ ช่วงปี 2025 เป็นปีที่ปัญญาประดิษฐ์ เริ่มเข้ามามีบทบาท กับการใช้ชีวิตมากขึ้น ส่งผลให้ในปี 2026 ปัญญาประดิษฐ์ เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่ง ของการพัฒนาโลกไปแล้ว จึงทำให้มูลค่า ในตลาดหลักทรัพย์ มีโอกาสเติบโตขึ้น อย่างต่อเนื่อง และอาจจะสร้างผลกำไร มหาศาลได้ในอนาคต

