
Jeff Yass ร่ำรวยได้อย่างไร ได้มาจากการลงทุนจริงหรือ?
- MY Kismet
- 61 views

Jeff Yass ร่ำรวยได้อย่างไร ได้มาจากการลงทุนจริงหรือ? คำตอบคือ ร่ำรวยจากการเทรด ซึ่งเรียกได้ว่า ร่ำรวยจนติดอันดับโลก ในปี 2018 ซึ่งติด 1 ใน 25 บุคคลร่ำรวยทั่วโลก ที่ได้มีการจัดอันดับ รายได้ส่วนใหญ่ มาจากการเทรด อีกทั้งยังเป็นผู้บริหาร บริษัทเทรดยักษ์ใหญ่อีกด้วย
เจฟฟรีย์ สตีเวน ยาสส์ เกิดเมื่อเดือน กรกฎาคม ปี 1958 ในนครนิวยอร์ก ชีวิตช่วงเริ่มต้น จัดเป็นกลุ่มคนชนชั้นกลาง อีกทั้งยังเป็นชาวยิวอีกด้วย พ่อของเจฟฟ์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2567 ในขณะที่แม่ของเจฟฟ์ เสียชีวิตก่อนหน้านั้น และชีวิตไปเมื่อปี 2544 (24 กุมภาพันธ์ 2026) [1]
เจฟฟ์เรียนจบ ปริญญาตรี สาขาคณิตศาสตร์ และสาขาเศรษฐศาสตร์ ซึ่งจบจากมหาลัย บิงแฮมตัน เจฟฟ์เริ่มก่อตั้งบริษัท ที่มีชื่อว่า “Susquehanna International Group” และใช้ชื่อย่อเป็น SIG เป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับ การค้าและเทคโนโลยี และสร้างรายได้มากกว่า 64,720 ล้านบาท ในปี 2018
3 การลงทุนหลัก ที่สร้างผลตอบแทน แบบมหาศาลให้กับ เจฟฟ์ ยาสส์ มีดังนี้
เจฟฟ์ชื่นชอบ การเล่นโป๊กเกอร์ และได้มีการพูดว่า ช่วงที่เขาเรียน สาขาคณิตศาสตร์นั้น เขาเลือกลงเอกโป๊กเกอร์ ซึ่งการเรียนเรื่องเหล่านี้ ช่วยให้เขาเรียนรู้ ที่จะอยู่ในความกดดัน และเพิ่มทักษะ ที่ทำให้เขากล้าตัดสินใจได้ อีกทั้งยังเพิ่ม ทักษะการจัดการความเสี่ยง และการเอาตัวรอด
จุดเริ่มต้นที่ทำให้เจฟฟ์ มีแนวทางความคิด เรื่องการลงทุนที่เปลี่ยนไป เริ่มขึ้นเมื่อปี 1979 ในช่วงที่เจฟฟ์เรียนจบ และย้ายเมืองเข้าสู่ลาสเวกัส สิ่งแรกที่เขาต้องการ คือการเป็นนักโป๊กเกอร์ ในระดับมืออาชีพ แต่ที่นั้นเขาพบกับ นักเทรดที่อยู่ในกลุ่ม การซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า (19 สิงหาคม 2025) [2]
ซึ่งการพบเจอในครั้งนี้ เป็นแรงบันดาลใจ ที่ทำให้เจฟฟ์สนใจ การเทรดดิ้ง และเริ่มสนใจ เรื่องการเทรดออปชัน โดยเริ่มต้นจากการทุ่มเงิน ซึ่งพื้นที่ให้ตัวเองใน Philadelphia Stock Exchange หลังจากนั้นไม่นาน ก็รวบรวมกลุ่มเพื่อน และจัดตั้งทีมเทรดที่มีชื่อว่า “Philadelphia Trading” ทีมเทรดนี้ เป็นทีมแรกของเขา

การเรียนรู้ และการจัดการความเสี่ยง ผ่านทักษะของโป๊กเกอร์ คือกลยุทธ์ที่ทำให้เจฟฟ์ ประสบความสำเร็จ ซึ่งเขามักมองหา ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ของตลาดหลักทรัพย์ ในการสร้างช่องว่าง และทำผลกำไร จากความผิดพลาดนั้น (16 สิงหาคม 2025) [3] ซึ่งมูลค่าการซื้อขาย ออปชันของเจฟฟ์นั้น
แน่นอนว่าต้องได้มา ในช่วงที่ราคาต่ำ กว่ามูลค่าที่แท้จริง และนำส่วนต่างทางกำไร มาเก็งกำไรต่อรอง เพื่อเพิ่มปริมาณ กำไรที่ควรจะได้รับ ซึ่งวิสัยทัศน์นี้ ทำให้เจฟฟ์ ผ่านวิกฤตที่เลวร้ายมาแล้ว เช่น ช่วงวิกฤตการเงิน Black Monday ที่เกิดขึ้นในปี 1987 แต่ในวิกฤตนี้ กลับมีเพียง บริษัทเทรดดิ้งของเจฟฟ์ ที่สร้างผลกำไรได้ และได้รับกำไร ในเหตุการณ์ครั้งนั้นถึง 30 ล้านดอลลาร์
โดยผลกำไรนี้ ได้มาจากการเรียนรู้ ที่จะใช้เครื่องมือ ที่มีชื่อว่า “Put Options” เป็นเครื่องมือพิเศษ สำหรับผู้ที่ซื้อ ออปชันการลงทุน เป็นเครื่องมือที่จะทำการขาย หุ้นล่วงหน้า ตามวันและเวลาที่ตั้งไว้ ซึ่งเครื่องมือนี้ ทำให้เขารอด และทำกำไร จากการลงทุนในครั้งนั้นมาได้
เรียกได้ว่า ด้วยฐานะและอิทธิพล ของการลงทุนจากเจฟฟ์นั้น ทำให้ตอนนี้ แพลตฟอร์มติ๊กต๊อก มีโอกาสรอดจากการ โดนแบนในสหรัฐ โดยรายงานช่วงแรก พบว่ามีคำสั่งแบนติ๊กต๊อก และสิ่งนี้อาจจะทำให้เจฟฟ์ ได้กำไรจากการลงทุน ลดลงถึง 25% แต่ข่าวนี้กลับหายไป เมื่อพบว่าในปี 2022
เจฟฟ์ได้มีการ บริจาคเงินกว่า 47 ล้านดอลลาร์ ให้กับพรรคการเมือง ที่มีชื่อว่า “พรรครีพับลิกัน” ซึ่งพรรคการเมืองนี้ เป็นพรรคอนุรักษนิยม การบริจาคเงิน เพื่อช่วยเหลือพรรคในครั้งนี้ ในมุมมองของนักวิจารณ์ พบว่าอาจจะเป็นการ กดดันทรัมป์ เพื่อเลี่ยงการแบนติ๊กต๊อก ออกจากประเทศก็เป็นได้
หากสนใจอ่านเนื้อหาทั้งหมดนี้คลิกอ่านได้ที่ nbcnews
สำหรับเจฟฟ์แล้ว การลงทุนที่ทำให้เขานั้น ประสบความสำเร็จ คือการเทรดของบริษัท SIG และในอนาคตเชื่อว่า เขาจะเพิ่มศักยภาพ การทำงานของพนักงาน ในบริษัทได้เป็นอย่างดี อีกทั้งจะมีการ พัฒนาบริษัท ให้กลายเป็นต้นแบบ บริษัทเทรด ที่เข้าร่วมกับ เทคโนโลยีสมัยใหม่ ในส่วนของการลงทุน
เจฟฟ์ยังคง ยึดมั่นหลักการ การลงทุนแบบเชิงรุก โดยที่เน้นการใช้ กลยุทธ์การลงทุน ที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มผลกำไร ในอีกทางหนึ่ง อาจจะมีการเพิ่ม สัดส่วนการลงทุนหุ้น ที่จัดเป็นกลุ่มเทคโนโลยี และพลังงานสะอาด เพิ่มมากยิ่งขึ้น เพราะสิ่งนี้ส่งผลกระทบ โดยตรงต่อบริษัทของเขา ในอนาคตข้างหน้า
บทสรุป JeffYass ร่ำรวยได้อย่างไร ร่ำรวยจากการนำ เทคนิคการเล่น โป๊กเกอร์มาปรับใช้ กับแผนการเทรด เพื่อสร้างกำไร จากช่องว่าง หรือความผิดพลาดเล็ก ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งการงานแบบนี้ ทำให้เขาประสบความสำเร็จ และก้าวขึ้นมาสู่ การเป็น 1 ใน 25 คนที่ร่ำรวย ที่สุดในโลก
คำตอบคือ การใช้กลยุทธ์ การสังเกตของผิดพลาด เป็นกลยุทธ์หลัก ที่เขาใช้ในการลงทุน และกลยุทธ์อื่นๆ จะเป็นการลงทุนที่หลากหลาย เพื่อกระจายความเสี่ยง อีกทั้งยังมีการ ดึงศักยภาพของเครื่องมือ ที่ได้สิทธิพิเศษ จากการซื้อออปชัน มาเป็นข้อได้เปรียบ ในการลงทุน สิ่งเหล่านี้คือ กลยุทธ์แบบรวมของเขา
คำตอบคือ ไม่ใช่ ยังคงเป็นบริษัทเทรดดิ้ง ของเขาเอง ที่เป็นรายได้หลัก และยังสร้างรายได้ ให้แบบต่อเนื่อง แต่บริษัทติ๊กต๊อก จัดเป็นผลกำไรต่อเนื่อง ที่เขายังได้รับอยู่ ซึ่งจากการลงทุน ในบริษัทแม่ของติ๊กต๊อก ทำให้เขาได้รับผลตอบแทน เป็นผลบวกเสมอ

