ใช้เทคโนโลยี เป็นสมอง ดีแบบไหน ในการลงทุนยุคใหม่

ใช้เทคโนโลยี เป็นสมอง ดีแบบไหน

ใช้เทคโนโลยี เป็นสมอง ดีแบบไหน ในการลงทุนยุคใหม่ เรียกได้ว่า เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 ที่เป็นปีแห่งการ พัฒนาทางเทคโนโลยี และเครื่องมือสำหรับ กลุ่มนักลงทุน ในตอนนี้นั้น ทั่วโลกเริ่มมีการ พัฒนาเทคโนโลยี และแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อการลงทุนขึ้นมาแล้ว แต่สิ่งเหล่านี้ สำคัญและมีความหมายอย่างไร

  • การพัฒนาเทคโนโลยีและบทบาทของเทคโนโลยี
  • คำจำกัดความและข้อดีของการใช้เทคโนโลยี
  • สิ่งที่ต้องรู้และโอกาสในการลงทุนใหม่

การพัฒนาเทคโนโลยี สำหรับการเงินยุคแรก

ระดับการพัฒนา เทคโนโลยีทางการเงินนั้น เริ่มมีขึ้นมาตั้งแต่ ยุคสมัยแรกๆ ที่มีระบบอินเทอร์เน็ตแล้ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้เข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการเงิน หรือเรียกได้ว่า เป็นการปรับโฉม วงการการเงินใหม่ คำว่าเทคโนโลยีการเงิน เริ่มมีการใช้งานครั้งแรก เมื่อช่วงศตวรรษที่ 20 โดยที่เป็นการต่อยอด มาจากทศวรรษที่ 1990

จุดเริ่มต้น ของคำว่าเทคโนโลยีการเงิน ได้เริ่มขึ้นเมื่อปี 1967 พบได้ในบทความ ที่มีชื่อว่า “The Boston Globe” เนื้อหาของบทความ จะเกี่ยวกับ การพัฒนาบริษัทที่ทำเกี่ยวกับ สตาร์ทอัพ ที่ต้องการเงินทุน เพื่อการพัฒนา และรวมไปถึง การพัฒนาเทคโนโลยีการเงินด้วย (23 มกราคม 2026) [1]

ในช่วงเวลาต่อมา การพัฒนาเทคโนโลยีการเงิน เริ่มเป็นรูปธรรม เพิ่มมากยิ่งขึ้น และกลุ่มที่มีบทบาท ในการพัฒนาครั้งนี้ คือกลุ่มสตาร์ทอัพ ที่มีแนวคิดใหม่ ทั้งเรื่องการจัดการ และการพัฒนา โดยเป็นการรวบรวม หลายองค์ประกอบ เข้าด้วยกัน เพื่อให้การลงทุน มีประสิทธิภาพ เพิ่มมากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยี มีบทบาทกับมนุษย์ มากที่สุดยุคไหน?

สำหรับเทคโนโลยี กับการใช้ชีวิต ร่วมกันกับมนุษย์นั้น เริ่มมีความสำคัญ และเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ในช่วง ศตวรรษที่ 18–19 ที่เรียกได้ว่าเป็น ยุคปฏิวัติวงการ อุตสาหกรรม เพราะการมาถึง ของเทคโนโลยี ทำให้การทำงาน และการสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เริ่มมีประสิทธิภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมีในเรื่องของ การพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ของผู้คนในยุคนั้นด้วย ระบบคมนาคม ก็เริ่มมีการเข้าถึง เทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น ซึ่งในช่วงแรก ผู้คนยังไม่ค่อยยอมรับ การมาถึง ของเทคโนโลยีเท่าไหร่นัก แต่ในช่วงเวลาต่อมา ผู้คนเริ่มยอมรับ และเริ่มให้ความสำคัญ กับเทคโนโลยี

คำจำกัดความของ เทคโนโลยีการเงินคืออะไร?

สำหรับเทคโนโลยีการเงิน มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “ฟินเทค” เป็นการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ เข้ามาพัฒนา และจัดการปัญหาการเงินต่างๆ ทั้งนี้ความสามารถ ของเทคโนโลยีนั้น ยังสามารถ จัดวางโครงสร้าง การเงิน การบริการ และการจัดการ ดอกเบี้ย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งที่ทำให้นักลงทุน

ชื่นชอบการใช้ เทคโนโลยีสำหรับการลงทุน เพราะมีการใช้งานที่ง่าย สะดวก อีกทั้งยังมี ระบบรักษาความปลอดภัย สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ เป็นความสามารถ ที่เทคโนโลยีทำได้ และกลุ่มนักลงทุนทั้งหลาย ให้ความสำคัญ เป็นอย่างมาก และในตอนนี้นั้น ยังมีแอปพลิเคชัน สำหรับการลงทุน เพิ่มเข้ามาอีกด้วย

ข้อดีของการใช้ เทคโนโลยีสำหรับการลงทุน

ใช้เทคโนโลยี เป็นสมอง ดีแบบไหน

1. จัดการกับความเสี่ยง ได้เป็นอย่างดี เช่น วันนี้หุ้นทอง มีราคาอยู่ที่ 74,400-74,500 บาทต่อ (สืบค้นเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2026) ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมาก สำหรับการลงทุน แต่เทคโนโลยี สามารถจัดการความเสี่ยงได้
2. ช่วยตรวจสอบเครดิต และความน่าเชื่อถือ สำหรับการลงทุนได้ เป็นการวิเคราะห์ พฤติกรรมการลงทุน และตรวจสอบเครดิต เทคโนโลยีนี้ เหมาะกับกลุ่มผู้ปล่อยกู้ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา การปล่อยกู้ได้
3. ช่วยวางแผน การเงินและการออมได้ ซึ่งอัลกอริทึม ของเทคโนโลยีนั้น สามารถดึง ข้อมูลการเงิน ในช่วงอดีต มาวิเคราะห์ และปรับปรุงแบบแผน สำหรับการออมเงินได้ (2 สิงหาคม 2023) [2]
4. จัดการแผนการลงทุน เป็นการวางแผน สำหรับการลงทุน ที่ต้องการทำให้ บรรลุตามเป้าหมายได้ โดยเทคโนโลยีเหล่านี้ จะจำลองการลงทุน และมีการบอกถึง โอกาส ความเสี่ยง และผลลัพธ์การลงทุนได้
5. เป็นที่ปรึกษา เรื่องการลงทุนได้เป็นอย่างดี เพราะอัลกอริทึม ของระบบ Ai จะมีการอัปเดตข้อมูลตลอด 24 ชม. จุดนี้ทำให้ นักลงทุนทั้งหลาย สามารถสอบถาม เรื่องต่างๆ สำหรับการลงทุนได้

สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม สำหรับการใช้เทคโนโลยี

ข่าวการจับมือกัน ของกลุ่มบริษัทใหญ่ 5 บริษัท โดยเข้าร่วมจัดตั้งโครงการ “Partnership on AI” จุดมุ่งหมายที่ก่อตั้ง องค์กรนี้ขึ้นนั้น เพื่อที่จะมุ่งเน้น การพัฒนาศักยภาพ ของเทคโนโลยี (2026) [3] ผู้คนจำนวนมาก เห็นชอบกับแนวคิดเหล่านี้ แต่อาจจะลืมไปว่า มีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้ ดังนี้

1. เมื่อมีเทคโนโลยี เข้ามาทดแทนแล้วนั้น อัตราการจ้างงาน อาจจะมีตัวเลขที่ลดลง และทำให้มีผู้คน ว่างงานเพิ่มมากขึ้น จากตอนนี้ที่มีจำนวนกว่า 186 ล้านคนทั่วโลก (สืบค้นเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2026)
2. ต้องยอมรับก่อนว่า เทคโนโลยีไม่สามารถ แสดงความรู้สึก หรือไม่สามารถ จัดการปัญหา ที่มีความรู้สึก เข้ามาเกี่ยวข้องได้ หากมีการใช้งานหุ่นยนต์ แน่นอนว่าอาจจะ เกิดผลลัพธ์ที่แย่ลง เมื่อต้องทำงานกับมนุษย์
3. การทำงานที่เป็นระบบ ของเทคโนโลยีนั้น อาจจะไม่สามารถ แก้ไขเรื่องบางอย่าง ที่มาจากมนุษย์ได้ เพราะการทำงาน ของเทคโนโลยี ล้วนแล้วแต่ทำงานผ่าน ชุดข้อมูลกลาง ไม่ได้ทำงานจากอคติ

โอกาสใหม่ สำหรับการลงทุน โดยใช้เทคโนโลยี

คนบนโลกตอนนี้ มีอยู่ราวๆ 7,800 ล้านคน และมีผู้คนที่ใช้งาน โซเชียลแล้วกว่า 3,250 ล้านคน สิ่งนี้ถือเป็น ภาพสะท้อนความสำคัญ ของเทคโนโลยี และสิ่งนี้ยังเชื่อมโยง ไปถึงโอกาสใหม่ สำหรับการลงทุน ในกลุ่มการลงทุน แบบทางเลือกอีกด้วย เพราะการพัฒนา ที่ไม่หยุดยั้งนี้ เพิ่มช่องทาง ในการทำเงินได้เป็นอย่างมาก

หากสนใจอ่านเนื้อหาทั้งหมดคลิก krungsriasset

บทสรุป ใช้เทคโนโลยี เป็นสมอง ดีแบบไหน

ส่วนสุดท้าย ใช้เทคโนโลยีเป็นสมอง ดีแบบไหน ดีชนิดที่ว่า ทำให้การลงทุน กลายเป็นเรื่องง่าย เหมือนปอกกล้วยเข้าปาก เพราะความสามารถ ของเทคโนโลยีในตอนนี้ ทำได้ทั้งการวิเคราะห์ การจัดการ การวางแผน และการจำลองผลลัพธ์ เป็นผู้ช่วยมือหนึ่ง สำหรับนักลงทุน ในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี

ทำไมเทคโนโลยี ไม่มีความรู้สึก?

คำตอบคือ เพราะเทคโนโลยี ไม่ได้มีโครงสร้าง ทางชีววิทยา ที่เกี่ยวข้องกับ ระบบสั่งการ ทั้งเรื่องความรู้สึก อารมณ์ เทคโนโลยีไม่สามารถมีได้ เพราะเทคโนโลยี ทำงานผ่านการวางระบบ ที่เป็นชุดข้อมูล ความสามารถ ที่เทคโนโลยีทำได้ คือการวิเคราะห์ และหาทางออก อย่างเป็นกลางเท่านั้น

ทำไมนักลงทุน ไม่พึ่งพาตัวเอง?

คำตอบคือ นักลงทุนหลายคน ยังคงพึ่งพาตนเองอยู่ แต่การใช้เครื่องมือ เป็นเหมือนการวิเคราะห์ โอกาสที่จะเกิดขึ้น อีกทั้งเครื่องมือ ที่ได้มีการพัฒนาขึ้น ยังมีความสามารถอื่นๆ สิ่งเหล่านี้จึงทำให้ ช่วยประหยัดเวลา สำหรับการลงทุนไปได้ และนักลงทุนที่มีเวลาเป็นทอง จึงเลือกที่จะใช้มัน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง