ใช้ความกลัว เพื่อคว้าโอกาส คืออะไร สิ่งนี้สำคัญมากแค่ไหน

ใช้ความกลัว เพื่อคว้าโอกาส คืออะไร

ใช้ความกลัว เพื่อคว้าโอกาส คืออะไร สิ่งนี้สำคัญมากแค่ไหน คำตอบคือ การเปลี่ยนแปลง ทัศนคติเชิงลบ เพื่อสร้างโอกาส ในการทำกำไร จากการลงทุน หรือการสร้างแรงผลักดัน ที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อก้าวเข้าสู่การเป็น นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ เป็นภาพอนาคต ที่นักลงทุนหลายคน ต้องการมัน

  • คำนิยามของความกลัวและสาเหตุที่ทำให้กลัว
  • ประเภทของบุคคลและกลยุทธ์การเอาชนะความกลัว
  • ความทรงจำที่เจ็บปวดและการใช้เครื่องมือ

ความกลัว นิยามออกมาว่าอย่างไร?

สำหรับความกลัว ที่หลายคนนั้น เคยชินกับคำคำนี้อยู่แล้วนั้น เป็นลักษณะพื้นฐาน ของสัญชาตญาณ ของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด และมักเกิดอารมณ์นี้ ในช่วงของการรับรู้ สำหรับเรื่องอันตราย ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยความกลัวนั้น มักเกิดจากการ จิตใจ หรือการสั่งการของสมอง เพื่อเพิ่มกลไก การเอาตัวรอด ของสิ่งมีชีวิต

ผู้ที่เริ่มคิดค้น การจัดเรียงหมวดหมู่ สำหรับสิ่งเร้า ที่ทรงอิทธิพล ต่อการใช้ชีวิตคือ “Jeffrey Alan Gray” ชายนักจิตวิทยา ที่เกิดเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 1934 และเขาผู้นี้ เป็นคนนำเสนอ การจัดเรียงความกลัว รูปแบบต่างๆ ขึ้น โดยเป็นกลไกพิเศษ ที่เกิดขึ้นได้ ในสถานการณ์ ที่แตกต่างกันไป

โดยความกลัวนั้น มีทั้งความกลัว ที่จะสูญเสียบางสิ่ง ความกลัว ที่เกิดจากเงื่อนไขบางอย่าง สิ่งเหล่านี้ มีลักษณะที่แตกต่างกัน และการแสดงออก ก็แตกต่างกันด้วย อีกทั้งปัจจัย ที่ทำให้เกิดความกลัว ก็แตกต่างกันไป แต่ความกลัวส่วนใหญ่ มักจะทำให้สิ่งมีชีวิต หลีกเลี่ยงสิ่งนั้นเสมอ

เหตุผลบ่งบอก ความกลัวสำหรับการลงทุน

จากการศึกษา และการรวบรวมข้อมูล ในช่วงปี 2024 พบว่าการลงทุน สำหรับนักลงทุนหลายคน มีความกลัว เข้ามาร่วมด้วย สิ่งนี้เหมือนกับ การมีอคติเรื่องการลงทุน ที่ต้องเรียนรู้เรื่องการ วางอคติ ก่อนการลงทุน เป็นการเรียนรู้ เพื่อผลประโยชน์ ต่อตัวเอง และมีสาเหตุหลักๆ ดังนี้

  • กลัวเสียเงิน: เป็นความกลัว ที่เรียกได้ว่า เป็นการกลัวความผิดหวัง สำหรับการลงทุน ทุกประเภท ความกลัวเหล่านี้ ถือได้ว่าเป็น สาเหตุแรกๆ ที่ทำให้นักลงทุน มั่นใจลงทุน ในหุ้นที่มีโอกาสสูง มากกว่าจะลองสิ่งใหม่
  • กลัวการล่าช้า: เป็นเงื่อนไขความกลัว ที่ถูกตั้งขึ้น ภายใต้จิตใจ และจิตสำนึกของตัวเอง โดยเป็นการมุ่งมั่น ที่จะเอาชนะผู้อื่น อีกทั้งยังเป็นความกลัว ที่จะถูกดูถูก จากบุคคลอื่นๆ ที่อยู่รอบตัวอีก
  • ความผันผวน: แน่นอนว่า ในการลงทุนทุกประเภท ต้องมีความผันผวน ของราคาตลาด เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ช่วงปี 2020 อัตราความผันผวน ของตัวเลขในตลาด มีความผันผวนสูง (13 มีนาคม 2024) [1]
  • ไม่มีความรู้: เป็นความกลัว ที่เกิดขึ้นได้ สำหรับผู้ที่ ไม่มีการเรียนรู้ และการศึกษา ในส่วนของ พฤติกรรมส่วนบุคคล ที่อาจจะส่งผล ไปถึงการลงทุนได้ ในอนาคต

บุคคลประเภทไหน ที่เริ่มมีความกลัวการลงทุน

  • บุคคลที่ไม่กล้าเสี่ยง: เป็นกลุ่มคนที่ ได้รับความเจ็บปวด จากการขาดทุน มากกว่าการได้รับ ผลกำไรตอบแทน
  • ผู้เจอแต่ความล้มเหลว: เป็นกลุ่มคน ที่เคยมีประสบการณ์ ที่เลวร้ายจากการลงทุน บุคคลประเภทนี้ จะมีความกลัว ในการลงทุนอีกครั้ง สูงกว่าคนทั่วไป
  • บุคคลที่มีความกังวลสูง: เป็นกลุ่มคนประเภทที่ เมื่อเลือกลงทุนไปแล้ว มักจะติดตามพอร์ต อยู่ตลอดเวลา ผู้คนเหล่านี้ มักจะกังวล เรื่องการขาดทุน มากกว่าการให้สำคัญ ในเรื่องของเวลา
  • FOMO: เป็นกลุ่มคนที่ เน้นการลงทุน ตามกระแสนิยม แบบไม่มีการ ศึกษาข้อมูลก่อน และไม่มีเป้าหมาย ที่แน่ชัด สำหรับการลงทุน

กลยุทธ์ที่ใช้ ความกลัว เพื่อสร้างผลกำไร

ใช้ความกลัว เพื่อคว้าโอกาส คืออะไร

1. การลงทุนที่ดี ควรเริ่มจากจำนวนน้อย เพราะสิ่งเหล่านี้ ทำให้การได้รับ ผลกระทบในช่วงแรก จิตใจจะรับได้ และเริ่มมีการ ทำความเข้าใจมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถ นำมาต่อยอด เพื่อวางแผนการลงทุน ครั้งถัดไปได้
2. การศึกษาข้อมูล เพื่อหาช่องทาง การสร้างกำไรที่หลากหลาย เป็นการเพิ่มความมั่นใจ อีกทั้งยังสามารถ สร้างแนวทาง การลงทุนที่หลากหลายได้ เป็นเหมือนการสร้างตัวเลือก เพื่อลดผลกระทบ ในอนาคตได้
3. ใส่ใจรายละเอียด และเริ่มทำความเข้าใจ ในส่วนของ การลงทุนแบบ การพึ่งพาเวลา สิ่งเหล่านี้ทำให้ นักลงทุนเกิดความเข้าใจ และยอมรับในความเสี่ยง ที่อาจจะเกิดขึ้นได้
4. เรียนรู้ที่จะเชื่อมั่น ในเรื่องของการลงทุนนั้นๆ และลดการโยกย้ายเงิน เมื่อเกิดความกังวล ในสถานการณ์ต่างๆ สำหรับการลงทุน เพราะสิ่งนี้อาจจะทำให้ นักลงทุนพลาดโอกาสได้
5. เชื่อมั่นในการ วางแผนการลงทุน ถึงแม้จะอยู่ในช่วงที่ ตลาดมีความผันผวนก็ตาม (2026) [2] เช่น วันนี้หุ้นเทสล่า มีค่าเฉลี่ยความผันผวนถึง 46% และมีมูลค่าการซื้อขาย 39.12 ถึง 39.82 ดอลลาร์ (สืบค้นเมื่อ 26 มกราคม 2026)

ภาพจำความกลัว จากประวัติศาสตร์ ของนักลงทุน

ตลาดหุ้น แห่งวอลล์สตรีท เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อปี 1929 ถือเป็นเหตุการณ์ ทางประวัติศาสตร์ ที่เลวร้ายที่สุด สำหรับนักลงทุนในตอนนั้น เพราะเป็นช่วงที่ เศรษฐกิจ กำลังเฟื่องฟู และมูลค่าตลาดหุ้น ในตอนนี้พุ่งสูงขึ้นถึง 381.17 เมื่อวันที่ 3 กันยายน 1929 แต่เมื่อเข้าสู่ วันที่ 24 สถานการณ์ทั้งหมด กลับเปลี่ยนแปลงไป

เพราะมีเหตุการณ์ ฟองสบู่แตกเกิดขึ้น สิ่งนี้ทำให้นักลงทุนหลายคน เริ่มเทขายหุ้น ที่ถือครองอยู่ อย่างกะทันหัน สิ่งนี้ส่งผลให้ มูลค่าหุ้นมีอัตราส่วน ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และเวลาเพียง 5 วัน เมื่อถึงวันที่ 29 มูลค่าหุ้น ก็กลับสู่จุดต่ำสุด และนักลงทุนหลายคน สูญเสียทุกสิ่งไป ในช่วงเวลานั้น

ที่มา: Learning from the Past (21 มิถุนายน 2024) [3]

บทบาทสำคัญ ของค่าดัชนี ชี้วัดความกลัว

สำหรับเครื่องมือสำคัญ ที่ใช้วัดค่าดัชนีหุ้น และสามารถบอก ปริมาณความกลัว ความผันผวน ของตัวเลขในตลาดนั้น เป็นเครื่องมือที่สำคัญ โดยสามารถบอกได้ว่า หุ้น S&P 500 ในช่วง 125 วันนี้ มีค่าดัชนีการเติบโต อย่างต่อเนื่อง และมีโมเมนตัมเป็นผลบวก และหากค่าลดลง นักลงทุนจะเริ่ม วิตกกังวลแล้ว

หากต้องการอ่านรายละเอียดของเนื้อหานี้คลิก edition

บทส่งท้าย ใช้ความกลัว เพื่อคว้าโอกาส คืออะไร

บทสรุป ใช้ความกลัว เพื่อคว้าโอกาสคืออะไร เป็นวิธีการจัดการ กับความกลัว เพื่อการหาแนวทาง การลงทุนรูปแบบต่างๆ โดยการจัดการกับ ความกลัวที่มีอยู่นั้น ถือเป็นเรื่องที่ สามารถทำได้ และหากทำได้แล้ว นักลงทุนจะได้พบกับ โอกาสในการทำกำไร แบบหลากหลายรูปแบบ

เนื้อหาเหล่านี้ ต้องการจะสื่ออะไร?

คำตอบคือ การสื่อสารให้รู้ว่า ความกลัวเรื่องการลงทุน เป็นเรื่องที่ปกติ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ เพราะเป็นกลไก การเอาตัวรอด ของร่างกาย และเป็นวิธีรักษา ผลประโยชน์ของตัวเองไว้ แต่เมื่อใช้วิธี การจัดการความกลัว จะทำให้นักลงทุน มีมุมมองที่กว้างขึ้น และกล้าที่จะลงทุน ในความเสี่ยง ที่แตกต่างกันไป

เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ สำคัญยังไง?

สำหรับเหตุการณ์ ที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน เป็นภาพสะท้อนชั้นดี สำหรับความกลัว ที่นักลงทุนหลายคน ตอนนี้กำลังเผชิญอยู่ เพราะความไม่แน่นอน ของการลงทุน สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็น สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้นักลงทุน ไม่มีความกล้าพอ ที่จะเอาชนะความกลัวเหล่านั้น

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง