หลักจิตวิทยา ใช้กับการเทรด ได้จริงหรือ ฉบับเริ่มต้น

หลักจิตวิทยา ใช้กับการเทรด ได้จริงหรือ

หลักจิตวิทยา ใช้กับการเทรด ได้จริงหรือ ฉบับเริ่มต้น เป็นเรื่องจริง ที่หลักจิตวิทยา สามารถใช้ได้กับการเทรด อีกทั้งยังสามารถ ปรับใช้ได้กับอีกหลายสิ่ง ทั้งการลงทุน การใช้ชีวิตหรืออื่นๆ อีกมากมาย เพราะการมีหลักจิตวิทยาที่ดี สามารถสร้างความมั่นคง ให้กับการใช้ชีวิตได้

  • ความหมายและความเสี่ยงที่ทำให้การเทรดล้มเหลว
  • การเปลี่ยนแปลงและหลักจิตวิทยาการเทรด
  • บุคคลในตำนานและสิ่งที่เหมือนกับการลงทุน

คำอธิบาย ของการใช้จิตวิทยาในการเทรด

การเทรดทั่วไป นักเทรดมักเชื่อว่า การมีความรู้ ความสามารถ และการมีทักษะ หรือการมี กลยุทธ์ การเทรดหุ้น เป็นเรื่องที่ดีที่สุด แต่แท้จริงแล้ว การใช้หลักจิตวิทยา ก็เป็นส่วนสำคัญ อีกส่วนหนึ่งเช่นกัน โดยที่การใช้หลัก จิตวิทยาในการเทรดนั้น หมายถึงการรับรู้ และการจัดการอารมณ์ (23 สิงหาคม 2023) [1]

อีกทั้งหลักจิตวิทยา ในการเทรดนั้น ยังรวมไปถึง ขบวนการจัดการ ทั้งเรื่องความคิด การวิเคราะห์ และการฝึกฝน ทางด้านวินัยอีกด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้ เป็นขั้นพื้นฐานสำหรับ การเทรดทั้งหมด ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว มากกว่า 80% ของนักเทรดมือใหม่ ชื่นชอบที่จะใช้ เครื่องมือทดลอง และใช้อารมณ์ ในการเทรดอยู่เสมอ

ซึ่งเครื่องมือทดลองเหล่านี้ เป็นเครื่องมือที่ดี สำหรับการเรียนรู้ เรื่องการใช้อารมณ์ ในการตัดสินใจ เพราะเป็นตัวสะท้อน ความเสี่ยงทั้งหมด ได้เป็นอย่างดี แต่ในอีกทางหนึ่ง การเรียนรู้จิตวิทยา สำหรับการเทรด ในช่วงเริ่มต้น ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน เพราะเป็นการปูฐาน สำหรับการเป็น นักเทรดที่ดีในอนาคตได้

สิ่งไหนที่ทำให้ นักเทรดหลายคนล้มเหลว?

หน้าประวัติศาสตร์ ที่เคยผ่านมาแล้ว อาจจะสร้างความกลัว ให้กับนักเทรดได้ ความกลัวที่เหตุการณ์ เหล่านั้นจะเกิดขึ้น ความกลัวที่เกิดขึ้นมาจาก ความกังวล ความคิดมาก สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ เป็นเหตุที่ทำให้ นักเทรดหลายคน ล้มเหลวในการเทรด โดยมีเหตุการณ์ตัวอย่าง ในอดีตดังนี้

  • Black Tuesday: เกิดขึ้นในปี 1929 เป็นการล่มสลาย ของตลาดหุ้น วอลล์สตรีท เหตุการณ์ครั้งนี้ เรียกได้ว่า เป็นจุดเริ่มต้น ของวิกฤตทางการเงินใหญ่ๆ อีกหลายครั้ง
  • Flash Crash: เกิดขึ้นในปี 2010 เป็นเหตุการณ์ของตลาดหุ้น ในสหรัฐอเมริกา โดยเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นจากการดิ่งลง ของมูลค่าหุ้น โดยดิ่งลงกว่า 1,000 จุด ในระยะเวลา ไม่กี่นาที
  • Bill Hwang: เกิดขึ้นเมื่อปี 2021 ที่ทำให้มูลค่าพอร์ต ที่ลงทุนอยู่สูญเงินกว่า หลายหมื่นล้าน โดยสาเหตุเกิดจากการใช้ Leverage ที่สูงเกินไป ทำให้การทำงานผิดพลาด

ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้การเทรด เปลี่ยนแปลงไป

1. E-Commerce มีเปอร์เซ็นต์เพิ่มสูงขึ้น อย่างน้อย 58% เมื่อเข้าสู่ปี 2030 ซึ่งเหตุการณ์นี้ ไม่ได้เป็นเหตุการณ์ใหม่ เคยเกิดขึ้นครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อช่วงปี 2021 ที่กลุ่มธุรกิจ E-Commerce เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด สิ่งนี้สะท้อนถึง พฤติกรรมการใช้จ่าย ของผู้คนที่กำลังเปลี่ยนไป และอาจจะส่งผล ต่อการเทรดในอนาคตได้
2. Work-Life Balance: ขั้นตอนการดำเนินชีวิต ที่กำลังเข้าสู่ ระบบอินเทอร์เน็ต เพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยเริ่มเห็นได้ชัด หลังจากเหตุการณ์ โรคระบาดโควิด -19 เมื่อปี 2019 โดยตอนนี้หลายบริษัท หรือหลายหน่วยงาน เริ่มเปิดให้บุคลากร ทำงานที่บ้านได้แล้ว สิ่งนี้ส่งผลกระทบ ต่อจำนวนนักเทรดแน่นอน
3. การมาถึงของ นวัตกรรมใหม่ ที่เกี่ยวกับ เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ สิ่งนี้จะเปลี่ยนภาพลักษณ์ การใช้ชีวิต ของผู้คนไปอย่างสิ้นเชิง โดยตอนนี้รถไฟฟ้า กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ ที่กำลังมาแรงที่สุด ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ 399,000 บาท สำหรับรุ่น Wuling Bingo EV (สืบค้นเมื่อ 12 มีนาคม 2026)

ที่มา: ส่องเทรนด์โลกในปี 2030 (2025) [2]

กฎเหล็ก การใช้จิตวิทยา สำหรับการเทรดหุ้น

หลักจิตวิทยา ใช้กับการเทรด ได้จริงหรือ

หลักจิตวิทยา สำหรับการเทรดนั้น สามารถทำให้ การเทรดหุ้น ได้ผลลัพธ์ที่ดี อีกทั้งยังทำให้ เรื่องของพฤติกรรมสำหรับบุคคล ได้รับการขัดเกลา ให้มีวินัยเพิ่มมากขึ้นได้ โดยการยึดหลักเหล่านี้

  1. มีสติอยู่เสมอ: การมีจุดโฟกัสที่ดี จะทำให้การเทรด เป็นไปตามเป้าหมาย และยิ่งทำให้ความเสี่ยง ในเรื่องการขาดทุน ลดน้อยลงได้อย่างมีนัย
  2. เรียนรู้ที่จะยอมรับ: เป็นการเรียนรู้ ที่จะไม่คาดหวัง จนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ เข้าไปสู่ความเสี่ยงได้ อีกทั้งมีโอกาสสูง ที่จะทำให้พอร์ตแตกได้ (4 มิถุนายน 2023) [3]
  3. เรียนรู้แบบซ้ำๆ: การทำซ้ำ หรือการเรียนรู้ ในเรื่องเดิมซ้ำๆ เป็นการเพิ่มความเชี่ยวชาญ ในเรื่องที่กำลังทำได้ สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ดี และจะทำให้นักเทรด ได้มีทักษะการเทรด ที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น
  4. รู้จักรักษาวินัย: การวางแผนการเทรด และการทำตามตาราง การเทรดอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ได้รับ ผลลัพธ์ที่ดี จากความสม่ำเสมอ อีกทั้งยังทำให้ นักเทรดมีวินัย และเรียนรู้ตนเอง ได้ดีมากยิ่งขึ้น
  5. ไม่ทำให้สิ่งที่ทำให้คุณค่าลดลง: การเทรดหุ้น ไม่ได้เป็นการ ทดลองความผิดพลาด การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง หรือปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เป็นแนวทางที่ดี ที่จะรักษาคุณค่า ของนักเทรดเองไว้ได้

บุคคลระดับตำนาน ที่ให้ความรู้ เกี่ยวกับการเทรด

Larry Hite ผู้ที่มีฉายา fathers of system trading เป็นนักเทรดระดับตำนาน ที่ใครหลายคน ยกย่องอยู่ในตอนนี้ โดยในปี 1986 ยุคสมัยของคอมพิวเตอร์ เข้าได้รับการเรียนรู้ และการเป็นผู้พัฒนา ระบบเทรดที่มีชื่อว่า “Trading Model” โดยเข้านั้น ใช้ระบบนี้ เพื่อพัฒนาวิธีการ และกลยุทธ์การเทรด อ่านต่อ finnomena

หลักจิตวิทยาการเทรด เหมือนกับการลงทุนหรือไม่?

เหมือนกันในหลักการ ขั้นพื้นฐานทั้งหมด ทั้งการเรียนรู้ ที่จะยอมรับในตัวเอง การจัดตั้งเป้าหมาย และการควบคุมอารมณ์ เพราะการเทรด ก็ถือว่าเป็น การลงทุนอีกหนึ่งประเภท แต่ขั้นตอน และวิธีการทำงาน อาจจะมีการทำงาน ที่แตกต่างกันเล็กน้อยเท่านั้น แต่การใช้จิตวิทยา เกือบจะเหมือนกันทั้งหมด

ภาพรวม หลักจิตวิทยา ใช้กับการเทรด ได้จริงหรือ

บทสรุป หลักจิตวิทยา ใช้กับการเทรดได้จริงหรือ คำตอบคือ ใช้ได้จริง อีกทั้งยังสามารถ ทำให้การเทรด มีประสิทธิภาพ ที่สูงขึ้นได้แบบต่อเนื่อง เพราะการใช้หลักจิตวิทยา ส่วนใหญ่แล้ว เป็นการเรียนรู้ เรื่องการตระหนักรู้ ในตัวเอง และสิ่งนี้เองทำให้ จิตวิทยามีความสำคัญ กับการเทรด

ทำไมการเทรด ต้องรู้เรื่องปัจจัยการเปลี่ยนแปลง?

คำตอบคือ เป็นพื้นฐาน สำหรับการคาดการณ์ มูลค่าหุ้นที่จะเกิดขึ้น ในอนาคตข้างหน้า อีกทั้งยังสามารถ ทำให้นักเทรด วางแผนการเทรด ได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งหลักการเทรดเบื้องต้น คือการติดตามข่าวสาร และการเปลี่ยนแปลง สถานการณ์โลกอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ สัมพันธ์กันทั้งหมด

นักเทรดแบบไหน ที่จะไม่ประสบความสำเร็จ?

คำตอบคือ นักเทรดที่ยอมปรับตัว และไม่ยอมพัฒนาตนเอง ในทุกๆ ด้าน ทั้งเรื่องการตั้งเป้าหมาย การเรียนรู้ข้อมูล ในสินทรัพย์ที่ต้องการลงทุน นักเทรดที่ไม่มีแบบแผน และนักเทรดที่ใช้อารมณ์ ในการเทรด พฤติกรรมเหล่านี้ ส่งผลกระทบ ต่อการเทรดทั้งสิ้น อีกทั้งยังทำให้ โอกาสประสบความสำเร็จ ต่ำลงอีกด้วย

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง