ตอบคำถาม COD โมบาย สนุกไหม เกมยิงปืนในมือถือ

COD โมบาย สนุกไหม

COD โมบาย สนุกไหม เป็นคำถามที่สายเกมยิงปืน ต่างต้องการคำตอบกันอย่างมาก ด้วยความน่าสนใจของเกม ที่มีทั้งเวอร์ชั่นของคอมพิวเตอร์ และในเวอร์ชั่นมือถือ ซึ่งก็ทำให้หลายคนเกิดความสงสัย ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดในบทความนี้ จะเป็นคำตอบคลายความสงสัยนี้ได้

  • ข้อมูลทั่วไปของเกม Call of Duty เวอร์ชั่นมือถือ
  • โหมดการเล่นที่น่าสนใจในเกม
  • ความแตกต่างของเวอร์ชั่นคอมพิวเตอร์ และมือถือ

ข้อมูลทั่วไป และรายละเอียดเกม COD โมบาย

COD: Mobile เป็นเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง บนมือถือ เปิดตัวในปี 2019 โดย TiMi Studio Group และจัดจำหน่ายโดย Activision สำหรับระบบ Android และ iOS ตัวเกมเปิดให้เล่นฟรี และประสบความสำเร็จอย่างมาก ด้วยยอดดาวน์โหลดทะลุ 270 ล้านครั้งภายในปีเดียว ทำรายได้กว่า 480 ล้านดอลลาร์

รายละเอียดเกม

  • ผู้พัฒนา: สร้างโดย TiMi Studio Group
  • ผู้จัดจำหน่าย: ในแต่ละภูมิภาคมีหลายเจ้า เช่น Activision และ Garena
  • ผู้เขียนบท: Brian Bloom
  • อยู่ในซีรีส์: เป็นส่วนหนึ่งของแฟรนไชส์ COD
  • เอนจินที่ใช้: พัฒนาเกมด้วย Unity
  • รองรับแพลตฟอร์ม: Android, iOS 12+, iPadOS, HarmonyOS และ Windows
  • วันเปิดตัว: เปิดให้เล่นครั้งแรกเมื่อ 1 ตุลาคม 2019
  • แนวเกม: เกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (FPS)
  • โหมดการเล่น: เล่นแบบมัลติเพลเยอร์ (ผู้เล่นหลายคน)
  • รายละเอียดเกมเพลย์: มีโหมดให้เลือกหลากหลาย ทั้งจัดอันดับ, ทีมเดธแมตช์, แบทเทิลรอยัล และโหมดพิเศษที่อัปเดตตามฤดูกาล

ที่มา: Call of Duty: Mobile [1]

จุดเด่น และความสนุกของเกม CODM

เกมนี้ไม่ได้เป็นแค่เกมมือถือธรรมดา แต่มาพร้อมระบบที่ยกจากเวอร์ชั่น PC มาแทบครบทุกอย่าง ทั้งภาพ การเคลื่อนไหว และระบบยิง ทำให้เล่นสนุกแบบสมจริง เทียบเท่าเวอร์ชั่นคอมพิวเตอร์

  • ระบบเกมสมจริง การเคลื่อนไหว และยิงในเกมทำได้ลื่นไหล ใกล้เคียงเวอร์ชั่น PC มาก
  • อาวุธหลากหลาย มีปืนให้เลือกเยอะ โดยเฉพาะ SMG ที่ฮิต และแรง เหมาะกับสายลุย
  • Battle Pass คุ้มค่า เติมไม่เยอะก็ได้ของดี ปืนระดับ Epic หลายกระบอก แบบไม่ต้องลุ้นเยอะ
  • ของแต่งปืน + Perk เยอะ แต่งอาวุธได้อิสระ มี Perk เสริมลูกเล่นให้เล่นได้หลายแบบ
  • เทคนิคการยิงหลากหลาย มีลูกเล่นอย่างสไลด์ยิง นอนยิง ถ้ายิ่งฝึกให้คล่องยิ่งได้เปรียบสุดๆ

ที่มา: 5 ข้อดี Call of duty mobile [2]

โหมดเกมที่มีให้เลือกใน CODM

  • Frontline เป้าหมายคือการกำจัดผู้เล่นจากทีมตรงข้าม เพื่อสะสมคะแนน โดยจะฟื้นคืนชีพที่ฐานของตัวเองเสมอ ทีมแรกที่ทำคะแนนถึงเป้าหมายจะเป็นฝ่ายชนะ เหมาะสำหรับการเล่นที่ไม่ซับซ้อน เน้นการต่อสู้ตรงไปตรงมา
  • Team Deathmatch โหมดนี้คล้ายกับ Frontline แต่การเกิดใหม่จะสุ่มที่ต่างๆ บนแผนที่ ทำให้เกมมีความตื่นเต้นมากขึ้น ทีมไหนกำจัดผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามได้ครบตามจำนวนที่กำหนดก่อนก็ชนะ
  • Search and Destroy เป็นโหมดที่เล่นกันแบบ 5v5 โดยแต่ละทีมต้องวาง หรือปกป้องระเบิดในจุดที่กำหนด ผู้เล่นจะเกิดใหม่เมื่อจบรอบ ทำให้โหมดนี้ต้องใช้กลยุทธ์ และความคิดที่รอบคอบมากขึ้น
  • Domination ในโหมดนี้ผู้เล่นจะต้องยึด และปกป้องจุดที่กำหนดไว้ในแผนที่ เพื่อสะสมคะแนน ฝ่ายที่สามารถทำคะแนนได้ครบก่อน จะเป็นผู้ชนะ
  • Battle Royale โหมดที่มีความสนุกตื่นเต้นสุดๆ กับการเอาตัวรอดจากผู้เล่น 100 คน บนแผนที่กว้างใหญ่ คุณต้องเก็บอาวุธ และไอเทมต่างๆ ในขณะที่พยายามเอาชีวิตรอดให้ได้จนถึงเป็นคนสุดท้ายที่จะชนะ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโหมดเกม การเล่น อาวุธ หรือแม้แต่ยานพาหนะต่างๆ ภายในเกม สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ codm.garena

เวอร์ชั่น Mobile vs เวอร์ชั่นคอม ต่างกันอย่างไร ?

COD โมบาย สนุกไหม

หากพูดถึงเกมยิงระดับตำนานอย่างเกมนี้ หลายคนคงนึกถึงเวอร์ชั่น PC ภาพสวยจัดเต็ม แต่ช่วงหลัง เวอร์ชั่นมือถือก็เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน ซึ่งทั้งสองเวอร์ชั่นนี้ ต่างกันยังไงบ้าง มาดูกัน

เวอร์ชั่น Mobile

  • เหมาะกับคนที่ชอบความสะดวก เล่นได้ทุกที่ทุกเวลา
  • ระบบควบคุมด้วยหน้าจอสัมผัส มีระบบช่วยเล็ง เล่นง่ายขึ้น
  • กราฟิก และเสียงถูกปรับให้เบาขึ้นเพื่อให้ลื่นในมือถือ
  • มีโหมดยอดนิยมครบ เช่น จัดอันดับ, ทีมเดธแมตช์, แบทเทิลรอยัล
  • ไม่ต้องใช้มือถือสเปคแรงก็เล่นได้
  • เล่นฟรี มีระบบเติมเงินสำหรับสกิน หรือของตกแต่ง

เวอร์ชั่น PC / Console

  • เหมาะกับคนที่อยากได้ภาพสวย ควบคุมแม่น เล่นจริงจัง
  • ใช้เมาส์ + คีย์บอร์ด หรือจอย ทำให้ควบคุมแม่นกว่า
  • กราฟิกจัดเต็ม รายละเอียดเยอะ เสียงสมจริง
  • โหมดการเล่นหลากหลาย มีเนื้อเรื่องในบางภาค
  • ต้องใช้คอม/คอนโซล ที่แรงพอสมควร
  • ส่วนมากเป็นเกมเสียเงิน และมีระบบซื้อในเกมเสริม

สอนเล่นเกมยิงปืนในมือถือ COD

  • ไม่ต้องเน้นยิงหัว ในเกมนี้การยิงหัวอาจไม่ได้ช่วยมากนัก เพราะความเสียหายจากการยิงหัวเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 10-20% เท่านั้น ดังนั้น การยิงใส่ตัวศัตรูจะมีประสิทธิภาพมากกว่า
  • ใช้ที่กำบัง และการเคลื่อนไหวที่ดี การมีที่กำบังจะช่วยลดความเสียหายจากศัตรู ทำให้สามารถต่อสู้ต่อไปได้ โดยไม่ต้องเสียเลือดมาก นอกจากนี้ การสไลด์เข้าไปหาศัตรูจะทำให้ศัตรูยิงได้ยากขึ้น ซึ่งต้องฝึกฝนให้ชำนาญ
  • สลับการเล่นระหว่างบู๊ และดัก อย่าทำตัวเป็นเป้าหมายง่ายๆ ด้วยการวิ่งบู๊ตลอดเวลา เพราะศัตรูจะได้ยินเสียงเท้า และรู้ตำแหน่งของคุณ ลองสลับเล่นระหว่างการบู๊ และการดักซุ่ม เพื่อเพิ่มโอกาสรอด และลดความเสี่ยง
  • ปรับความเร็วมุมกล้องให้เหมาะสม ความเร็วในการหมุนกล้องเป็นสิ่งสำคัญมากในเกม FPS ควรปรับให้เหมาะสมกับสไตล์การเล่น
  • ปรับแต่งปืนให้เหมาะสมกับการเล่น การปรับแต่งปืนตามที่ถนัดจะช่วยให้การเล่นง่ายขึ้น เช่น เลือกอุปกรณ์ที่ช่วยลดแรงถีบจะช่วยให้ยิงได้แม่นยำขึ้น

ที่มา: เทคนิคสุดเทพเล่นอย่างไรให้คว้าชัยชนะในทุกโหมด [3]

รีวิวเกม COD โมบาย

เกมนี้เป็นเกมยิงที่มีกราฟิกคมชัด และระบบควบคุมที่เข้าใจง่าย แม้จะเป็นเกมมือถือ แต่ยังให้ประสบการณ์ที่สมจริง ทั้งในส่วนของแผนที่ และเอฟเฟกต์เสียง มีโหมดเกมหลากหลาย ที่ต้องใช้กลยุทธ์ และการร่วมมือจากทีม

การปรับแต่งอาวุธช่วยเพิ่มความสนุก และความหลากหลายในการเล่น เกมนี้เหมาะสำหรับผู้เล่นทุกระดับ แม้ผู้เล่นใหม่อาจเจอความท้าทาย จากการจับคู่กับผู้เล่นที่เก่งกว่า แต่การฝึกฝน จะช่วยให้สามารถสนุกได้อย่างเต็มที่

ท้ายที่สุดแล้ว COD โมบาย สนุกไหม

COD โมบาย เล่นสนุกไหม ถือเป็นคำถามที่นักเล่นเกมสายยิงปืน ต่างอยากรู้คำตอบกันอย่างมาก บอกเลยว่าบทความนี้ และเนื้อหาทั้งหมดในบทความ จะช่วยตอบทุกคำถามที่ทุกคนสงสัยได้ แต่สำหรับใครที่ยังไม่เชื่อ ก็สามารถดาวน์โหลดเกม เพื่อสัมผัสความสนุกได้ด้วยตนเอง

CODM กับ COD Warzone ใช่เกมเดียวกันหรือไม่ ?

CODM และ COD Warzone ไม่ใช่เกมเดียวกัน ถึงแม้จะเป็นซีรีส์เดียวกัน แต่ CODM เป็นเวอร์ชันที่ออกแบบมาเพื่อเล่นบนมือถือ โดยมีโหมดต่างๆ เช่น Team Deathmatch และ Battle Royale ส่วน COD Warzone จะเน้นการเล่นในแผนที่ใหญ่ และมีการต่อสู้แบบ Battle Royale ที่ใหญ่กว่า และลึกกว่า

มือใหม่หัดเล่น ควรเริ่มต้นที่โหมดไหนดี ?

สำหรับมือใหม่หัดเล่น CODM ควรเริ่มจากโหมด Team Deathmatch หรือ Frontline เพราะเข้าใจง่าย และไม่ซับซ้อน นอกจากนี้ยังช่วยให้คุ้นเคยกับการควบคุม และระบบต่างๆ ของเกม

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง