
Li Lu เก่งจริงหรือไม่ ข้อสงสัยที่นักลงทุนมือใหม่อยากรู้
- MY Kismet
- 18 views

Li Lu เก่งจริงหรือไม่ ข้อสงสัยที่นักลงทุนมือใหม่อยากรู้ คำตอบคือ เก่งจริง และยังเป็นความเก่ง ที่โดดเด่นแตกต่างจาก นักลงทุนคนอื่นๆ อีกทั้งยังได้รับการยอมรับ อย่างกว้างขวาง ในวงการนักลงทุน โดยมีฉายา “วอร์เรน บัฟเฟตต์ ของประเทศจีน” อีกด้วย
李录 (ลี้ ลู) เกิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน ปี 1966 ที่เมืองถังซาน ในประเทศจีน ลี้เป็นหนึ่งในบุคคล ที่รอดชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว ในปี 1976 ซึ่งเหตุการณ์แผ่นดินไหว ในครั้งนี้ถือว่า เป็นครั้งที่รุนแรงที่สุด ในประวัติศาสตร์ โดยก่อนหน้านั้น ในปี 1960 ลี้ถูกพรากจากพ่อแม่ และต้องไปอยู่ใน
สถานรับเลี้ยงเด็ก โดยพ่อแม่ถูกเกณฑ์ เข้าไปเป็นแรงงาน ในค่ายกักกัน สิ่งนี้เองทำให้ลี้ เติบโตมาแบบไม่มีพ่อแม่ และในปี 1985 ลี้เริ่มต้นเรียนมหาลัย ที่หนานจิง และต่อมาในปี 1989 ลี้ได้เข้าร่วมกับ กลุ่มนักศึกษา จัดการประท้วง ซึ่งการเข้าร่วมนี้ ลี้ได้ถูกจัดเป็นกลุ่มผู้นำ หลังจากการประท้วง
ลี้หนีออกจากประเทศจีน และย้ายไปอยู่ที่ฝรั่งเศส ซึ่งตอนนั้นมีอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น และในปี 1999 ลี้ได้ตีพิมพ์หนังสือ ที่มีชื่อว่า “Moving the Mountain: My Life in China” ซึ่งเป็นหนังสือ เกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิต ที่เกิดขึ้นในประเทศของลี้เอง และเริ่มสนใจการลงทุน จากการฟังแนวคิดของวอร์เรน
ที่มา: LiLu (30 มกราคม 2026) [1]
สไตล์การลงทุน ที่ทำให้ลี้โดดเด่น คือข้อมูลที่ต้องมี ความถูกต้อง อีกทั้งข้อมูลที่ได้รับมานั้น ต้องมีเนื้อหาครบถ้วน อีกทั้งลี้ยังชื่นชอบ ที่จะทำความเข้าใจ เกี่ยวกับโครงสร้างบริษัท รวมไปถึงลักษณะนิสัย ของผู้บริหาร ซึ่งมีวิธีคิดที่คล้ายกับ David Herro ที่เน้นเรื่องวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารเป็นหลัก
ซึ่งการลงทุน ของลี้นั้นมักจะมี จุดประสงค์หลัก คือการทำกำไร แบบทบต้นให้กับ การลงทุนระยะยาว โดยใช้แผนกลยุทธ์ การแข่งขันทางธุรกิจ สิ่งนี้ทำให้ลี้สามารถ วางแผนการลงทุนล่วงหน้าได้ อย่างน้อย 10 ปี และยังสามารถ คาดหวังผลลัพธ์ ล่วงหน้าได้อยู่เสมอ

สำหรับลี้แล้ว เรียกได้ว่าเป็นนักลงทุน ที่ผ่านประสบการณ์ อันเลวร้ายของชีวิต มาแล้วหลายครั้ง แต่นั่นไม่ได้ปิดกั้น ความโดดเด่นในตัวของเขา ซึ่งหลังจากที่ลี้ ได้ฟังการบรรยายของวอร์เรน ก็เริ่มสนใจการลงทุน และลี้ได้มี ปรัชญาการลงทุน ที่คล้ายกับของวอร์เรน คือการซื้อหุ้นราคาต่ำ และต้องมีต่ำกว่ามูลค่าจริง
นอกจากแนวทาง การลงทุนที่ดีแล้ว สิ่งที่ทำให้หลายคนสนใจคือ ชาร์ลี มังเกอร์ สนใจในตัวลี้เป็นอย่างมาก โดยที่เคยกล่าวถึงลี้ว่า “ชาลีชื่นชอบ ที่จะร่วมงาน กับคนที่สามารถ เปลี่ยนถิ่นที่อยู่ได้ แบบไม่มีอะไรติดตัว แต่ก็ยังสามารถ สร้างฐานะของตัวเองได้” ซึ่งสิ่งนี้ชาลีหมายถึงลี้นั่นเอง (30 กันยายน 2020) [3]
ซึ่งเมื่อมองจากภาพรวม ลี้หลังจากผ่านเรื่องราวต่างๆ มาแล้วนั้น เขาได้ก่อตั้งบริษัท หิมาลายา แคปิตอล เมื่อปี 1997 ซึ่งแนวทางการลงทุน ของบริษัทนี้คือ การลงทุนแบบเน้นคุณค่า ที่จดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ เอเชียเป็นหลัก และยังทำกำไรเฉลี่ย 30% ต่อปี ซึ่งนี่คือความเก่ง ที่เกิดจากความพยายามทั้งสิ้น
1. เน้นการลงทุน แบบเห็นคุณค่า คือการเข้าซื้อหุ้น ที่มีราคาต่ำ กว่ามูลค่าจริง แต่ต้องมีโครงสร้าง บริษัทที่แข็งแกร่ง และผู้บริหาร ต้องมีวิสัยทัศน์ที่ดี
2. เลือกลงทุน ในสิ่งที่ตนเองเข้าใจ เพราะสิ่งนี้จะทำให้ ลี้เข้าใจแนวทาง และทิศทางการลงทุน ได้แบบลึกซึ้ง ซึ่งแนวคิดนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่วอร์เรน ถ่ายทอดให้กับลี้
3. ธุรกิจที่จะเข้าร่วม ต้องมีจุดเด่น ที่คู่แข่งไม่สามารถเลียนแบบได้ ซึ่งนี่เป็นข้อได้เปรียบ ในการสร้างผลตอบแทน แบบระยะยาว
4. ไม่มีการลงทุน แบบเก็งกำไร การลงทุนส่วนใหญ่ ต้องมีแบบแผนระยะยาว เพราะลี้เชื่อว่า กำไรที่งดงาม ต้องใช้ระยะเวลา ในการสร้างขึ้น ไม่ใช่การเก็งกำไร
5. ต้องรู้จักการรอ และการอดทน เพราะการลงทุน ไม่ได้เป็นเพียงการวิเคราะห์ เพียงแค่ชั่วข้ามคืน แต่ต้องอาศัยจังหวะ ที่เหมาะสมด้วย
ช่วงปี 2025-2026 สถานการณ์ใน ตลาดหลักทรัพย์จีน เรียกได้ว่ามีผลเชิงบวก เหมาะสำหรับ การลงทุนระยะยาว และยังคงมีช่องทาง การทำกำไรสูงอยู่ ซึ่งอุตสาหกรรมเทคโนโลยี กำลังมาแรง ในประเทศจีนตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็น AI ,Cloud และการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ก็เป็นที่น่าจับตามอง อ่านต่อ innovestx
ภาพรวมเรื่อง LiLu เก่งจริงหรือไม่ คำตอบคือ เป็นบุคคลที่เก่ง และเป็นที่ยอมรับ จากนักลงทุนระดับโลก อย่างคู่หู วอร์เรนและชาลี ที่ตอนนี้กำลัง สนใจในตัวลี้เป็นอย่างมาก โดยสิ่งที่ทำให้ หลายคนยอมรับ คือเรื่องพื้นหลังชีวิต ที่ลี้เคยผ่านมา และแนวทางการลงทุน ที่ค่อนข้างชัดเจน
คำตอบคือ บอกได้ถึงความซื่อตรง ความซื่อสัตย์ ในการสร้างผลตอบแทน และทิศทางการเติบโต ของบริษัทที่กำลังจัดการอยู่ หากมีผู้บริหาร ที่ไม่ซื่อตรง ภาพรวมบริษัท จะมีผลงานที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก สิ่งนี้ทำให้นักลงทุน ขาดความน่าเชื่อถือ และทิศทางอนาคต อาจจะไม่สวยเท่าไหร่นัก
คำตอบคือ การเงิน เทคโนโลยี และการบริการธุรกิจ อุตสาหกรรม 3 อย่างนี้ เป็นอุตสาหกรรมหลัก ที่มีสัดส่วนมากที่สุด ภายในพอร์ตของลี้ โดยที่มีการลงทุนอื่นๆ รวมอยู่ด้วยภายในพอร์ต แต่การลงทุนหลักๆ ที่มีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง คือกลุ่มอุตสาหกรรม ที่กล่าวไปแล้ว

