วิเคราะห์ กลุ่มตลาด ที่ถูกลืม บนตลาดหลักทรัพย์

วิเคราะห์ กลุ่มตลาด ที่ถูกลืม

วิเคราะห์ กลุ่มตลาด ที่ถูกลืม บนตลาดหลักทรัพย์ เป็นกลุ่มบริษัท ที่มีความผันผวนสูง จึงมักไม่ได้รับ ความสนใจ จากกลุ่มนักลงทุน ที่ต้องการแสวงหา ผลกำไรจากการลงทุน อีกทั้งกลุ่มการลงทุนนี้ ยังจะได้รับความสนใจ จากการลงทุนสั้นเท่านั้น เป็นกลุ่มการตลาด ที่ยังมีข้อดีอยู่ และเราจะนำเสนอ ให้ได้ทราบกัน

  • สถานการณ์ในตอนนี้และมุมมองเรื่องการลงทุน
  • ความสำคัญและกลุ่มตลาดที่ถูกลืม
  • สาเหตุที่ถูกลืมและรายชื่อหุ้นที่กำลังถูกลืม

สถานการณ์ ในโลกปัจจุบัน และการลงทุน

การเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งการพัฒนา เทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ ค่านิยม หรือกระแสสังคมใหม่ๆ ล้วนแล้วแต่มี บทบาทสำคัญ ในวงการนักลงทุน อีกทั้งการเปลี่ยนผัน ของมูลค่าการเงิน ที่มีตัวเลขขยับอยู่ ตลอดเวลานั้น เป็นภาพสะท้อนชั้นดี ของกลุ่มความเสี่ยง ที่นักลงทุนต้องเจอ

ซึ่งกลุ่มตลาดที่ถูกลืมนี้ อาจจะแสดง ศักยภาพบางอย่าง ออกมาให้เห็นได้ ในช่วงภาวะวิกฤติเหล่านี้ อีกทั้งยังโดดเด่น โดยการมีภาคเอกชน เข้ามารองรับ และให้การสนับสนุน อย่างต่อเนื่อง โดยสิ่งที่ทำให้ กลุ่มภาคเอกชน เข้ามาให้ความสนใจ คือเรื่องของปริมาณ การเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ล่าช้า (12 กันยายน 2024) [1]

โดยสิ่งนี้ภาคเอกชน ให้ความสนใจ และยังคงเป็น บรรทัดฐานเรื่องการลงทุน ในกลุ่มตลาดเหล่านี้ คือการจัดการความเสี่ยง อีกทั้งยังมีในเรื่องของ การศึกษา โอกาสซ่อน ที่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญหลายคน เริ่มให้ความสนใจ เพราะเป็นการลงทุน แบบระยะยาว ที่มีโอกาส สร้างผลกำไรสูง

มุมมอง การทำกำไร จากการได้พบโอกาส

กลุ่มตลาดที่ถูกลืม ที่นำโดยภาคเอกชนนั้น ในช่วงปี 2025 ถึงปี 2026 มีศักยภาพบางอย่าง ที่โดดเด่นขึ้นมา และสิ่งนี้ทำให้ นักลงทุนหลายคน เริ่มกลับมาให้ความสนใจ

1. ลงทุนเฉพาะส่วน: เป็นการใช้ผลประโยชน์ จากการลงทุน ซึ่งเน้นเรื่องการลงทุน พลังงาน สุขภาพ และเน้นการลงทุน ที่มีโอกาสสร้างประโยชน์ ในอนาคตได้
2. การเข้าซื้อกิจการ: เป็นการเข้าครอบครองบริษัท ผ่านการซื้อขาย สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็น ผลประโยชน์พลอยได้ ที่กลุ่มนักลงทุน สามารถสร้างกำไร จากส่วนนี้ได้
3. ลงทุนกับหุ้น: เป็นกลุ่มกองทุน ที่เน้นการลงทุน ตลาดหุ้นใหม่ โดยมีผู้เชี่ยวชาญ ค่อยวางแผน และจัดการกลยุทธ์ การลงทุนไว้ให้แล้ว สิ่งเหล่านี้ มีเปอร์เซ็นต์ การทำกำไรสูง

ตลาดการลงทุน ที่ถูกลืมสำคัญยังไง?

  • ผลตอบแทนสูง: เมื่ออยู่ในจุดตกต่ำ มูลค่าการซื้อขาย จะมีมูลค่าถูกลง จากมูลค่าที่แท้จริง สิ่งเหล่านี้เพิ่มโอกาส การทำกำไร ให้กับนักลงทุนได้
  • หลีกเลี่ยงปัญหา: เป็นการจัดการความเสี่ยง ที่ลดโอกาสเกิด Sell in May อีกทั้งยังเป็นการ ลดกระแสความสนใจ ของกลุ่มคนได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ดีมากๆ
  • กำไรระยะยาว: กลุ่มตลาดเหล่านี้ มักจะมีค่าความผันผวน อยู่ตลอดเวลา แต่สำหรับกลุ่มนักลงทุน ที่เน้นการลงทุน แบบระยะยาว สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องดี เพราะมีโอกาสกลับมา สร้างกำไรได้ในอนาคต
  • กระจายความเสี่ยง: เมื่อการลงทุน มีการจัดแบ่งประเภท และการจัดการความเสี่ยง สำหรับการลงทุน ในกลุ่มตลาดที่ถูกลืม เป็นเรื่องที่ดี ที่จะทำให้พอร์ตโฟลิโอ ไม่กระจุกตัวจนเกินไป

กลุ่มตลาดประเภทไหน ที่ตอนนี้กำลังถูกลืม

วิเคราะห์ กลุ่มตลาด ที่ถูกลืม

กลุ่มการลงทุน ที่มีชื่อว่า “FMDE” และกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ ที่จัดเป็นตลาดกลาง เป็นกลุ่มการลงทุน ที่ในช่วงปี 2025-2026 เป็นกลุ่มตลาด ที่กำลังถูกลืมอยู่ โดยกลุ่มตลาดเหล่านี้ เป็นกลุ่มตลาด แบบผสมผสาน จุดยืนหลายรูปแบบ เป็นกลุ่มตลาด ที่มีมูลค่า การเติบโตดีกว่า ตลาดขนาดเล็ก แต่น้อยกว่า ตลาดขนานใหญ่

สิ่งเหล่านี้ทำให้ ความน่าสนใจ ของการเข้าสู่ตลาด และการลงทุน มีความน่าสนใจน้อย สำหรับการวิเคราะห์จาก Fidelity ซึ่งค่าการเติบโตมาตรฐาน จะอยู่ที่ 23 จุด ที่เป็นค่าธรรมเนียมพื้นฐาน สิ่งนี้ดึงดูดใจ นักลงทุนได้ไม่มากพอ เมื่อเทียบกับ กลุ่มตลาดขนาดอื่น แต่หากวัดผลจาก ตัวชี้วัดจะเห็นได้ว่า

กลุ่มตลาดขนาดกลาง สามารถยืนอยู่ ในตลาดหลักทรัพย์ ได้แบบยาวนาน อีกทั้งยังมี เปอร์เซ็นต์ผลตอบแทน ขั้นต่ำอยู่ที่ 8.5% ตั้งแต่ช่วงเริ่มของปี ซึ่งมูลค่าสุทธิ ของขนาดตลาดกลาง ยังมีมูลค่าสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2025 ที่ผ่านมานี้ด้วย เป็นกลุ่มตลาด ที่ยังคงเติบโต และไม่ดึงดูดใจเท่าไหร่นัก

ที่มา: This Overlooked Market Segment (27 ตุลาคม 2025) [2]

สาเหตุที่ทำให้ นักลงทุนหมดความเชื่อมั่น

ดอกเบี้ยต่ำ: เมื่อช่วงปี 2009-2022 กลุ่มนักลงทุน ที่อยู่ในตลาดขนาดกลาง เป็นกลุ่มที่ต้องการ ได้รับผลกำไร แต่สิ่งนี้กลับทำให้ มีความเสี่ยงสูงขึ้น ซึ่งอัตราดอกเบี้ยต่ำนี้ อาจจะทำให้ กลุ่มนักลงทุน เริ่มสั่นคลอน เมื่อต้องการเห็นผลกำไร ที่เป็นรูปธรรมเพิ่มมากยิ่งขึ้น

ค่าดัชนีสูงเกินจำเป็น: เป็นการให้คุณค่า ของกระแสสังคม ที่มากจนเกินไป ส่วนนี้อาจจะถูกมองว่า มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น แต่กลับลดคุณค่า ที่แท้จริง ของหุ้นหลายๆ ตัวในการลงทุนลงได้

สื่อโซเชียลมีเดีย: เป็นการสื่อสาร ผ่านการส่งมอบข้อมูล ที่เป็นเรียลไทม์ สิ่งนี้อาจจะเป็นเรื่องดี แต่กลับทำให้ เกิดแพลตฟอร์ม การลงทุนระยะสั้น ที่เพิ่มมากขึ้น และกระแสสังคม ยิ่งเพิ่มแรงกระตุ้น การลงทุนเหล่านี้ แทนที่จะมองเห็น คุณค่าของหุ้น ที่แท้จริง แต่กลับลงทุน เพราะคำแนะนำของคนอื่นมากกว่า

ที่มา: The Art Of Profiting (13 กันยายน 2024) [3]

รายชื่อหุ้น ที่ถูกลืมมากที่สุด ในช่วงปีนี้

  • Banks: มีอัตราการเติบโต ลดลงในช่วง 1 สัปดาห์นี้ถึง -2.25% (สืบค้นเมื่อ 23 มกราคม 2026) เป็นกลุ่มตลาด ที่มีอัตราการมอบดอกเบี้ย แบบระยะสั้น และมีแนวโน้ม การเติบโตลดลง อย่างต่อเนื่อง
  • Thrift conversions: เป็นกลุ่มตลาด ที่รวมธนาคารขนาดเล็ก หรือเรียกได้ว่า เป็นกลุ่มสถาบันการเงิน ซึ่งมูลค่าหุ้น ของแต่ละธนาคาร มีราคาที่ต่ำ จึงไม่ค่อยได้รับ ความสนใจมากนัก
  • Oil and gas: ที่ตอนนี้มีมูลค่าหุ้นอยู่ที่ 39,177.33 และมีเปอร์เซ็นต์ลดลงกว่า 0.26% ในวันนี้ (สืบค้นเมื่อ 23 มกราคม 2026) การแข่งขันทางการที่สูง และการปรับเปลี่ยนวัฏจักร ทำให้หุ้นตัวนี้ เริ่มได้รับความนิยมน้อย

หากสนใจอ่านทั้งหมดคลิกอ่านได้ที่ bankrate

บทสรุป วิเคราะห์ กลุ่มตลาด ที่ถูกลืม

บทส่งท้าย วิเคราะห์ กลุ่มตลาดที่ถูกลืม เป็นกลุ่มตลาดขนาดกลาง ที่มีอัตราผลตอบแทน ดีกว่ากลุ่มตลาดขนาดเล็ก แต่ก็ยังไม่สามารถ เอาชนะตลาดขนาดใหญ่ได้ โดยเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้นักลงทุน ไม่สนใจตลาดกลุ่มนี้ คือเรื่องของราคาหุ้น ที่มีมูลค่าต่ำ อีกทั้งยังมีการแข่งขันสูง ในการแสวงหาโอกาส

ใจความสำคัญ ของเรื่องนี้คืออะไร?

เป็นการบอกถึง ศักยภาพที่หลายคน กำลังมองข้าม สำหรับกลุ่มตลาดการลงทุน ที่ถูกลืมไป ซึ่งกลุ่มตลาดเหล่านี้ เป็นกลุ่มตลาดที่มี ผลตอบแทนน้อยจริง แต่มีโอกาสเติบโตอยู่ เมื่อเข้าสู่ช่วง ภาวะปกติ และมีโอกาสสูง ที่จะสร้างรายได้ แบบระยะยาว อีกทั้งกลุ่มตลาดเหล่านี้ ยังมีกลุ่มนักลงทุน เข้ามาสนใจน้อย

นักลงทุนพลาดสิ่งไหน เมื่อไม่ลงทุนตลาดกลุ่มนี้?

คำตอบคือ พลาดโอกาสการลงทุน ที่มีมูลค่าการซื้อขายต่ำ เพราะหากกลุ่มตลาดนี้ เข้าสู่ภาวะฟื้นตัว แน่นอนว่า มูลค่าการซื้อขาย จะเพิ่มราคาสูงขึ้น อีกทั้งศักยภาพ ของตลาดกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงพอ ที่จะยืนอยู่ในระยะยาว สำหรับการลงทุน ในตลาดหลักทรัพย์

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง