Ray Dalio ลงทุนเก่งแค่ไหน ทำไมถึงประสบความสำเร็จ?

Ray Dalio ลงทุนเก่งแค่ไหน

Ray Dalio ลงทุนเก่งแค่ไหน ทำไมถึงประสบความสำเร็จ? คำตอบคือ แนวคิดที่เป็นแบบแผน และการลงทุน อย่างเป็นระบบ ทำให้การลงทุนของเขานั้น มีโอกาสสำเร็จสูง นอกจากนี้ ยังมีในเรื่องของ การจัดการพอร์ตที่ดี และการศึกษาข้อมูล ของสินทรัพย์ที่จะลงทุนอย่างลึกซึ้ง

  • ประวัติและการแบ่งสัดส่วนการลงทุน
  • รูปแบบพอร์ตและความเชี่ยวชาญของการลงทุน
  • สินทรัพย์ที่สร้างกำไรในตอนนี้และการลงทุนที่ผิดพลาด

จุดเริ่มต้นของ เรย์ ดาลิโอ ในช่วงแรก

เรย์มอนด์ โทมัส ดาลิโอ หรือที่เรียกกันว่า เรย์ ดาลิโอ เกิดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ปี 1949 เกิดในเขตควีนส์ แห่งเมืองนิวยอร์ก แต่กลับต้องเติบโต และใช้ชีวิตที่ เกาะไอส์แลนด์ ซึ่งเขาเกิดมา เป็นกลุ่มคนชนชั้นกลาง เริ่มสนใจการลงทุน ในช่วงที่อายุได้ 12 ปี จากการเป็นเด็ก ถือถุงกอล์ฟในสนาม

ซึ่งในช่วงนั้น เป็นช่วงที่เรียกได้ว่า การลงทุนอยู่ในยุคเฟื่องฟู และบทสนทนาของลูกค้า ที่เข้ามาใช้บริการตีกอล์ฟนั้น กลายเป็นหัวข้อ เกี่ยวกับการลงทุนทั้งหมด ทำให้เรย์ เริ่มสนใจการลงทุน ตั้งแต่ตอนนั้น (28 กุมภาพันธ์ 2023) [1] การลงทุนแรก ได้เริ่มขึ้นหลังจาก ที่เรย์ได้รับเงินตอบแทน ที่เป็นค่าจ้าง

ซึ่งเขาได้นำเงินส่วนหนึ่ง ลงทุนกับบริษัท ที่ทำเกี่ยวกับสายการบิน ซึ่งในช่วงนั้น มูลค่าหุ้นยังคงต่ำอยู่ แต่การลงทุนนี้ เขากลับประสบความสำเร็จ เพราะหุ้นที่เขาซื้อ สร้างผลกำไร มากกว่าทุนเดิมถึง 3 เท่า ซึ่งเรย์นั้น สนใจการลงทุน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และเมื่อปี 1971 เขาก็คว้าผลการเรียน ดีเด่นมาครองได้สำเร็จ

การแบ่งสัดส่วน การลงทุนที่เห็นผลสำเร็จ

สัดส่วนการลงทุน ที่เห็นผลได้ดีที่สุด และเป็นต้นแบบ การลงทุนของนักลงทุนหลายคน มีดังนี้

  • Long-Term Bonds: สินทรัพย์ที่จัดเป็น ประเภทความเสี่ยงต่ำ และยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย โดยที่เรย์จะถือครองไว้อย่างน้อย 40% เพื่อป้องกันความเสี่ยง ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ
  • Stocks: เป็นสินทรัพย์ ที่เรียกได้ว่า สร้างผลตอบแทนที่ดีได้ ในช่วงระยะยาว และแน่นอนว่า เป็นแหล่งสร้างกำไร ที่มีความผันผวน ของมูลค่าราคา สูงกว่าพันธบัตร ซึ่งมีสัดส่วนถือครองคือ 30%
  • Intermediate-Term Bonds: ถือครองไว้ 15% เป็นสินทรัพย์ ป้องกันความเสี่ยง จากภาวะต่างๆ ผลตอบแทนที่ได้รับ จะมีปริมาณน้อยกว่าหุ้น แต่ผลตอบแทนนั้น มีความมั่นคงกว่า
  • Commodities: ปริมาณการถือครองคือ 7.5% เป็นประเภทสินค้า ที่มีโอกาสปรับราคา สูงขึ้นตามสถานการณ์ หรือโอกาสต่างๆ ซึ่งการเติบโตนี้ สร้างกำไรได้
  • Gold: ถือครองสัดส่วนคือ 7.5% ทองคำ เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ที่มีความมั่นคงสูง อีกทั้งยังมีโอกาส ปรับราคาสูงขึ้นได้ ในช่วงที่ค่าความผันผวนสูง หรือมีเหตุการณ์เชื่อมโยงต่างๆ เกิดขึ้น

ที่มา: ลงทุนให้รอดทุกฤดูเศรษฐกิจ (10 มิถุนายน 2025) [2]

วิธีการจัดพอร์ต ของเรย์เป็นแบบไหน?

เป็นการจัดพอร์ต การลงทุนตามฤดู ที่จะเกิดขึ้น ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งแนวคิด การจัดพอร์ตแบบนี้ กลายเป็นต้นแบบพอร์ต ของนักลงทุนหลายคน ซึ่งแต่ละฤดู มีความสำคัญ และแตกต่างกันดังนี้

  • Rising Growth: ฤดูเติบโต ของระบบเศรษฐกิจ เป็นโอกาสที่จะ ลงทุนเพิ่ม หรือมีการเพิ่มเงินลงทุน ซึ่งการลงทุนหุ้น หรือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ มีโอกาสสูงที่จะทำกำไร
  • Falling Growth: ช่วงคงที่ หรือเป็นฤดูทรงตัว ของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งอัตราการเติบโต จะเริ่มลดลง และเริ่มคงที่มากยิ่งขึ้น ช่วงฤดูนี้โดดเด่น ในเรื่องการลงทุนทองคำ และพันธบัตรรัฐบาล
  • Rising Inflation: ฤดูที่เงินเฟ้อ มีปริมาณพุ่งสูงขึ้น สิ่งนี้ทำให้ สินค้าหรือบริการ มีปริมาณราคาที่สูง ทำให้การคิด ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น และทำให้เงินประสิทธิภาพ ลดน้อยลง เหมาะแก่การลงทุน พันธบัตรรัฐบาล
  • Falling Inflation: ซึ่งราคาของบริการ หรือสินค้าจะเริ่มปรับตัวสูงขึ้น มีความเสี่ยงที่จะทำให้ เกิดภาวะเงินฝืด ซึ่งฤดูกาลนี้ เหมาะกับการกลับมาลงทุน ที่เกี่ยวกับหุ้น และพันธบัตรรัฐบาล

เรย์ ดาลิโอ เก่งการลงทุนแบบไหนมากที่สุด?

Ray Dalio ลงทุนเก่งแค่ไหน

เก่งเรื่องการจัดการ และการจัดสรร กลยุทธ์การลงทุน ซึ่งหัวข้อนี้ ทำให้เขาประสบความสำเร็จ โดยที่เรย์นั้น โดดเด่นเรื่องการ จัดการกับความเสี่ยง และมีหลักแนวคิด ประจำตัวคือ เรียนรู้เรื่องการ กระจายความเสี่ยงก่อน ที่จะเข้าสู่การลงทุน (8 ตุลาคม 2025) [3] ซึ่งแนวคิดนี้ เป็นแนวคิดประจำตัวของเรย์

อีกอย่างที่ทำให้เรย์ ประสบความสำเร็จได้ คือการเรียนรู้ การลงทุนแบบถึงแก่นแท้ หรือเรียกได้ว่า ศึกษาข้อมูล สินทรัพย์ประเภทนั้นๆ จนสามารถคาดการณ์ สถานการณ์ล่วงหน้าได้ จึงจะเข้าร่วมการลงทุน อีกหนึ่งแนวคิด ที่ทำให้เรย์นั้น ประสบความสำเร็จ คือการลงทุนอย่างน้อย 15-20 รายการ แต่ต้องมี

ค่าสหสัมพันธ์ ที่มีค่าเฉลี่ยต่ำ สิ่งนี้จะทำให้ โอกาสขาดทุนลดลงไปได้ การลงทุนอย่างเป็นระบบ และมีการศึกษา โอกาสในการลงทุน มาเป็นอย่างดีนี้ ทำให้เรย์ ได้รับฉายาว่า “King of Hedge Fund” หรือผู้สร้างศาสตร์ การลงทุน สำหรับโลกยุคใหม่ โดยที่นักลงทุนหลายคน ต่างยกย่องเขาในตอนนี้

การลงทุนของเรย์ ในตอนนี้มีอะไรบ้าง?

3 การลงทุนหลักๆ ในปี 2026 ที่กลายเป็นสินทรัพย์ สร้างกำไรให้กับเรย์ ดาลิโอ ซึ่งมีอยู่ดังนี้

  • ลงทุนหุ้น: เป็นหุ้นที่เกี่ยวกับ เทคโนโลยี และต้องเป็นบริษัท แนวหน้าที่มีความมั่นคงสูงเท่านั้น เช่น Microsoft ,Alphabet และ NVIDIA
  • กองทุนต่างๆ: เป็นการลงทุนกองทุนรวม ที่มีขนาดใหญ่ และมีความมั่นคงสูง เช่น iShares Core S&P 500 ETF ซึ่งตอนนี้มีมูลค่าซื้อขายอยู่ที่ 685 – 692 USD ต่อหุ้น (สืบค้นเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2026)
  • ลงทุนทองคำ: เป็นการลงทุนผ่าน GLD เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ที่ยังคงสร้างกำไร ให้กับเขาได้แบบต่อเนื่อง

การลงทุนที่ผิดพลาด ครั้งใหญ่ที่สุดของเขา

เกิดขึ้นเมื่อปี 2525 หลังจากการก่อตั้งบริษัท ของเขาเองนั้น ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่ ตลาดหุ้นสหรัฐ มีค่าความผันผวนสูง และเรย์คาดการณ์ว่า สถานการณ์นี้ จะทำให้หุ้นสหรัฐ ถึงจุดล่มสลาย เขาจึงเดิมพันลงทุนครั้งใหญ่ และผลกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะหุ้นสหรัฐ เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่เติบโตแบบสูงสุดในรอบ 18 ปี

หากสนใจอ่านรายละเอียดเนื้อหาทั้งหมดนี้คลิก forbesthailand

ภาพรวมเรื่อง Ray Dalio ลงทุนเก่งแค่ไหน

บทสรุป RayDalio ลงทุนเก่งแค่ไหน เรียกได้ว่าเก่ง และเป็นนักลงทุน ที่มีแนวคิดชัดเจน จนกลายเป็น นักลงทุนแห่งโลกยุคใหม่ ผู้ที่มีการจัดการ ลำดับแบบแผน และมีการจัดการความเสี่ยง ที่ดีเยี่ยมอีกหนึ่งคน ในวงการนักลงทุน โดดเด่นเรื่อง การจัดการพอร์ต และมีนักลงทุนจำนวนมาก เลียนแบบพอร์ตของเขา

กลยุทธ์ที่ทำให้เรย์ สำเร็จคืออะไร?

คำตอบคือ รู้ให้ลึกก่อน แล้วค่อยเริ่ม หมายความว่า เรียนรู้การลงทุน ในสินทรัพย์นั้นๆ อย่างถ่องแท้ และเข้าใจมันให้ได้มากที่สุด จึงค่อยเริ่มต้นการลงทุน เพราะการเรียนรู้ ทำให้รู้ถึงความเสี่ยง และรู้ถึงโอกาสที่จะได้รับ สิ่งนี้เป็นแนวคิดหลัก ที่ทำให้เรย์ ประสบความสำเร็จ มาจนถึงตอนนี้

นักลงทุนมือใหม่ ใช้ความรู้ส่วนไหนได้บ้าง?

คำตอบคือ ใช้ได้ทั้งหมด ทั้งเรื่องการศึกษาสินทรัพย์ การจัดการพอร์ต และการแบ่งสัดส่วน การลงทุนที่ดี เพราะสิ่งที่เรย์ทำในตอนนี้นั้น เป็นพื้นฐานการลงทุน ที่เป็นระบบมากที่สุด และมีโอกาสสร้างกำไร ได้มากที่สุด ในสถานการณ์โลกปัจจุบันนี้

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง