ลงทุนยุคแรก เน้นคาดเดา จริงหรือไม่ เพราะสาเหตุอะไรกัน

ลงทุนยุคแรก เน้นคาดเดา จริงหรือไม่

ลงทุนยุคแรก เน้นคาดเดา จริงหรือไม่ เพราะสาเหตุอะไรกัน คำตอบคือ ช่วงยุคแรกๆ สำหรับการลงทุน ที่เป็นการลงทุน ผ่านตลาดหลักทรัพย์ คลังข้อมูลยังมีไม่มากพอ อีกทั้งการเข้าถึงข้อมูล ยังไม่สามารถ เข้าถึงได้ในทันที เหมือนกับยุคปัจจุบัน จึงทำให้นักลงทุนหลายคน ใช้การคาดเดา เป็นตัวตัดสิน

  • จุดเริ่มต้นและความแตกต่างของการลงทุน
  • มุมมองของผู้คนและรูปแบบการคาดเดาในยุคก่อน
  • ระดับความเสี่ยงและการใช้หลักจิตวิทยา

จุดเริ่มต้นการลงทุน จากโบราณสู่อนาคตใหม่

สำหรับคำว่า “ผู้ประกอบการ” ได้มีการนิยามคำนี้ ขึ้นเมื่อช่วงปี 1700 โดยคำแรกที่ใช้เรียกคือ “entreprendre” ซึ่งมีความหมายว่า ผู้ที่ริเริ่ม หรือผู้ที่เริ่มต้น การทำบางสิ่งบางอย่าง โดยความหมาย ในช่วงเวลาถัดมา คือกลุ่มผู้ก่อตั้ง การทำธุรกิจ ที่มีขนาดเล็ก หรือที่รู้จักกันคือ SME (2026) [1]

กลุ่มผู้ประกอบการเหล่านี้ ถือเป็นนักลงทุนกลุ่มแรก ที่แสดงศักยภาพ ในเรื่องการขับเคลื่อน ระบบเศรษฐกิจ ในยุคสมัยนั้น อีกทั้งวิวัฒนาการ ของเผ่ามนุษย์ ได้เริ่มมีการเรียนรู้ เรื่องการแลกเปลี่ยนกัน มาตั้งแต่ช่วง 40,000 ปีก่อนคริสตกาล สำหรับการลงทุน ในช่วงยุคนั้น คือการริเริ่ม การเป็นผู้ส่งออก

ของผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่า และเพิ่มกำไรในการค้าขาย อีกทั้งการทำเช่นนี้ ยังเป็นการเพิ่ม อุดมการณ์ในการ พัฒนาสินค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าได้อีกด้วย ซึ่งการแลกเปลี่ยนแรก ที่ได้รับความนิยม คือการแลกเปลี่ยนสินค้า ที่เกี่ยวกับอาหาร เครื่องนุ่งห่ม จนมาถึงตอนนี้ ได้มีการพัฒนา ไปมากกว่าที่เคยเป็นแล้ว

การคาดเดาการลงทุน เป็นการพนันหรือไม่?

สำหรับการพนัน ที่เริ่มขึ้นเมื่อ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล และการลงทุน ที่มีอายุเฉลี่ยกว่า 4 หมื่นปีก่อนคริสตกาล สิ่งเหล่านี้กลับคล้ายคลึงกัน แต่หลักการลงทุน และการพนัน มีสิ่งที่แตกต่างกันอยู่ ดังนี้

การพนัน
1. เป็นการเดิมพัน ที่ไม่มีหลักการ และใช้อารมณ์ เป็นการตัดสินใจ
2. การเดิมพันน้อยมาก ที่จะมีการบันทึก หรือการวิเคราะห์ ก่อนการเดิมพัน
3. นักเดิมพันทั้งหลาย รู้เรื่องความเสี่ยงแบบ 50:50 แต่ยังเลือกที่จะเดิมพัน
4. จุดมุ่งหมายเดียว ของการเดิมพันคือ ความหวังที่จะรวย และเป็นการสร้างกำไร แบบระยะสั้น

การลงทุน
1. การลงทุนส่วนใหญ่ ต้องมีการวางแผน และการศึกษาข้อมูล ก่อนการลงทุน
2. นักลงทุนจะไม่ใช้ อารมณ์ในการลงทุน แต่ละใช้หลักเหตุและผล เป็นตัวตัดสิน
3. นักลงทุน ยุคแรก เน้นการลงทุน ที่มีความปลอดภัย และมีความเสี่ยงน้อย
4. นักลงทุนทั้งหมด จะมีวินัย ในการลงทุนสูง อีกทั้งยังมีการ พัฒนาศักยภาพ ของบุคคลอย่างต่อเนื่อง

ทำไมผู้คน ถึงมองการลงทุนเป็นการพนัน

1. การลงทุนแบบระยะสั้น ที่เน้นการทำกำไร แบบช่วงเวลาสั้นๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้ หลายคนเข้าใจผิด
2. ผู้คนส่วนใหญ่ ไม่มีความรู้ และได้ไม่มีการศึกษาข้อมูล ของการลงทุนอย่างแท้จริง
3. ความเสี่ยงของการลงทุน ที่มีเปอร์เซ็นต์สูง อาจจะทำให้คนเข้าใจผิดได้เช่น หุ้น Plug Power ที่วันนี้มีค่า ความผันผวนอยู่ที่ -9.62% (สืบค้นเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2026) สิ่งเหล่านี้มีโอกาสสูง ที่จะขาดทุนได้
4. ผลลัพธ์ที่คล้ายกัน จึงทำให้ผู้คนส่วนมาก มองว่าเป็นการพนัน ซึ่งผลลัพธ์คือ “เม็ดเงิน”
5. คนส่วนใหญ่คิดว่า ลงทุนมากได้กำไรมาก เหมือนกับการเดิมพัน ที่ลงเดิมพันมาก มีโอกาสได้เงินมาก
6. นักลงทุนที่ใช้อารมณ์ เป็นตัวตัดสิน การกระทำเหล่านี้ จึงทำให้เหมือนการเดิมพัน มากกว่าการลงทุน

รูปแบบการลงทุน และการคาดเดาในอดีต

ลงทุนยุคแรก เน้นคาดเดา จริงหรือไม่

สำหรับการลงทุนยุคแรก กลุ่มผู้ประกอบการ เน้นการเก็งกำไร มากกว่าการวางแผน การลงทุน อีกทั้งการเก็งกำไรนี้ ไม่ได้มีการคาดการณ์ ถึงความเสี่ยงต่างๆ และสนใจเพียงแต่ อัตราการเติบโต ของมูลค่าในช่วงเวลานั้นๆ ซึ่งการเก็งกำไรนี้ เป็นเหมือนการคาดเดา จังหวะราคาของสินทรัพย์ (31 มกราคม 2026) [2]

เหตุการณ์ตัวอย่าง ที่เรียกได้ว่า เป็นเหตุการณ์จริง ที่สะท้อนแนวคิด การคาดเดา ของกลุ่มนักลงทุน ได้เป็นอย่างดีนั้นคือ เหตุการณ์ช่วง ศตวรรษที่ 17 ที่เรียกว่า “ฟองสบู่เก็งกำไร” เหตุการณ์ที่กล่าวมา คือเหตุการณ์ฟองสบู่ทิวลิป ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 1634 และสิ้นสุดลงเมื่อปี 1637 เป็นการทุ่มเงิน เพื่อปลูกหัวดอกทิวลิป

เพื่อหวังเก็งกำไร จากการค้าขาย เพราะกระแสดอกทิวลิป ในช่วงยุคสมัยนั้น กำลังมาแรง และภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี ทุกสิ่งกลับสูญเสียไปหมด เพราะเหตุการณ์ ฟองสบู่แตก ความต้องการในตลาด กลับละลายหายไป ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึง การคาดเดาของกลุ่มพ่อค้า ที่หวังเก็งกำไร จนลืมวิเคราะห์ความเสี่ยงก่อน

วิเคราะห์ระดับความเสี่ยง และผลกระทบ

การลงทุนทุกประเภท ย่อมมีความเสี่ยง แต่ลักษณะของความเสี่ยง จะแตกต่าง และร้ายแรงเท่าไหร่นั้น ต้องดูปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย ทั้งเรื่องของงบประมาณ ราคากลาง และมีการแบ่งความเสี่ยง ไว้ดังนี้

  • ความเสี่ยงต่ำ: เป็นการลงทุน ที่มีความเสี่ยง เรื่องการสูญเสียน้อย และมีผลตอบแทนคงที่ แต่ความเสี่ยงต่ำ ต้องแลกมากับ ผลตอบแทนที่น้อย เมื่อเทียบกับ การลงทุนแบบอื่น
  • ความเสี่ยงระดับกลาง: เป็นการลงทุน ที่มีโอกาสแบบ 50:50 ที่จะเสียผลประโยชน์ หรือได้กำไรมา การลงทุนเหล่านี้ นักลงทุนหลายคน เข้าใจและยอมรับได้ เพราะยังถือว่าเป็น การลงทุนระดับกลาง
  • ความเสี่ยงระดับสูง: เป็นการลงทุน ที่มีค่าความผันผวนสูง มีโอกาสสูญเสีย เงินทุนทั้งหมดได้ แต่การลงทุนประเภทนี้ กลับมีผลตอบแทนสูง (31 พฤษภาคม 2024) [3]

จิตวิทยามุ่งเน้น ช่วยการคาดเดาได้จริงหรือ?

นักลงทุนที่ใช้ การคาดการณ์ บวกกับการใช้ หลักจิตวิทยา เป็นกลุ่มนักลงทุน ที่เน้นการลงทุน แบบสวนกระแส เพราะหลักการคิด ของกลุ่มนักลงทุนเหล่านี้ มักจะมีแนวคิดที่แตกต่างเช่น ตอนนี้หุ้นทองคำ มีราคาต่ำลงเป็นอย่างมาก แต่นักลงทุนกลุ่มนี้ กลับคิดว่า ช่วงเวลานี้คือ ช่วงเวลาทอง ของการทำกำไร

หากสนใจอ่านเนื้อหาทั้งหมดคลิก finnomena

บทสรุป ลงทุนยุคแรก เน้นคาดเดา จริงหรือไม่

หน้าสุดท้ายของ ลงทุนยุคแรก เน้นคาดเดาจริงหรือไม่ คำตอบคือ เป็นเรื่องจริง เพราะการลงทุน ในช่วงยุคแรกๆ นั้นเรียกได้ว่า เป็นการลงทุน แบบขาดการเข้าถึง กลุ่มข้อมูลกลาง อีกทั้งการลงทุน ในยุคสมัยนั้น เมื่อมองจาก เหตุการณ์ทางการเงินต่างๆ แล้วนั้น นักลงทุนเน้นการเก็งกำไร มากกว่าการวิเคราะห์ความเสี่ยง

การคาดเดาใช้กับ การลงทุนยุคนี้ได้หรือไม่?

คำตอบคือ เป็นเรื่องที่ใช้ได้ แต่ผลลัพธ์นั้น ไม่ได้มีการการันตี เรื่องผลตอบแทน เพราะในตอนนี้ การลงทุนมีความ ผันผวนของตลาดสูง อีกทั้งยังมีในเรื่องของ ปัจจัยด้านอื่นๆ ที่สร้างความไม่แน่นอน ให้กับการลงทุน หากจะลงทุนแบบคาดเดา แนะนำให้เรียนรู้ เรื่องสินทรัพย์ตัวนั้นๆ ให้ดีก่อนการลงทุน

เนื้อหานี้ สะท้อนเรื่องอะไรบ้าง?

ตอบได้เลยว่า สะท้อนถึงรูปแบบ การลงทุนที่มีการ เปลี่ยนแปลงไป จากยุคอดีตสู่ปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นเนื้อหา ที่แสดงให้เห็นถึง แนวคิดของคนยุคก่อน สำหรับการทำกำไร และความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ที่เป็นผลมาจาก การขาดความรู้ และขาดการศึกษาข้อมูล เรื่องการลงทุน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง