
สมองส่วนไหน ทำให้ติดพนัน ได้ง่ายมากที่สุด?
- MY Kismet
- 31 views

สมองส่วนไหน ทำให้ติดพนัน ได้ง่ายมากที่สุด? คำตอบคือ สมองหลายส่วน ทำงานร่วมกัน โดยมีการปรับเปลี่ยน เครือข่ายสมอง รวมถึงปรับเปลี่ยน กลไกการทำงาน สิ่งนี้ทำให้นักพนัน เสพติดการพนันได้ อีกทั้งยังทำให้ วิธีการทำงานของสมอง เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงได้ด้วย
สมอง คือ อวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย ที่มีระบบการทำงานซับซ้อน ซึ่งสมองนั้น จะควบคุมการทำงานทั้งหมด ของร่างกาย เช่น อารมณ์ พฤติกรรม ความจำ และการเคลื่อนไหว ทุกสิ่งเหล่านี้ ล้วนมาจากการสั่งการ ของระบบสมองทั้งสิ้น และสมองของเรานั้น สมองส่วนหน้า จะเติบโตช้ามากที่สุด
3 ส่วนประกอบของสมอง จะมีในส่วนของซีรีบรัม สมองส่วนนี้ จะเป็นส่วนที่ควบคุม เรื่องของประสาทสัมผัส และควบคุมพฤติกรรม ที่ต้องผ่านการวิเคราะห์ สมองอีกส่วนคือซีรีเบลลัม สมองส่วนนี้ มีหน้าที่ควบคุม สมดุลของร่างกาย การเคลื่อนไหว และส่วนของก้านสมองนั้น เน้นควบคุมการตอบสนอง
สำหรับการแบ่ง 3 สัดส่วน สมองส่วนหน้า เป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุด ส่วนนี้สำคัญเรื่อง การควบคุมจิตใจ การมีจิตสำนึก และควบคุมความคิด ส่วนกลีบสมอง ที่อยู่บริเวณท้ายทอย เป็นส่วนที่เชื่อมต่อกับดวงตา สมองส่วนนี้ ใช้เพื่อประมวลผล ผ่านภาพ สมองส่วนข้าง มักจะตอบสนอง ต่อสิ่งเร้าต่างๆ
ที่มา: Brain (25 มกราคม 2025) [1]
สมองตอบสนอง ในรูปแบบที่แตกต่างกัน จากงานวิจัยฉบับแรกของโลก ที่เกิดขึ้นเมื่อ ทศวรรษที่ 1970-1990 เป็นงานวิจัย ที่เกี่ยวกับ กลไกสรีระและสมอง ซึ่งทศวรรษนั้นได้มีการนิยาม การเสพติดการพนัน ว่าเป็นโรคชนิดหนึ่ง และในช่วงปี 2566 ก็เป็นปีที่นักพนัน มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะสมองทำสิ่งนี้
เมื่อนักพนันเล่นการพนัน และเริ่มได้รับรางวัล สมองจะมีการหลั่งสารโดพามีน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข ทฤษฎีและความเข้าใจนี้ เริ่มเป็นรูปธรรมเมื่อ ทศวรรษ 1950 และในตอนนี้ พบผู้ป่วยที่เสพติดการพนันทั่วโลก มีค่าเฉลี่ย 4,000 รายต่อปี (สืบค้นเมื่อ 2 เมษายน 2026) ซึ่งสิ่งนี้เกี่ยวกับ สารโดพามีนทั้งสิ้น
เมื่อเสพติดการพนัน สมองส่วนหน้า จะเริ่มมีการทำงานที่น้อยลง สิ่งนี้ทำให้นักพนัน ไม่สามารถยับยั้ง ความต้องการสารโดพามีนได้ (31 มกราคม 2022) [2] เมื่อร่างกายต้องความรู้สึกชนะ และต้องการได้รับ สารโดพามีน นักพนันที่เสพติดการพนันแล้ว จะเริ่มควบคุมความคิด ของตัวเองไม่ได้
อีกทั้งสมองส่วนหน้า ยังมีการเติบโตที่ช้า โดยจะเริ่มโตเต็มที่ ในช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไป สิ่งนี้จึงส่งผลกระทบต่อวัยรุ่น และทำให้หลายคน เริ่มต้นข้อสงสัยเรื่อง ทำไมวัยรุ่น ถึงเสี่ยงติดพนันมากกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งสิ่งที่ทำให้ วัยรุ่นเสพติดการพนันได้ง่ายว่า เป็นเพราะสมองส่วนหน้า ยังเติบโตได้ไม่เต็มที่ จึงสามารถทำลายได้ง่าย

การเสพติดการพนัน หรือการมีพฤติกรรม ไล่ตามความสูญเสียนั้น มีส่วนเชื่อมโยง กับระบบการทำงานของสมอง ที่ควบคุมความหุนหันพลันแล่น และยังเชื่อมโยงกับ การควบคุมอารมณ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นได้จาก ระบบประสาทสั่งการ ที่เริ่มมีการทำหน้าที่ ที่แตกต่างไปจากเดิม
ซึ่งเมื่อนักพนัน อยากหยุดเล่นการพนัน พฤติกรรมนี้จะเกิดจาก ระบบประสาทส่วน คอร์เทกซ์พรีฟรอนทัล ที่อยู่ด้านข้าง ด้านหน้า และข้างขมับ ซึ่งเป็นส่วนที่ เน้นการกระตุ้น จิตสำนึกถูกผิด (สืบค้นเมื่อ 2 เมษายน 2026) [3] ซึ่งระบบประสาทเหล่านี้ รวมกันอยู่ใน กลีบสมองส่วนหน้า
สมองส่วนหน้า เป็นพื้นที่สมอง ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และยังเป็นสมองที่มีรอยหยัก อยู่เป็นจำนวนมาก เน้นการควบคุม เรื่องของความคิด การวางแผน บุคลิกภาพ และยังเป็นส่วนที่ ควบคุมความคิดขั้นสูง เมื่อส่วนสมองส่วนนี้ ถูกทำลายไป ระบบประสาทภายใน จะเริ่มมีการทำงาน ที่ผิดปกติทันที
Loss Chasing ความหมายคือ พฤติกรรมการไล่ตาม หลังการขาดทุน ซึ่งเป็นแนวโน้ม ของการกระทำที่นักพนัน ที่นักพนันจะเริ่มเดิมพัน เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพียงเพื่อต้องการ ได้รับสิ่งชดเชย กับสิ่งที่เสียไป พฤติกรรมเหล่านี้ เป็นจุดเด่นของกลุ่ม นักพนันที่เริ่ม เสพติดการพนันแล้ว
หากต้องการอ่านเนื้อหาทั้งหมดคลิก sciencedirect
หลักการ 3D สามารถจัดการ ปัญหาการเสพติดการพนันได้ โดยมีเนื้อหาดังนี้
บทสรุป สมองส่วนไหน ทำให้ติดพนัน คำตอบคือ สมองเกือบทุกส่วน มีส่วนสำคัญ ที่ทำให้นักพนัน เสพติดการพนัน แต่สมองส่วนหน้า จะเป็นส่วนที่เห็นได้ชัดมากที่สุด เพราะเป็นส่วนที่ควบคุมความคิด พฤติกรรม และจิตใต้สำนึก เป็นสมองที่โตช้าที่สุด และยังทำลายได้ง่ายที่สุดอีกด้วย
คำตอบคือ เลิกได้จริง เพราะหากสามารถ เอาชนะระบบการทำงานของสมองได้ เราจะสามารถหยุดยั้ง ความต้องการได้ อีกทั้งยังสามารถ หยุดพฤติกรรมเสี่ยง ที่จะเข้าถึงการพนันได้อีก แต่การเอาชนะมอง มีส่วนน้อยมาก ที่จะทำได้เพราะเป็นเรื่องที่ยาก เมื่อต้องต่อสู้กับความรู้สึก
คำตอบคือ สมองไม่ทำร้ายเรา แต่เราทำลายสมองเอง เมื่อเล่นการพนัน สมองจะมีการหลั่งโดพามีนออกมา และเมื่อเล่นไปเรื่อยๆ สมองจะเริ่มทนทาน ต่อการหลั่งสารนั้น ทำให้ความต้องการ และระบบการทำงาน ต้องมีการปรับเปลี่ยน ซึ่งสิ่งนี้เกิดขึ้นจาก พฤติกรรมเริ่มต้น จากตัวเองทั้งสิ้น

