วัดระดับความเสี่ยง สำคัญมากแค่ไหน สำหรับการลงทุน

วัดระดับความเสี่ยง สำคัญมากแค่ไหน

วัดระดับความเสี่ยง สำคัญมากแค่ไหน สำหรับการลงทุน คำตอบคือ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะสิ่งนี้สามารถ กำหนดทิศทางการลงทุน ของคุณได้เลย อีกทั้งยังสามารถ จัดการกับสไตล์การลงทุน ได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับ ความต้องการ หรือเป้าหมายที่ได้มีการวางไว้

  • ความหมายของระดับความเสี่ยงและประเภทของความเสี่ยง
  • การแบ่งระดับและความสำคัญของการวัดระดับความเสี่ยง
  • พอร์ตการลงทุนที่ไม่วัดความเสี่ยงและวิธีการจัดการ

ระดับความเสี่ยง จากการลงทุนคืออะไร?

ระดับความเสี่ยง คือ ค่าระดับความไม่แน่นอน ที่สามารถเกิดขึ้น ในการลงทุนทุกรูปแบบ อีกทั้งยังเป็นตัวแทน ของค่าความผันผวน ที่มีโอกาสเกิดขึ้น ระหว่างการลงทุน เมื่อระดับความเสี่ยงสูง สิ่งนี้ยิ่งเพิ่มโอกาส ที่จะขาดทุนได้ ในการลงทุนนั้นๆ โดยความเสี่ยงในการลงทุนนั้น มักมีทั้งหมด 8 ระดับ

ซึ่งต้องยอมรับก่อนว่า การลงทุนทุกประเภท มีความเสี่ยง และมีระดับความเสี่ยง ที่แตกต่างกันออกไป การเรียนรู้เรื่องความเสี่ยง ทำให้นักลงทุน สามารถเลือกการลงทุน ได้ตามที่ตนยอมรับ อีกทั้งยังช่วยเรื่อง การจัดการกับพอร์ตได้ (9 กันยายน 2025) [1] และความเสี่ยง อาจจะเป็นปัจจัยแรกๆ ที่ทำให้นักลงทุน

เริ่มให้ ความสำคัญ ของการ ตรวจสอบพอร์ต ทั้งนี้การวัดระดับความเสี่ยง เริ่มเป็นที่ยอมรับ อย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ. 1952 ผ่านงานวิจัยที่ชื่อว่า “Portfolio Selection” และนักลงทุน เริ่มให้ความสำคัญ และเริ่มนิยมใช้กันเมื่อช่วงปี 2007 หลังจากนั้น การวัดระดับความเสี่ยง ก็เป็นขั้นตอนต้นๆ สำหรับการลงทุน

ประเภทของความเสี่ยง มีอะไรบ้าง?

  • สภาพคล่อง: เป็นความเสี่ยง ที่พบได้มากที่สุด โดยเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อปี 2023 จากวิกฤตการเงิน ที่เกิดขึ้นในธนาคารสหรัฐ เหตุการณ์ในครั้งนั้น ส่งผลกระทบ ต่อความเชื่อมั่น ของนักลงทุนทั่วโลก
  • ค่าเงินแลกเปลี่ยน: เป็นปัญหาใหญ่สำหรับ การเปลี่ยนแปลงค่าเงินบาท ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว มักเกิดขึ้นสำหรับ การลงทุนต่างประเทศ เมื่อค่าเงินแข็งตัว มูลค่าสินทรัพย์ต่างประเทศ จะมีราคาถูกลง
  • อัตราดอกเบี้ย: ดอกเบี้ยมักอยู่ใน ตลาดการลงทุนเกือบทุกประเภท สิ่งนี้เป็นตัวกำหนด ทิศทางการหมุนเวียนเงินได้ เมื่อดอกเบี้ยขึ้น นักลงทุนส่วนใหญ่ มักเปลี่ยนทิศทางการลงทุน (28 ตุลาคม 2023) [2]
  • อัตราเงินเฟ้อ: เมื่อประเทศเกิดภาวะเงินเฟ้อ สิ่งนี้ส่งผลกระทบ ต่อราคาสินค้า ในกลุ่มอุปโภคบริโภค ราคาสินค้าเหล่านี้ จะมีการปรับตัวขึ้น และทำให้ปริมาณการขายลดลง เพราะความต้องการซื้อลดลงด้วย
  • ความเสี่ยงจากตลาด: เป็นภาพรวมตลาด ในช่วงขาลง สิ่งนี้ส่งผลกระทบ ต่อปริมาณการซื้อขาย ซึ่งสิ่งนี้รวมถึง สถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นด้วย ที่ทำความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น เช่น ในปี 2026 ที่มีการทำสงคราม สิ่งนี้ส่งผลกระทบรุนแรง ต่อความผันผวน ในตลาดหลักทรัพย์

ระดับความเสี่ยง ที่นักลงทุนต้องรู้

  • ความเสี่ยงต่ำ: เป็นระดับความเสี่ยง ที่ถือได้ว่า เงินทุนปลอดภัยมากที่สุด เพราะความเสี่ยงระดับนี้ มีโอกาสน้อยที่จะขาดทุน อีกทั้งการได้ทำกำไร ยังสามารถประเมิน และคาดการณ์ล่วงหน้าได้
  • ความเสี่ยงปานกลาง: เป็นความเสี่ยง ที่นักลงทุนสามารถยอมรับได้ เช่น Coca-Cola ที่ตอนนี้มีราคาหุ้นอยู่ที่ 75.71 USD (สืบค้นเมื่อ 30 มีนาคม 2026) จัดเป็นหุ้นความเสี่ยงระดับกลาง ที่นักลงทุนยอมรับได้ ความเสี่ยงระดับนี้ สามารถทำกำไรได้ และเป็นกลุ่มความเสี่ยง ที่นักลงทุนชอบเป็นอันต้นๆ
  • ความเสี่ยงสูง: เป็นกลุ่มบริษัท หรือธุรกิจที่ไม่สามารถ คาดเดาสถานการณ์ได้ แต่มีโอกาสทำกำไรสูง และมีโอกาสเติบโต ในตลาดหลักทรัพย์ แต่ก็มีความเสี่ยง ที่จะขาดทุนสูงเช่นกัน (31 พฤษภาคม 2024) [3]

วัดระดับความเสี่ยง สำคัญมากแค่ไหน ในการลงทุน

วัดระดับความเสี่ยง สำคัญมากแค่ไหน

การวัดระดับความเสี่ยง ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะสิ่งนี้ช่วยให้นักลงทุน สามารถเลือกแนวทาง การลงทุนของตัวเองได้ แบบมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถ ลดความผันผวน ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ สิ่งนี้ทำให้การลงทุน สามารถดำเนินการได้ แบบสบายใจ และไม่ต้องกังวล เมื่อเจอกับเรื่องน่ากังวลต่างๆ

การวัดระดับความเสี่ยง ช่วยเพิ่มความมั่นใจ ให้กับการลงทุนได้ เพราะเราได้มีการยอมรับ ระดับความเสี่ยง ที่ยอมรับได้มาแล้ว และการวัดระดับความเสี่ยง ยังทำให้นักลงทุน สามารถจัดการกับ แผนการลงทุนระยะยาวได้ โดยที่มีโอกาสทำกำไร มากกว่าการขาดทุน

ไม่ประเมินความเสี่ยง ทำพอร์ตพังได้จริงหรือไม่?

พอร์ตพัง เพราะไม่มีการวัดระดับความเสี่ยง สิ่งนี้สามารถ ทำให้พอร์ตพังได้ เพราะการวัดระดับความเสี่ยง เป็นการยอมรับการลงทุนอย่างหนึ่ง เมื่อเลือกลงทุน ในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เราจะต้องรู้ว่า เราควรมีเงินสำรอง อย่างน้อย 6 เดือนของเงินลงทุน เผื่อกรณีฉุกเฉิน หรือเมื่อปัญหาสภาพคล่อง

ตัวอย่างเช่น หากต้องการเกษียณอายุตอน 60 ปี แต่ตอนนี้อายุเพียง 35 ปี ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ คือความเสี่ยงระดับกลาง และหากต้องการลงทุน ที่มีความเสี่ยงระดับกลาง จำเป็นต้องมีเงินสำรอง อย่างน้อย 10 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน จึงจะเรียกได้ว่า มีการวางแผนที่ดี และพร้อมรับกับความเสี่ยง ที่จะเกิดขึ้น

แนะนำการจัดการความเสี่ยง เพื่อการทำกำไร

  • ตั้งเป้าหมายการลงทุน: เป็นการวางแผนการลงทุน การวางกลยุทธ์ และวางแผนการปฏิบัติงาน เพื่อให้รูปแบบการลงทุน สอดคล้องกับสิ่งที่ตั้งไว้ โดยต้องมีการวาง ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ก่อน
  • ระบุความเสี่ยง: เป็นการตั้งความเสี่ยง ในระดับต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ระหว่างการลงทุน ต้องประเมินจาก สถานการณ์ต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก
  • ประเมินความรุนแรง: เป็นการระบุ ความเป็นไปได้ ที่อาจจะเกิดขึ้น หรือเป็นการจำลองสถานการณ์ และคาดเดาผลลัพธ์ล่วงหน้า สำหรับความเสี่ยงแบบต่างๆ ที่จะส่งผลต่อการลงทุน
  • จัดลำดับความเสี่ยง: เป็นการจัดลำดับ ความสำคัญของความเสี่ยงต่างๆ ซึ่งการจัดลำดับนี้ เพื่อการหาแนวทางแก้ไข และการวางแผนล่วงหน้า สำหรับทางออก เพื่อให้การลงทุน เป็นไปตามแผนที่ตั้งไว้

หากสนใจอ่านรายละเอียดทั้งหมดคลิก sustainability

บทสรุป วัดระดับความเสี่ยง สำคัญมากแค่ไหน

หน้าส่งท้าย วัดระดับความเสี่ยง สำคัญมากแค่ไหน คำตอบคือ สำคัญเป็นลำดับต้นๆ ของการลงทุนทั้งหมด เพราะการยอมรับความเสี่ยง เป็นการจัดการ และการวางแผนการลงทุน ประเภทหนึ่งก็ว่าได้ สิ่งนี้ช่วยให้ แผนการลงทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น และการทำกำไร จะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นด้วย

มือใหม่ต้องมองความเสี่ยง จุดไหนเป็นอันดับแรก?

คำตอบคือ สภาพคล่อง หากต้องการลงทุน สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึง คือความเสี่ยงสภาพคล่อง เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้นได้ง่ายมากที่สุด หากต้องการลงทุน ต้องรู้ถึงความเสี่ยงจุดนี้ก่อน และต้องมีแผนการรับมือ โดยควรมีเงินสำรองไว้ อย่างน้อย 6 เดือนจากรายจ่ายทั้งหมด จึงจะเหมาะสม

ความเสี่ยงต่ำ สามารถสร้างกำไรได้อยู่หรือเปล่า?

คำตอบคือ สามารถสร้างกำไรได้ แต่อาจจะใช้ระยะเวลานาน ในการทำกำไร เพราะการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ ปริมาณผลตอบแทน ก็จะน้อยไปด้วย แต่ข้อดีคือ การให้ผลตอบแทน จะมีความสม่ำเสมอ เช่น เงินฝากประจำ จะได้รับดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.60% – 1.50% ต่อปี ดอกเบี้ยเหล่านี้ คือกำไรที่จะได้รับ

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง