ใช้อารมณ์ ในการลงทุน ไม่ดียังไง ความจริงที่นักลงทุนชอบพลาด

ใช้อารมณ์ ในการลงทุน ไม่ดียังไง

ใช้อารมณ์ ในการลงทุน ไม่ดียังไง ความจริงที่นักลงทุนชอบพลาด คำตอบคือ เป็นการกระทำ ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง และมีโอกาสผิดพลาดสูง สำหรับการลงทุนทุกรูปแบบ เพราะการลงทุนแบบใช้อารมณ์ ส่วนใหญ่จะไม่มีการวางแผน และไม่มีการจัดการ อย่างรอบคอบพอ ก่อนการดำเนินการ

  • ความหมายเรื่องการใช้อารมณ์ในการลงทุน
  • ความกลัวและความโลภน่ากลัวมากแค่ไหนในการลงทุน
  • ข้อเท็จจริงและสาเหตุที่ทำให้เกิดการใช้อารมณ์

การใช้อารมณ์ ในการลงทุน คืออะไร?

Emotional Investing คือ ช่วงเวลาของการ ตัดสินใจซื้อขาย สินทรัพย์แบบเน้นการใช้ ความรู้สึกเป็นหลัก หรือมีการใช้ความรู้สึก เป็นตัวชักนำ แทนการใช้เหตุผล หรือการใช้กลยุทธ์ ที่เหมาะสมมากกว่า ซึ่งการกระทำดังกล่าว อาจจะมีปัจจัยหลัก ที่ทำให้เกิดขึ้นได้ ดังนี้

  • อารมณ์ชนะหลักการ: ความรู้สึกกลัว ความรู้สึกกังวล และความรู้สึกโลภ เป็นแรงกระตุ้นสูงสุด ที่ทำให้สมอง เมินเฉยต่อความเสี่ยง และข้อเท็จจริงที่จะเกิดขึ้น (24 สิงหาคม 2025) [1]
  • มีอคติทางความคิด: เป็นการมีความคิด ในเรื่องการสร้างผลกำไร แบบไม่พึ่งพาการหาข้อมูล แต่เน้นใช้การคาดเดา หรือการมองแบบทางลัด เพื่อเร่งการตัดสินใจ สิ่งนี้ส่งผลกระทบให้ การตัดสินใจผิดพลาดได้ง่าย
  • สถานการณ์ในตลาด: เป็นวิกฤตที่เกิดขึ้น ในตลาดหลักทรัพย์เช่น วิกฤตฟองสบู่ดอทคอม ในปี ค.ศ. 2000 ,วิกฤตต้มยำกุ้งในปี ค.ศ. 1997 และเหตุการณ์โควิด -19 ที่เกิดขึ้นในปี 2019 เหตุการณ์เหล่านี้ ส่งผลกระทบรุนแรง ในตลาดหลักทรัพย์ อีกทั้งยังทำให้นักลงทุนหลายคน สูญเสียทุกอย่างด้วย

กลัวการลงทุน สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

Fear of Investing คือ ลักษณะอารมณ์ ที่ได้รับผลกระทบ โดยเกิดขึ้นได้ จากหลายเหตุปัจจัย สิ่งนี้ส่งผลกระทบรุนแรง ต่อความกลัว และทำให้พลาดโอกาส ในการทำกำไรได้ง่าย โดยปัจจัยหลักๆ มีดังนี้

  • ไม่ชอบการสูญเสีย: เป็นสิ่งนี้นักลงทุนมากกว่าครึ่ง กำลังเผชิญอยู่ คือความกลัวที่จะขาดทุน มากกว่าการที่จะได้กำไร เพราะความเจ็บปวด จากการสูญเสีย มักจะรุนแรงกว่า ความสุขที่ได้รับมาเสมอ (2025) [2]
  • เน้นลงทุน ตามกระแส: เป็นความคิดการลงทุน ที่เน้นลงทุนตามบุคคลอื่นๆ สิ่งนี้เป็นพฤติกรรมเลียนแบบ เพื่อป้องกันความผิดพลาด โดยกลุ่มคนเหล่านี้ มักจะมีความกลัว เรื่องการไม่เป็นที่ยอมรับ
  • มั่นใจในตัวเองสูง: นักลงทุน ที่มั่นใจในแนวคิด และวิธีคิดของตัวเอง ในตลาดการลงทุน มีอยู่จำนวนมาก โดยคนกลุ่มนี้ มักมีความกลัว และไม่ชอบเปิดใจ รับฟังคำแนะนำ ของบุคคลอื่นอยู่ เพราะกลัวโดนหลอก

ความโลภ เป็นภัยมากแค่ไหน สำหรับนักลงทุน?

ความโลภในการลงทุน ถือเป็นหลักการใช้อารมณ์ ที่น่ากลัวมากที่สุด และเป็นลักษณะข้อห้าม ของการลงทุน เพราะความโลภนั้น ทำให้การลงทุน มีความเสี่ยงที่สูง และมีโอกาสผิดพลาด ได้มากที่สุด จากสถิตินักลงทุนทั่วโลก มีอยู่มากกว่า 40-50% ที่ยังคงมีความโลภอยู่ และผลกระทบที่ได้ มีดังนี้

  • ตัดสินใจพลาด: ความโลภเป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้นักลงทุน เลือกมองข้ามกับความเสี่ยง และมองข้ามวิธีการจัดการ แบบเป็นแบบแผน โดยสิ่งที่เกิดขึ้นคือ การลงทุนที่ผิดพลาดอย่างรุนแรง
  • กำไรที่ควรจะได้หาย: ความโลภที่เชื่อว่า หุ้นกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น และจะต้องขึ้นอีกแน่ๆ สิ่งนี้ทำให้นักลงทุน พลาดจังหวะการทำกำไร และมีความเสี่ยงสูง ที่จะขาดทุนได้ในท้ายที่สุด
  • ความเสี่ยงเรื่องเงินทุน: อย่างที่ว่ากันว่า อยากได้กำไรมาก ต้องลงทุนมาก โดยความโลภนั้น สามารถทำให้นักลงทุน ยอมทุ่มเงินจำนวนมาก เพียงเพราะหวังรวย จากกำไรที่จะเกิดขึ้น
  • ไม่ยอมขายหุ้นติดดอย: เป็นความโลภรูปแบบหนึ่ง โดยเชื่อว่าหุ้นจะฟื้นตัวได้ และสามารถทำกำไร จากหุ้นตัวนี้ได้อยู่ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว หุ้นตัวนี้มีโอกาสฟื้นตัวน้อยมาก

จุดผิดพลาดเรื่อง การใช้อารมณ์ในการลงทุน

ใช้อารมณ์ ในการลงทุน ไม่ดียังไง

1. ภาวะทางอารมณ์ ที่เกิดขึ้นได้ทั้งความกลัว และความโลภนั้น เป็นแนวคิดที่ผิดที่สุด สำหรับการลงทุน เพราะการลงทุนที่ดี ต้องมีการวางแผน และการจัดการ รูปแบบการลงทุนอย่างเป็นระบบ
2. การลงทุนที่เน้นใช้อารมณ์ สิ่งนี้มีบทบาทสำคัญ ที่ทำให้การลงทุน มีโอกาสผิดพลาดสูง โดยสิ่งที่รุนแรงที่สุด คือการไม่ยอมรับเงื่อนไข หรือความเป็นจริงที่กำลังเกิดขึ้น (2026) [3]
3. หุ้น S&P 500 ในวันนี้มีราคา 6,591.90 USD (สืบค้นเมื่อ 26 มีนาคม 2026) เป็นหุ้นที่ในอดีต เคยอยู่ในช่วงขาลง แต่กลับฟื้นตัว ในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ นักลงทุนส่วนใหญ่เลือกขายเททิ้ง เพราะกลัวขาดทุน และพฤติกรรมการขายเทนั้น เป็นการกระทำ ที่ใช้ความรู้สึก เข้าร่วมมากที่สุด
4. การเรียนรู้เรื่อง การควบคุมอารมณ์ เป็นเหมือนการวิเคราะห์ กลุ่มข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้การลงทุน ประสบความสำเร็จได้ และมีโอกาสผิดพลาดน้อยมาก
5. อารมณ์ที่เชื่อว่า สามารถทำมันได้ และทำมันได้ดี แบบไม่มีการหาข้อมูล เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง ความคิดเหล่านี้ ถือเป็นการใช้อารมณ์ ในการตัดสินใจลงทุน และเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยง เป็นอันดับต้นๆ

วิกฤตในตลาดหลักทรัพย์ เป็นสาเหตุหลักใช่หรือไม่?

สถานการณ์ ที่เปลี่ยนแปลงตลอด ในตลาดหลักทรัพย์ จัดเป็นปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้นักลงทุน เริ่มต้นการใช้อารมณ์ ในการลงทุน โดยมีปัจจัยร่วม คือความผันผวน และพฤติกรรมทางอารมณ์ ของนักลงทุนเป็นทุนเดิมด้วย โดยเมื่อตลาด เข้าสู่ภาวะวิกฤต นักลงทุนส่วนใหญ่ จะเริ่มมีความกลัว สิ่งนี้เป็นสัญชาตญาณ

การเอาตัวรอด ที่ติดตัวมาอยู่แล้ว อีกทั้งเมื่อตลาดหลักทรัพย์ เกิดเหตุการณ์วิกฤต เกี่ยวกับการเทขาย สินทรัพย์ที่ส่งผลกระทบให้ มูลค่าหุ้นร่วงลงอย่างรวดเร็ว นักลงทุนก็จะเริ่ม ตื่นตระหนกในช่วงเวลานั้น และสิ่งนี้จะทำให้นักลงทุน เลือกใช้อารมณ์ตัดสินใจ มากกว่าการใช้เหตุผล

วิธีการจัดการ การใช้อารมณ์ มีกี่รูปแบบ?

วิธีการจัดการ การใช้อารมณ์ในการลงทุน มีอยู่หลายวิธี และแต่ละวิธี ก็มีการจัดการที่แตกต่างกันไป โดยสิ่งแรกที่ต้องทำ คือการเชื่อในเหตุผล และเชื่อในหลักความคิด ที่เป็นระบบ เพราะสิ่งนี้จะทำให้ การหาข้อมูลยืนยัน กลายเป็นพฤติกรรมแรกๆ ที่นักลงทุนเลือกใช้ และลดการใช้อารมณ์ ในการลงทุนได้ด้วย

หากสนใจอ่านรายละเอียดทั้งหมดคลิก setinvestnow

ข้อสรุป ใช้อารมณ์ ในการลงทุน ไม่ดียังไง

บทส่งท้าย ใช้อารมณ์ในการลงทุน ไม่ดียังไง คำตอบคือ เป็นความเสี่ยงขั้นรุนแรง ที่จะทำให้การลงทุนผิดพลาดได้ อีกทั้งการใช้อารมณ์ ยังสามารถทำให้นักลงทุน ไม่สามารถก้าวข้าม ขีดจำกัดของตัวเองได้ ซึ่งการกระทำเหล่านี้ ส่วนหนึ่งมีสาเหตุ มาจากสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นใน ตลาดหลักทรัพย์นั้นเอง

นักลงทุนมือใหม่ เริ่มจัดการอารมณ์ อย่างไรดี?

คำตอบคือ เริ่มจากการเชื่อในข้อมูล และเชื่อในส่วนของ แผนการลงทุน สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ นักลงทุนก้าวข้าม วิกฤตในตลาดหลักทรัพย์ได้ อีกทั้งยังเพิ่มโอกาส ที่จะทำกำไร ในสถานการณ์เหล่านั้นได้ด้วย ทั้งนี้การเรียนรู้ เรื่องการควบคุมอารมณ์ ก็ยังคงเป็นเรื่องแรกๆ ที่นักลงทุนต้องเรียนรู้ แบบสม่ำเสมออยู่

หากยังใช้อารมณ์อยู่ มีโอกาสกำไรหรือไม่?

คำตอบคือ มีโอกาส แต่มีโอกาสน้อย เพราะการใช้อารมณ์ ในการลงทุนนั้น ส่วนใหญ่แล้วนักลงทุน มักจะเชื่อว่ากำไร สามารถเพิ่มขึ้นได้อีก จึงไม่ยอมทำการซื้อขาย เมื่อช่วงโอกาสทองผ่านไป นักลงทุนมักจะได้รับ กำไรเพียงน้อยนิด หรืออาจจะขาดทุนเลยก็ว่าได้

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง