เรียนรู้การลงทุน แบบการสวนทาง มีข้อดียังไง

เรียนรู้การลงทุน แบบการสวนทาง

เรียนรู้การลงทุน แบบการสวนทาง มีข้อดียังไง ตอบได้เลยว่า เป็นการลงทุนที่ดี สำหรับกลุ่มผู้ที่ ชื่นชอบการซื้อของ หรือทรัพย์สิน ที่ไม่อยู่ในกระแส สิ่งนี้ทำให้ได้มาในราคา ที่สามารถสร้างกำไรได้ ในอนาคต เป็นภาพการลงทุน ที่เหมาะกับกลุ่ม นักเก็บสะสม และจุดเด่นอื่นๆ เราจะมาดูกันใน บทความข้างล่างนี้

  • ภาพรวมและการจัดการความเสี่ยง
  • นักลงทุนชื่อดังและแนวทางความคิดเริ่มต้น
  • จุดเด่นและจุดด้อยของการลงทุนแบบสวนทาง

ภาพรวมการลงทุน แบบสวนทาง

เมื่อก้าวเข้าสู่ยุค 2026 ถือเป็นยุคสมัยใหม่ ของการเรียนรู้ เรื่องการลงทุน และแน่นอนว่า การเรียนรู้ การลงทุนรูปแบบเดิม อาจจะไม่ทำให้ ผลลัพธ์ดีไปกว่าเดิมได้ ทั้งนี้ความเสี่ยง เรื่องการจัดการ ยังคงเป็นเรื่องที่ ต้องมีการศึกษา เพิ่มเติมอีกหลายประการ และภาพรวมการลงทุน ที่โดดเด่นในตอนนี้

คือการลงทุน แบบสวนทางกับ กระแสการลงทุน ที่กำลังนิยมอยู่ ในโลกปัจจุบัน เพราะโอกาสทางด้านการลงทุน ขึ้นอยู่กับปริมาณ ดีมานด์และซัพพลาย ของกลุ่มผู้ที่ต้องการ ซื้อขายหุ้นเหล่านั้น และการลงทุนแบบสวนทาง อาจจะไม่ได้มีการ กำหนดขอบเขต การลงทุนอยู่เพียง ตลาดหลักทรัพย์อย่างเดียวก็ได้

วิเคราะห์ความเสี่ยง และการชี้นำแนวทาง

สำหรับความเสี่ยง ในเรื่องการลงทุน เป็นเรื่องที่ไม่สามารถ หลีกเลี่ยงได้อย่างแน่นอน แต่หลักการจัดการความเสี่ยง คือการพึงพอใจ ของกลุ่มผู้ซื้อ อีกทั้งการสวนกระแส สำหรับการลงทุนแล้ว ยังถือเป็นเรื่อง ที่ท้าทายเป็นอย่างมาก และมีความเชื่อมโยง กับหลักจิตวิทยาอยู่ (26 ตุลาคม 2025) [1]

โดยการจัดการ คือความพร้อม ทางการองค์ประกอบหลัก คือเรื่องของข้อมูล และความสนใจ อย่างถ่องแท้ เพราะเมื่อมีการตั้งสมมติฐาน ขึ้นกับสินค้า ที่เป็นที่ต้องการ และเมื่อหลักฐานเหล่านั้นชัดเจน สิ่งนั้นอาจจะ เพิ่มมูลค่าในกับเราได้ แต่หากมีข้อผิดพลาด ก็จะทำให้การลงทุน ในครั้งนั้นล้มเหลวได้เช่นกัน

การลงทุนรูปแบบนี้ คล้ายกันกับ การลงทุนแบบ เน้นการเห็นคุณค่า ซึ่งมีอยู่ในหนังสือ ที่ชื่อว่า “The Art of Contrary Thinking” ถูกเขียนขึ้นเมื่อปี 1954 ภาพรวมของหนังสือ คือการสื่อถึง การเห็นคุณค่า ของสิ่งของบางสิ่ง ที่หลายคนก็มอบคุณค่า กับสิ่งสิ่งนั้นเช่นเดียวกัน จึงทำให้ของสิ่งนั้น มีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้

รวมดาวเด่น เรื่องการลงทุนแบบสวนทาง

  • จอห์น เมย์นาร์ด: เกิดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2426 เป็นนักลงทุน ที่สร้างบรรทัดฐาน การคิดแบบสวนทาง ในยุคแรกๆ ของการแข่งขัน เรื่องการลงทุน
  • อัลลัน เกรย์: นักลงทุนจากแอฟริกาใต้ ผู้ที่เริ่มเข้าทำงานใน บริษัทจัดการ เรื่องสินทรัพย์ และเริ่มต้นการลงทุน แบบมีอุดมการณ์ที่ว่า สิ่งที่ดีที่สุด มักจะอยู่ในช่วง ตลาดขาลงเสมอ
  • จิม โรเจอร์ส: นักเขียนชื่อดัง และยังเป็นนักลงทุน ที่มีความเชื่อมั่นว่า กลุ่มตลาดเอเชีย มีแนวโน้มที่จะ สร้างกำไรได้ ในช่วงที่นักลงทุนหลายคน ไม่เห็นคุณค่า
  • Keith Gill: นักลงทุน ที่เป็นยูทูบเบอร์ ผู้เชื่อมั่นในหุ้น “GameStop” สิ่งนี้ทำให้เข้า ได้รับผลกำไรบวกกว่า 10,000% โดยใช้เวลาเพียง 2 ปี เขาคนนี้ลงทุนเพียง 53,000 ดอลลาร์ ในช่วงแรกเท่านั้น

เรียนรู้การลงทุน แบบการสวนทาง ในเชิงบวก

เรียนรู้การลงทุน แบบการสวนทาง
  • อย่าลืมมองมูลค่าที่แท้จริง: หากพิจารณา การซื้อขายหุ้นแล้ว ไม่ควรมองข้าม ในเรื่องของมูลค่าภาพรวม ถึงแม้ว่าการลงทุนนั้น จะมีมูลค่าที่ลงต่ำ จนสามารถจับต้องได้ เพราะบางกรณี ของการซื้อขายหุ้น เรามองแต่มูลค่า จนลืมมองความจริง เรื่องของมูลค่าภาพรวม ที่ไม่อาจเติบโตได้อีกต่อไป
  • ช่วงจังหวะตกต่ำ: เมื่อตลาดเข้าสู่ช่วงขาลง ช่วงนั้นจะเป็นช่วง ของการทำกำไร ช่วงปี 1933 มีเหตุการณ์ว่างงาน เพิ่มขึ้นกว่า 25% แต่ยังคงมีกลุ่ม นักลงทุนที่ยังคง ลงทุนในช่วงนั้นอยู่ สิ่งนี้ทำให้พวกเขา ได้รับผลกำไรมหาศาล
  • เชื่อมันเรื่องการคาดการณ์: เป็นการวางแผน การจัดการความเสี่ยง โดยใช้ความสามารถ ของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ เรื่องการคาดการณ์ เข้ามาเป็นตัวเลือก ในการตัดสินใจ เพื่อผู้คนเหล่านั้น มีประสบการณ์สูง อีกทั้งการคาดการณ์ ยังถือได้ว่า มีความแม่นยำสูงอีกด้วย

ที่มา: 5 Investing Concepts (24 กรกฎาคม 2023) [2]

เปรียบเทียบ ข้อดีข้อเสีย การลงทุนแบบสวนทาง

ข้อดี
1. ซื้อช่วงที่ราคาตกต่ำ มีโอกาสในการทำกำไรสูง ตัวอย่าง การตุนแมสเมื่อช่วงปี 2019 ก่อนการระบาด ของโรคโควิด -19 ในตอนนั้นราคาแมส พุ่งสูงถึงกล่องละ 800บาท เมื่อเทียบกับตอนนี้ แมสธรรมดา มีราคาอยู่ที่ 20 บาทขั้นต่ำ (สืบค้นเมื่อ 17 มกราคม 2026) สิ่งนี้ถือเป็น การสร้างผลกำไรรูปแบบหนึ่ง
2. เมื่อเข้าสู่ช่วงที่ กำลังลังเล ช่วงนั้นเองถือเป็น ช่วงเวลาดีที่จะทำกำไร เมื่อเศรษฐกิจฟื้นฟู
3. เป็นการลดความเสี่ยง รูปแบบหนึ่ง สำหรับการลงทุน ในส่วนของสินทรัพย์ ที่มีมูลค่าสูง

ข้อเสีย
1. ช่วงระยะเวลา ของการฟื้นตัวนั้น อาจจะใช้เวลานาน ทั้งนี้เงินลงทุน อาจจะนานกว่าเห็นกำไร
2. ไม่เหมาะสำหรับมือใหม่ เพราะเป็นเรื่องยาก เรื่องการคาดการณ์ความเสี่ยง อาจจะเกิดเป็น เหตุการณ์ในอดีตได้ เช่น ฟองสบู่ทิวลิป (20 มกราคม 2025) [3]
3. สำหรับการลงทุน รูปแบบการสวนทาง อาจจะทำให้ผู้ลงทุน พลาดการกำไร ที่จะเกิดขึ้น ในช่วงระยะสั้นได้

กลุ่มการลงทุน ที่กำลังได้รับความนิยม

เป็นการจัดการซื้อขาย มูลค่าหุ้น หรือกลุ่มสินทรัพย์ ที่ไม่ได้เข้าสู่ ตลาดหลักทรัพย์โดยตรง ถือเป็นการซื้อขาย ผ่านตัวกลาง ซึ่งการซื้อขาย ผ่านตลาดหลักทรัพย์นั้น อาจจะมีเงื่อนไข หรือข้อกำหนดที่ยุ่งยาก การซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์ ในตอนนี้นั้น จึงได้รับความนิยม เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม

หากสนใจอ่านเนื้อหาทั้งหมดนี้คลิก investopedia

เรียนรู้การลงทุน แบบการสวนทาง ในหน้าสรุป

บทส่งท้าย เรียนรู้การลงทุน แบบการสวนทาง เป็นแนวทางการลงทุน ที่จัดได้ว่าเป็นกลุ่ม สำหรับผู้เชี่ยวชาญ เรื่องการลงทุนแล้ว ไม่เหมาะกับกลุ่ม นักลงทุนมือใหม่ เพราะมีความเสี่ยงสูง ในเรื่องของ การคาดการณ์ตลาด แต่การลงทุนแบบนี้ มีข้อดีเรื่องของ การสร้างกำไร ที่มีมูลค่าสูงกว่าเดิม

เรียนรู้อะไร จากเรื่องนี้ได้บ้าง?

สำหรับกลุ่มผู้ที่สนใจ จะลงทุนแบบสวนทาง ต้องมีการศึกษาข้อมูล ในส่วนของการตัดสินใจ และตัวเลือก การลงทุนที่สนใจ ให้มากกว่าเดิม เพราะโอกาสการทำกำไร มีได้ไม่มากนัก อีกทั้งยังอาจจะ มีความสนใจเฉพาะกลุ่มเท่านั้น การเรียนรู้ และการศึกษาการลงทุน แบบสวนทางนั้น ต้องใช้ระยะเวลานาน

สิ่งไหนมีโอกาสเกิดขึ้นสูง สำหรับการลงทุนนี้?

คำตอบคือ มีโอกาสพลาด การทำกำไรระยะสั้น ได้ง่ายมากๆ เพราะการลงทุนแบบสวนทางนั้น ต้องใช้ระยะเวลา ในการเห็นผล อีกทั้งยังมีความไม่แน่นอนอยู่ ในส่วนของการฟื้นฟู สิ่งนี้ทำให้นักลงทุนหลายคน อาจจะพลาดโอกาส การทำกำไร จากการลงทุนอื่นๆ ที่ใช้ระยะเวลาสั้นกว่า

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง